รัฐสวัสดิการคืออะไร? แล้วทำไมเราถึง "ต้องการ" มัน
ก่อนที่บทความนี้จะนำไปชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่จะมีรัฐสวัสดิการ เราอยากจะพาไปทำความรู้จักกันก่อนว่า "รัฐสวัสดิการ" คืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร และมันทำงานอย่างไร
รัฐสวัสดิการ (State Welfare) คือ บริการทางสังคมที่รัฐเป็นผู้จัดสรรให้แก่ประชากรในประเทศอย่างถ้วนหน้าและเท่าเทียม โดยสร้างขึ้นตามความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ (ปัจจัย 4) ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง ที่อยู่อาศัย และการได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากรัฐ ซึ่งรัฐสวัสดิการจัดหาเงินทุนจากการเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า นั่นหมายความว่า ใครที่รวยก็ต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูง ใครที่ไม่ได้รวยมากก็จ่ายภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า และใครที่ไม่มีก็จ่ายในอัตราที่น้อยมาก หรืออาจจะไม่ต้องจ่ายภาษีเลย เป็นการเก็บภาษีแบบขั้นบันได และบริการต่างๆของรัฐจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆทั้งสิ้น เพราะเราได้จ่ายผ่านจากการเก็บภาษีไปแล้ว หรือเรียกสั้นๆว่า ฟรี นั่นเอง 
รัฐสวัสดิการเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมี เพราะทุกคนในสังคมล้วนมีบทบาทในการสร้างสังคมทั้งสิ้น
รัฐสวัสดิการยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางด้านต่างๆ ลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนให้แคบลงกว่าเดิม และยังสามารถส่งเสริมความเสมอภาคในสังคมได้อีกด้วย ในกลุ่มประเทศรัฐสวัสดิการ ให้สิทธิสตรีในการพักงานหลังจากการคลอด 480 วัน (แต่ยังได้รับค่าจ้างอยู่) เพื่อให้อยู่ดูแลบุตร และสามารถแชร์วันหยุดกับสามีตัวเองได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเท่าเทียม และเป็นการสร้างรากฐานความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ในเรื่องของการศึกษา การศึกษาในกลุ่มประเทศรัฐสวัสดิการ ให้สิทธิในการเรียนