อาหารคลีนทำง่ายและปลอดภัย ทำเองเถอะอย่าเสียเงินซื้อแพง ๆ เลย
วันนี้ทำอาหารคลีน & ลีน กินเองครั้งแรก จริง ๆ เป็นคนทำอาหารกินเองบ่อยแต่ไม่ค่อยได้ทำมากินที่ทำงานเพราะติดภารกิจหลายอย่างทำให้เวลาไม่พอ แต่ช่วงนี้ลูกเริ่มหลับยาวและไม่ต้องตื่นมาปั๊มนมแล้วเลยพอมีเวลาทำอะไรได้มากขึ้น

ทุกเช้าไหน ๆ จะต้องตื่นมาทำกับข้าวให้ลูกกินและอาหารที่ทำให้ลูกก็คืออาหารคลีนดี ๆ นี่เอง คือไม่เน้นปรุงรส น้ำมันที่ใช้ก็เป็นน้ำมันมะกอกอยู่แล้วด้วย ผักก็ต้องกินเหมือนกัน เนื้อปลา เนื้อไก่ก็มีติดตู้เย็นตลอด งั้นก็ทำอาหารมากินเองเลยละกัน สาเหตุที่ทำกินเองก็เพราะเพื่อนที่ทำงานชวนซื้ออาหารคลีนกล่องละ 60-70 บาท 

ไม่ไหว รู้สึกว่าตัวเองจ่ายที่ราคานี้ไม่คุ้ม

1.ไม่คุ้มที่ 1 คือมันทำง่าย วัตถุดิบราคาถูกทำไมต้องจ่ายแพง จริงนะอาหารคลีนคืออาหารที่ทำง่าย ง่ายกว่าไข่เจียวง่ายกว่าไข่ตุ๋นซะอีกแค่คุณล้างผักเป็น หั่นผัก หั่นปลา หั่นไก่ได้ เปิดเตาแก๊สได้โยนลงหม้อต้มหรือย่างในกะทะโรยเกลือโรยพริกไทย รอให้สุกตักใส่กล่องคือจบ อกไก่ราคาถูกมาก ผักก็ราคาไม่แพงเลยเอาอะไรมาแพงเนี่ยทำไมอาหารคลีนขายกันแพ๊งแพงกล่องหนึ่งราคา 70-80 บาท คืออะไร?

2.ไม่คุ้มที่ 2 อาหารคลีนปลอดภัยจริงเหรอ? บางร้านอาจจะเคลมว่าผักที่เลือกใช้เป็นผักออร์แกนิค เนื้อไก่ที่ซื้อก็ต้องเลือกแบบไม่ใช้สารเร่ง เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ แต่ก็ไม่มีใครการันตีได้ 100% ว่าคนที่ขายจะไม่ใช้ผักทั่วไป หรือเนื้อไก่ยี่ห้อทั่วไป จากข่าวที่เห็นกันบ่อย ๆ หากใครตามข่าวอยู่บ้างจะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สุ่มตรวจสารเคมีในผักจากห้างค้าปลีกและตลาดสด พบว่ามีค่าสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานและยังพบว่ามีสารเคมีตกค้างร้ายแรงที่ยกเลิกการใช้แล้ว รวมทั้งมีสารพิษตกค้างจากสารพิษที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนอีกเพียบ โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าที่มีป้ายปลอดสารพิษหรือผักปลอดภัยที่ขายแพงกว่า พบว่าผักที่แพงไม่ได้การันตีเลยว่าจะปลอดภัยจริงเพราะมีสารพิษตกค้างไม่แตกต่างเลยกับผักราคาถูกกว่าเลย 

ดูจากความไม่คุ้มที่บอกแล้วงั้นทำเองน่าจะดีกว่า อาจจะดูยุ่งยากกว่าในช่วงแรก ๆ แต่ระยะยาวน่าจะส่งผลที่ดีกว่าเยอะ ดีกว่ายังไง?

