หลังจากยุคเรเนอซองค์จบลง
ถ้าคุณเคยเปิดโรงหนังเข้าไปนั่งอยู่ในนั้นสักพัก โดยที่คุณไม่ได้ซื้อตั๋วมาแต่คุณได้เข้าไปดูหนังฟรี คุณจะไม่มีทางสงสัยที่มาที่ไปของหนังเรื่องนั้นแน่ คุณจะนั่งดูมันราวกับว่าคุณจะเสพสุขเข้าไปถึงหัวใจคุณได้มากแค่ไหน โดยเปรียบเทียบความความสุขที่คุณมีอยู่ตั้งแต่เริ่มแรกในหัวใจ และกลั่นมันออกมา

เราไม่ได้กำลังตามหาบทสรุปว่า “ใครที่จะมองเห็นคุณค่าที่ถูกซ่อนในงานภาพยนตร์ได้มากที่สุด”
นั่นเป็นแค่ความน่าจะเป็นอันน่าทึ่งเฉย ๆ (ในระดับสามัญ) และขอโทษเหมือนเดิมที่คุณจะไม่มีวันอ่านข้อความเหล่านี้รู้เรื่อง จนกว่าจะเปิดหนังสือของ เดอริดา ขึ้นมาอ่าน (ผมก็ไม่เคยอ่านหรอก ผมพูดให้ผมดูเท่มากขึ้นเท่านั้นเอง)

ผมจะเริ่มจากที่ที่ผมมีความรู้ติดตัวอยู่แล้ว มันถูกเรียกว่า “การเดาสุ่ม”
ผมเชี่ยวชาญการเดาสุ่มในระดับที่กำลังจะถูกทาบทามจากมหาวิทยาลัยกำมะลอในสมองให้เป็นอาจารย์สอน
และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมภูมิใจเลยสักนิด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำลายศักดิ์ศรีในตัวผมไปมากเท่าไหร่นัก

ยกเว้นแต่ว่าในตอนที่ผมเริ่มตั้งคำถามว่า “ชีวิตผมดีได้มากกว่านี้รึเปล่า?” 
ผมจะถูกโมเดลเศรษฐศาสตร์หลังสงครามโลกมากุมขมับผมไว้ แล้วก็เริ่มร่ายจรรยาแบบชนชั้นแรงงานให้ผมฟัง โดยที่วิธีคิดทางวรรณกรรมของฟิโอดอร์์ดอสโตเยฟสกีได้เข้ามาช่วยนวดขมับผมด้วย (อันที่จริงผมกำลังหวังอย่างสุดใจว่า ถ้ารัชกาลที่๖ ได้ทรงอ่านบทความนี้ ผมจะได้รับโปรดเกล้าจากในหลวงให้ไปเขียนหนังสือในหนังสือพิมพ์ของพระองค์หลานพระนั่งเกล้า แล้วพระองค์จะต้องชอบมันอย่างสุดจิตสุดใจ) และเริ่มอ่านหนังสือเรื่อง บันทึกใต้ถุนสังคม ให้ได้ฟัง แล้วก็คิดถึงคนที่ผมรักบาง ร้องไห้กับวิธีคิดทางจิตวิทยาของผมบาง ก่อนที่ผมจะหยุดร้องไห้แล้วก็ไปนั่งวิเคราะห์ว่าทำไม พล.อ.ประยุตจันโอชาถึงอย่างจะปิดพรรอนาคตใหม่นักหนา

ใช่, ดูเหมือนผมกำลังจะรวมหน้าประวัติศาสตร์หลายหน้ามารวมไว้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพราะข้อมูลในยุคอยุธยาตอนต้น อยู่ไหนแล้วนั้น ก็ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้อ่าน และยิ่งกว่านั้นคือใครที่เป็นนักคณิตศาสตร์ในยุคอยุธยาบ้าง (ซึ่งถ้าเราถามว่า หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นลูกศิษย์ใคร น่าจะพอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ง่ายกกว่า)
SHARE
Writer
Pdhala
School Dropout
งานเขียนของนักปรัชญาคนอื่นนั้น กล่าวได้ว่าเป็นเชิงอรรถของเพลโตเท่านั้น - ส. ศิวรักษ์

Comments