the truth is
บางทีมันก็เจ็บ ที่ต้องเห็นใครบางคนเติบโต

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร 

อาจจะเพราะกลัวว่าถ้าเขาต้องโตขึ้นกว่านี้ ระยะทางหรือความสนิทของเราคงแปรผันไปตามเวลาขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ดีเลยที่ต้องเห็นเขาอยู่ในสังคมใหม่ๆที่ฉันไม่คุ้นชิน

ไม่ใช่ว่าเพราะอิจฉาอะไรทั้งนั้น
ความจริงแล้วฉันก็แค่กลัว

กลัวว่าถ้าวันนึงเราจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกัน

เพราะฉันรู้ดีว่าไม่สามารถมีอภิสิทธิ์พิเศษอะไรจะไปแอบเก็บเขาไว้อยู่ในโลกของฉันคนเดียวได้
ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้นที่ฉันจะพยายามถือความทรงจำต่างๆมากมายที่เขาเองก็คงเลือกที่จะลืมมันไปบ้างแล้ว

ความทรงจำมันไม่ได้แสดงชัดออกมา 
ในวันที่เราลืมเลือนกัน 

ในตอนแรกฉันก็มีความสุขที่เห็นเขาค่อยๆโตขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งจริงๆมันก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด ชุดนักเรียนสีขาวกำลังจะเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตที่ใส่ไปมหาลัยภายในไม่กี่เดือนแล้ว แต่ฉันยังจำเขาในวันแรกที่เราพบกันได้ดี
เขาช่างไร้เดียงสา และน่าเอ็นดูยามเขาเอ่ยประโยคแนะนำตัวและทักทายเพื่อทำความรู้จักด้วยความเขินอายโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวว่ามันน่ารักเพียงใด

แต่ในวันนี้เขาเพียบพร้อมที่จะโตขึ้นมากเกินไป
มากเกินไปจนฉันกลัวว่าสุดท้ายเราคงหลุดออกจากวงโคจรของกันและกัน แล้วคงเหลือฉันที่เป็นดาวพเนจรไล่คอยตามหาเขาในจักรวาลที่กว้างใหญ่

สายตามุ่งมั่นและความมั่นใจวันนี้ทำให้เขาดูโตเป็นผู้ใหญ่ ต่างจากเด็กชายในวันแรกเหลือเกิน
ยามเมื่อเขาเล่นกีตาร์ด้วยท่าทางที่อธิบายออกมายากในวันปัจฉิมในต้นเดือนของกุมภาพันธ์ ช่วงเวลานั้นฉันเผลอหยุดหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่สามารถนับได้

และเมื่อเพลงจังหวะสนุกเปลี่ยนเป็นทำนองเนิบนาบ
‘เพลงรักมาแล้วสินะ’ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนในหอประชุมวันปัจฉิมคิด แต่ทุกคนคงไม่ได้คาดคิดว่าเพลงรักเพลงนั้นจะถูกขับร้องโดยเขา เขาที่เป็นมือกีตาร์

ปิ๊กกีตาร์ถูกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
รอยยิ้มปนความประหม่าของมือกีตาร์ปรากฏชัดเจน
เสียงโห่ร้องของเพื่อนๆแซวอย่างกึ่งก้อง

ท่อนแรกของเพลง รักแรกพบ โดยtattoo colour 
ถูกขับร้องออกมาโดยเขา ตามด้วยเสียงของทุกคนที่ร้องตามในท่อนถัดไปของเพลง


“.....ราวกับโดนมนต์แม่มดสะกดพลัน
นาทีนั้น ฉันรักเธอทันใด.....”