1.มั่นใจอาหารที่ทำ คลีน & ลีนจริง ปรุงรสน้อยจริง

2.อาหารที่ได้สะอาดกว่า ดูจากข้อมูลเรื่องสารตกค้างของผักและผลไม้ในท้องตลาดและในห้างสรรพสินค้าแล้ว ร้านอาหารคลีนคงไม่ได้ล้างผักจริงจังเท่าไหร่หรอก เต็มที่คงล้างเอาคราบฝุ่น คราบโคลนออกแต่คงไม่มีใครใส่ใจล้างสารพิษตกค้างจริง ๆ หรอก (เชื่อซี้!!) จริงจังมาก 55
  
3.วิธีล้างสารพิษตกค้างในผักผลไม้ทำได้ง่ายมาก ส่วนใหญ่นึกถึงอะไรกันบ้างคะเวลาล้างผักและผลไม้? น้ำส้มสายชู? เบกกิ้งโซดา? เกลือ? ด่างทับทิม? หากใครหาข้อมูลในกูเกิลจะเจอบรรดานักเขียนบทความสมัครเล่นเขียนตาม ๆ กันด้วยการ rewrite ให้เป็นสำนวนตัวเองแต่ข้อมูลเหมือนกันเด๊ะ ที่สำคัญข้อมูลไม่อัพเดท บ้างก็อ้างว่าล้างสารพิษได้ 60-70% บ้างก็บอกว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย เอาเข้าจริง ๆ ไม่มีอะไรมายืนยันเลยด้วยซ้ำเขียนกันไปเรื่อย หาข้อมูลไม่จริงสักคน สนใจแค่ว่าจะเขียนยังไงให้ติด SEO จะเขียนยังไงให้คนสนใจและติดตาม เทคนิคแบบไหนที่ดึงดูดความสนใจของคนอ่าน ทุกวันนี้จึงเห็นข้อมูลซ้ำ ๆ บนหน้าแรกของกูเกิลเต็มไปหมดเลย 

4. วิธีล้างผักและผลไม้ที่ดีที่สุด รศ.ดร.สมพนธ์ วรรณวิมลรักษ์ ศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้บอกไว้ว่า “การแช่ผัก 10 นาทีในน้ำ และจากนั้นเปิดน้ำไหลผ่าน 2 นาที พร้อมกับเอาผักขึ้นมาถูใบ ถูก้านให้สะอาด” พบว่าวิธีนี้ล้างสารพิษตกค้างได้ 60-70% ในขณะที่ ด่างทับทิมล้างสารพิษตกค้างได้ 20-30% น้ำส้มสายชู 30-40% เบกกิ้งโซดา 30-40% เท่านั้นเอง ใครอยากดูคลิปการล้างผักที่ปลอดภัยเปิดดูได้ในยูทูบเสิร์ชด้วย “วิธีล้างผักผลไม้ที่ดีที่สุด” ได้เลยค่ะ

5.ระยะยาวเราคงมีสุขภาพที่ดีและคนรอบข้างก็คงมีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย ถึงแม้เขาอาจจะไม่กินอาหารคลีนก็จริง แต่อย่างน้อยเขาจะได้กินผักผลไม้ที่ล้างอย่างสะอาดที่สุดไปด้วยแน่นอน

เอาล่ะถ้าไม่ติดปัญหาอะไรจากกนี้จะทำอาคลีนมากินที่ทำงานทุกวัน จะได้ประหยัดเงินค่าอาหารและได้กินอาหารที่มีประโยชน์เสียทีหลังจากหาข้ออ้างและขี้เกียจมานานแล้ว ขอให้ทุกคนได้กินอาหารและผักที่ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมนะคะ 


รัก
SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments

niji
2 months ago
บีก็ทำอาหาร​คลีนทานเองมาปีกว่าแล้วค่ะ​ ซื้อราคาแพงมาก
Reply
KCstory
2 months ago
จริงมากเลยค่ะ แพงวัวตายควายล้มมากอ่าาา