โปรดรับความอบอุ่นจากฉัน (HITOMI x NAKO) (2)
ยาบุกิ นาโกะ กำลังหงุดหงิดกับงานวันนี้ หลายอย่างไม่ได้ดั่งใจแถมยังรู้เรื่องสายที่แอบเข้ามาโกงเงินบริษัทอีก ถึงแม้ว่าเธอจะจัดการทุกอย่างตามกฎหมายและสิ่งที่ถูกโกงไปไม่ส่งผลกระทบอะไรมากแต่นั่นก็ทำให้หงุดหงิดเอามาก นาโกะไม่สามารถทำให้คนในห้องประชุมไว้ใจประสิทธิภาพของบริษัทตนเอง จึงได้แต่ตำหนิตัวเองว่ายังมีความสามารถไม่มากพอจะเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ

“คุณนาโกะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เด็กสาวเอ่ยถามร่างที่กอดอกเอนหลังพิงหมอนหัวเตียงและขมวดคิ้วเหม่อมองนอกหน้าต่างอย่างหงุดหงิด คนถูกถามเหลือบมองเด็กน้อยจ้องมายังตนอย่างไร้เดียงสาและเป็นห่วง แววตาซื่อตรงต่อความรู้สึกนั้นทำเธอรีบเบือนหลบและกลับไปสนใจจุดเดิม

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” เย็นชาอย่างทุกที อันที่จริงหากหญิงสาวเป็นอะไรไปรายชื่อเจ้าของบริษัทก็จะถูกส่งต่อเป็นฮอนดะ ฮิโตมิทันที เด็กน้อยควรรู้งานเอาไว้ แต่เพราะยังเด็กและนาโกะยังสาวจึงเอาไว้ทีหลังดีกว่า และอีกอย่าง เธอก็ไม่ค่อยอยากพูดคุยเป็นการส่วนตัวเท่าไหร่นัก

“คุณนาโกะ” ฮิโตมิถอนหายใจ “เป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อะไร”

“เย็นชาจัง”

“มันก็ไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนนี่”

“เดือดร้อนสิคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายโดยยังคงท่วงท่าที่ดูสง่างามราวกับตนเองอยู่เหนือทุกสิ่งเอาไว้ตามนิสัยเย่อหยิ่งของตัวเอง อันที่จริงเธอก็ไม่ใช่คนหยิ่งอะไรแต่หากไม่ทำแบบนี้จะไม่มีใครเคารพ เหตุเพราะลักษณะภายนอก แม้สุดท้ายจะทำจนติดเป็นนิสัยและท่าทาง “เดือดร้อนตรงนี้” ฮิโตมิตบอกซ้ายเบาๆ “เจ็บปวดมากเลยค่ะ”

“เธอนี่นะ” นึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีล้อเล่นจึงเบนสายตากลับไปจุดเดิม

“ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้” เด็กสาวเงียบสักพักก่อนเอ่ยต่อ “เมื่อก่อนพวกเราทั้งคุยเล่นแล้วก็สนิท-”

“เมื่อก่อนเราเคยขึ้นเตียงด้วยกันรึไง” หญิงสาวเอ่ยดักทำเอาฮิโตมิเงียบไป...แล้วยังไงหลับนอนด้วยกันแล้วพูดคุยเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้งั้นหรือ อยากจะถามเช่นนี้ออกไป แต่น้ำเสียงติดหงุดหงิดทำให้เด็กสาวยอมสอดตัวกลับเข้าใต้ผ้าห่มและดึงมันคลุมถึงคาง เพราะเป็นคนซื่อตรง จึงแสดงอาการน้อยใจออกมาชัดเจน ถามว่านาโกะแคร์หรือเปล่า แน่นอนว่าเธอแคร์แต่เก็บไว้ในใจก็พอ

“คุณนาโกะ”

“อะไรอีก”

“รักฉันไม่ได้เหรอคะ” ดวงตาสวยเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเด็กน้อย “ให้ฉันรักคุณก็ได้”

“นอนได้แล้ว” จากน้ำเสียงบ่งบอกได้ชัดว่านาโกะกำลังบังคับขั้นเด็ดขาด เด็กน้อยจึงยอมหุบปากและไม่เอ่ยพูดอะไรทั้งคืน

