วางใจให้ถูกที่
 
เมื่อเรารู้ตัวว่าเรากำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์อันคลุมเครือ โดยรู้ซึ้งดีถึงความเป็นไปไม่ได้ บวกกับการชั่งน้ำหนักระหว่างสมอง จิตใจ และความเป็นจริงที่สมเหตุสมผลแล้ว หากผลลัพธ์ที่ได้ออกมา คือการที่เราต้องเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้น สิ่งแรกที่ควรจะต้องทำก่อนเลยคือ รีบคุยกับตัวเอง เตือนตัวเองซะ ปลุกสติตัวเองกลับมาให้ไว ย้ำเอาไว้เลยว่า หากคนที่เรารู้สึกดีด้วย เขามีเจ้าของอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังจะคอยหล่อเลี้ยงให้ความหวังทางใจกับเราอยู่ แม้ว่าจะไม่แสดงออกมาตรงๆ ยังรั้งเราเอาไว้โดยหนทางใดก็แล้วแต่ ถึงเราจะรู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ทาง และยังจะใจอ่อนให้เสมอโดยเฉพาะกับเขา มันก็ต้องฝืนให้ได้ ลองคิดดูสิ มันจะต่างอะไรกับที่เรากลายเป็นของเล่นยามเหงาของเขาไหม อยากจะดึงให้มาก็มา อยากจะเขีี่ยให้ไปก็ไป มันคงไม่โอเคมั้ง อย่าลดคุณค่าตัวเองโดยเอาใจไปให้ใครเขากุมเล่น เพราะมันคงไม่แตกต่างกับการที่เราเอาคุณค่าในตัวเองไปให้คนอื่นตัดสิน ถ้าจะมีความรู้สึกดีๆให้ใครสักคน ก็อย่าหน้ามืดตามัวหลงไปหมดใจ คือหลงน่ะหลงได้ แต่เอาพอหอมปากหอมคอ พอถึงจุดนึงคนเราก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง จะค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินหันหลังออกมา บางคนอาจใช้เวลาน้อย บางคนอาจใช้เวลานานหลายวัน หลายเดือน จนเป็นปีๆ หรือบางคนเดินออกมาแล้วก็ยังไม่วายจะหันไปเหลียวหลังแอบดูก็มี แต่สุดท้าย ก็ยังเป็นการเดินกลับมาสู่ความเป็นจริงอยู่ดี

แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไง สิ่งที่มันไม่ใช่ตั้งแต่ต้น ดิ้นรนฝืนไปยังไงมันก็ไม่มีทางลงล็อกได้ เหมือนการที่เราถูกใจเสื้อตัวนึงมากๆ ชอบมากทั้งสีสัน การดีไซน์ ทรวงทรงเป๊ะโดนใจไปหมด แต่ด้านในเย็บด้ายรุ่ย มีตะเข็บเป็นฝอย พอลองใส่แล้วแพ้ คันยุบยิบ แล้วเราจะยังฝืนใส่ไหม สู้ตัดใจเดินดูต่อไปเรื่อยๆ เชื่อสิมันก็ยังต้องมีที่ถูกใจอีกแน่ เราสามารถเป็นคนเลือกสิ่งที่เราชอบให้ตรงใจเราที่สุดได้ ถ้าเราพยายามไม่ไปยึดติดกับสัมผัสแรกบนเนื้อผ้านั้น หรือปักใจกับอารมณ์ความชอบในแรกเห็นเสียก่อน เพราะสุดท้ายเวลาเราลองสวมจริง คุณภาพต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะใส่ไปได้นานแค่ไหน หรือจะอยู่คู่อยู่ทนกับเราได้หรือเปล่า    

ก่อนจะมีความรู้สึกดีๆที่มาจากความจริงใจ ก่อนที่จะมอบความเป็นห่วงเป็นใยให้กับใครสักคนไปจนหมดนั้น เราต้องมอบความรักและความเข้าใจให้ตัวเราเองก่อน เพราะคนที่จะอยู่กับเราไปตลอด และคอยอยู่กับเราเสมอทุกเวลา ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือเปล่า ก็คือตัวเราเอง วางใจให้อยู่กับตัว หากเรารักตัวเองมากพอ เคารพตัวเองมากพอ เราจะไม่รอขอให้ใครมาเติมเต็ม และเวลาที่เราจะปันใจให้ใคร เราจะปันให้ในลักษณะที่เป็นความรู้สึกชนิดที่ให้เปล่าจริงๆ ไม่ได้คิดหวังว่าจะต้องได้ใกล้ชิดในทางกายภาพ หรือผูกพันกันทางความรู้สึกใดๆเลย มันคงจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้วในความสัมพันธ์ เพราะมันจะไม่เกิดเป้าหมาย ไม่เกิดความคาดหวัง ไม่เกิดความเป็นเจ้าข้าวเข้าของ และที่สำคัญ จะไม่มีใครเอาเปรียบใจเราได้ เพราะเราไม่ได้วางใจที่ใคร แต่เราได้วางใจที่ตัวเราเองตั้งแต่ต้นแล้วไง


สุดท้าย...
ก็ยังคิดถึงอยู่ ยังเป็นห่วงอยู่ ยังคงหวังดีด้วยอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ 
จะมาจะไปก็แล้วแต่เลย มาไม้ไหนได้หมด ก็โอเค วกไปวกมาจนชินแล้วหนิ
ยังไงมันก็ต่างไปจากเดิมแล้ว... ก็ชอบนั่นแหละ แต่เราก็รู้แล้วด้วยว่า... เราก็รักตัวเองมากแค่ไหนเหมือนกัน :D

ปล. แต่ถ้ามันจะมีโอกาสที่ต้องเจอตัวกันจริงๆ ชนิดหันหน้าหนีเลี่ยงไม่ได้ กายเนื้อสัมผัสกายเนื้อ ณ จังหวะนั้น เราควรปล่อยไหล หรือควรยั้งไว้ดีล่ะ ?
SHARE

Comments