ไม่มีอีกแล้วความประหม่าในสายตาของเขาเมื่อช่วงเริ่มเพลง, ไม่มีอีกแล้ว

เขาสลัดทิ้งความกลัวทุกอย่างที่มีไว้ด้านล่างเวที
แล้วค่อยๆขยับนิ้วเปลี่ยนคีย์ไปตามเนื้อเพลง
พร้อมกับร้องเพลงรักในจังหวะช้าๆด้วยท่าทีสบายๆ
ซุกซน ขี้เล่น ความมีเสน่ห์ของเขาลอยเชิญชวนอยู่เต็มไปทุกแห่งที่สายตาของเขาเปรยมองไป

แล้วในตอนที่สายตาเขาเปรยมาพบกับดวงตาคู่นึงที่มองเขามาตลอดเกือบทั้งเพลงอยู่แล้ว

เสียงภายในหูของฉันอื้ออึง 
แทบไม่ได้ยินเสียงที่เขาร้องบนเวทีด้วยซ้ำ

ทุกสิ่งอย่างกลายเป็นเงียบสงัด 
วินาทีนั้น ฉันดันบ้าไปที่คิดว่าเขาอาจจะได้ยินเสียงหัวใจของหญิงสาวคนนึงด้านหน้าเวทีได้ว่ามันเต้นดังมากเพียงใด ใจไม่รักดีมันดันรู้สึกดีขึ้นมาอีกทั้งที่ไม่ควร

แล้วก็เป็นตัวฉันที่เคลิ้มไป 
ตกหลุมรักกับเขาคนเดิมอยู่ซ้ำๆ

ทั้งๆที่คิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายอยู่แล้วเชียว
สุดท้ายฉันก็กลัวมัน
คำพูดในวันนี้ที่พูดออกไปย้อนกลับมาทำร้ายตัวฉันเอง
 
การที่บอกขอบคุณที่เติบโตมาได้อย่างดีขนาดนี้
ต่อไปนี้ก็ขอให้มีความสุขมากๆนะ
มีความจริงบางอย่างแอบซ่อนอยู่, ความจริงที่ว่าฉันกลัว

ฉันกลัวและไม่เข้มแข็งพอที่ต้องเห็นเขาอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันไม่รู้จัก ฉันกลัวที่วันนั้นอาจจะมาถึง

วันที่ฉันไม่สามารถหาช่องทางไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของเขาได้อีกต่อไปเพราะเราแยกกันเติบโตมาไกลขนาดนี้

กลัวที่ฉันคงไม่มีความสุขได้อย่างที่พูดจริงๆที่เห็นเขามีความสุข เพราะความสุขที่เขามีไม่ได้เกิดขึ้นเพราะฉัน

กลัวที่หากวันนึงอาจจะมีจดหมายส่งมาถึงฉันให้ร่วมเข้างานวิวาห์ที่มีเขาใส่ชุดสูทยืนอยู่บนเวที

.
.
.


กลัวว่าหากวันนึง
เราเดินสวนกัน แล้วไม่มีคำทักทาย

เพราะเรื่องระหว่างเราเป็นเพียงความทรงจำที่เขาเลือกที่จะลืม, แต่ฉันเลือกที่จะจำ


เลือกที่จะจำภาพของเขาในชุดนักเรียนสีขาวกางเกงที่กากีกับเหงื่อที่เปียกซ่กไปทั้งหลังจากการเล่นบอลในเวลาพักกลางวัน 
เลือกที่จะจำภาพเด็กชายคนนึงที่ยืนต่อแถวที่ร้านข้าวในโรงอาหารที่อบอ้าวจนน่าเหนื่อยใจ
เลือกที่จะจำตอนที่เราเดินสวนกันด้วยความบังเอิญจนทำให้มีฝ่ายหนึ่งแอบเก็บไปคิด
เลือกที่จะจำรูปถ่ายโพราลอยด์ของฉันและเขาที่ยืนห่างกันเป็นสิบเซนติเมตร และฉีกยิ้มด้วยความเกร็งสุดริด






มันคงเป็นความจริงที่ว่า 

ไม่มีใครลืมรักข้างเดียวครั้งแรกในวัยมัธยมได้ลง








SHARE

Comments

ddewpk
7 months ago
ตรงกับน้องมากแงงงง
Reply
peanutbutterandyou
7 months ago
😊☺️❤️
donn
7 months ago
กลัวการเปลี่ยนแปลงสินะ
มันไม่เคยถามหาความสมัครใจ
หากดื้อดึงกับมันก็จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
Reply