ในวันต่อมาทุกอย่างเหมือนเดิม นาโกะยังคงเป็นคนเคร่งเครียดกับงานเสมอแต่ที่แปลกไปคือวันนี้ดูเธอจะเครียดเป็นพิเศษ ไม่สิเรียกว่าช่วงนี้ดีกว่า เพราะมีปัญหาในบริษัท ทำให้ทุกอย่างตึงเครียดไปหมดโดยเฉพาะผู้ต้องแบกรับแทบทุกอย่างเช่นนาโกะ

“คุณนาโกะ” เด็กน้อยที่แอบมองอยู่ก่อนหน้านี้เอ่ยเรียก

“จะเที่ยงคืนแล้ว ยังไม่นอนอีกหรือไง”

“พรุ่งนี้วันหยุดค่ะ...คุณนาโกะเครียดเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” ยิงคำถามออกไปแม้รู้ทั้งรู้ว่าอาจถูกเมินหรือไม่ก็หงุดหงิดกลับมา

“ช่างฉันเถอะ”

“คุณเป็นแบบนี้ฉันรู้สึกเจ็บนะคะ” เด็กน้อยพึมพำเสียงอ่อน “ฉันเองก็อยากดูแลคุณเหมือนกัน เวลาที่คุณเครียดแบบนี้ฉันก็อยากเป็นคนที่ช่วยให้คุณผ่อนคลา-” ฮิโตมิอธิบายอย่างซื่อตรงแต่ยังพูดไม่ทันจบท้ายทอยของเด็กน้อยก็ถูกรั้งลงชิดไหล่ตามมาด้วยเสียงกระซิบข้างใบหูที่ส่อแววชัดเจน

“อยากช่วยเหรอ” มืออีกข้างของร่างเล็กลูบขึ้นตามต้นแขนแล้วคล้องคอคนเด็กกว่า “ถ้าอย่างนั้นก็...ช่วยรุนแรงกับฉันที” น้ำเสียงจากประโยคสุดท้ายทำเอาเด็กน้อยขนลุก ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวหรือรังเกียจแต่ตรงกันข้าม ฮิโตมิกำลังถูกหญิงสาวยั่วยวนอีกแล้ว “ช่วยรังแกฉัน รุนแรงกับร่างกายฉันที...เธอทำได้หรือเปล่า” เด็กสาวชะงักไปสักพักก็รีบกุมข้อมือคนตรงหน้าแยกออกจากตัวเอง

“ให้รุนแรงกับคุณนาโกะ ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ” เด็กน้อยทราบดีว่าทุกครั้งที่หญิงสาวเครียดมาก เธอจะกำจัดความเครียดด้วยการทำให้ร่างกายตัวเองบาดเจ็บหรือรับความรุนแรง จนลืมความเครียดนั้นไป แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ดีแม้แต่น้อย

“เหรอ” หญิงสาวส่งเสียงหัวเราะในลำคอมุมปากยกยิ้มขึ้นแล้วหุบลงทันทีอย่างต้องการประชดประชัน “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อย ฉันจะไปหาคนอื่น” นาโกะบิดข้อมือให้หลุดจากมือคนเด็กกว่าแต่น่าแปลกที่คราวนี้เด็กผู้ฟังคำสั่งของเธอเสมอคราวนี้กลับขัดคำสั่งด้วยการบีบข้อมือเธอแน่นขึ้น “จะทำอะไร”

“ฉันไม่อยากให้คุณนาโกะเป็นของใครทั้งนั้นค่ะ” ทั้งน้ำเสียงสีหน้ารวมกำคำพูดจริงจังช่วยสะกดให้นาโกะยอมหยุดนิ่งและสบตากับเด็กน้อยด้วยความรู้สึกสับสน เห็นเช่นนั้นฮิโตมิจึงค่อยๆ ปล่อยมือคนตัวเล็กแล้วโน้มตัวลงสวมกอดซึ่งเป็นการกระทำต้องห้าม

“ทำอะไรของเธอ ปล่อย” น้ำเสียงนั้นสั่นอย่างหวาดกลัวและตกใจ

“คุณเกลียดไม่ใช่เหรอคะ การกอดน่ะ” ในขณะที่คนตัวเล็กขัดขืนด้วยการพยายามผลักออก เด็กน้อยกลับกอดแน่นขึ้น “ฉันรังแกคุณด้วยการทำสิ่งที่คุณเกลียดตามคำสั่งแล้วไง”

“ไม่! ไม่ใช่แบบนี้! อื้อ! ” ฮิโตมิฉวยโอกาสตีความหมายของคำว่ารังแกสำหรับนาโกะไปอีกแบบ แม้จะทราบความหมายที่ผู้ใหญ่คนนี้อยากสื่อดีแต่เหตุผลของเด็กน้อยก็ฟังขึ้นเหมือนกัน จึงทำการ ‘รังแก’ ต่ออย่างอ่อนโยน เด็กสาวเอียงหน้าแตะริมฝีปากบางกับปากเล็กแล้วแนบลงทันทีที่รู้ตัวว่าอีกคนกำลังสวนกลับด้วยการกัด

ความคุ้นเคยอันแสนเจ็บปวดย้อนกลับเข้ามาทำร้ายความรู้สึกนาโกะอีกครั้งน้ำตาที่แทบไม่หลังให้ใครเห็นกลับหลั่งออกมา หัวใจแสนเยือกเย็นกำลังมีความรู้สึกร้อนและชา น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งที่ตนก็เปล่าถูกทำร้ายทั้งทางวาจาและการกระทำ ทว่าความอ่อนโยนที่ส่วนใหญ่มักรักษาจิตใจผู้คนเสมอกลับกำลังทำร้ายเธอ

เมื่อรู้สึกถึงน้ำตาเด็กสาวจึงผละจูบออก ดวงตากลมใสมองใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้นด้วยความรู้สึกห่วงใยและเจ็บปวดเต็มอก ฮิโตมิทราบว่าอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้เพราะอะไร ในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ว่าก็อยากให้นาโกะเปิดใจรับสักที เธอไม่เหมือนเขา...เขาคนนั้นที่ทำให้นาโกะเป็นแบบนี้

“คนตรงหน้าคุณคือฮอนดะ ฮิโตมิค่ะ ไม่ใช่เขาคนนั้น” ประคองใบหน้าให้กลับมาเงยสบกับตัวเอง น้ำตานั้นยังคงไหลไม่หยุดจึงกดนิ้วโป้งเรียวเช็ดมันออก “ฉันรักคุณจากใจจริงและไม่เคยโกหก ฉันรักคุณมากเกินกว่าจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างที่เขาเคยทำ” ไม่ใช่แค่นาโกะ เด็กน้อยฮิโตมิก็กำลังร้องไห้เช่นกัน “ช่วยเชื่อใจความรู้สึกที่ฉันมีต่อคุณได้ไหม...เชื่อใจว่าความรักของฉันจะไม่ทำร้ายคุณ และเชื่อว่าความรู้สึกที่ดีทั้งหมดของฉันจะเป็นของคุณ ฉันสัญญาว่าความรักของฉันจะไม่หักหลังคุณ” น้ำตาเอ่อคลอจนภาพพร่ามัวไปหมด ฮิโตมิมองไม่ให้ว่าคนตรงหน้าแสดงท่าทีอย่างไร หยุดร้องไห้หรือยัง... “ได้โปรดเถอะค่ะคุณนาโกะ ได้โปรดช่วยรับความรักจากฉันที”












เช้าวันต่อมาฮิโตมิไม่เห็นร่างอีกฝ่ายบนเตียงแล้ว เด็กสาวถอนหายใจอย่างสิ้นหวังพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน หลังเอ่ยความรู้สึกออกไป อีกฝ่ายก็ไม่ตอบอะไร...เอาแต่ร้องไห้ลูกเดียว สุดท้ายก็หลับลงเพราะหมดแรง

เธอลุกจากเตียงเพื่อตรงกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือยังห้องของตัวเอง ก็พบข้อความอีเมลที่ไม่คิดว่าจะได้รับจากชื่อผู้ส่งนี้ส่งมาหาตน

‘ฉันมาทำงาน ตอนบ่ายจะกลับไป...ส่วนเรื่องที่เธอบอกเมื่อวาน ไว้จะเก็บมาคิดแล้วกัน’ เด็กน้อยชกอากาศร้องดีใจกอดมือถือแนบอกแล้วทิ้งตัวกลิ้งไปมาบนเตียงจนพอใจก็เปิดอ่านข้อความอีกครั้ง ‘เก็บมาคิด’ ประโยคดังกล่าวอาจไม่น่ายินดีสำหรับบางคนเพราะรูปประโยคเหมือนตอบปัดๆ แต่ไม่ใช่สำหรับนาโกะ หากเรื่องใดที่เธอคนนั้นไม่สนใจ นาโกะมักหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงและไม่คิดมากให้รกสมอง ซึ่งการที่เจ้าตัวเก็บไปคิดนั้นนับเป็นสัญญาณที่ดี...

สัญญาณแห่งความหวังของฮอนดะ ฮิโตมิ
SHARE

Comments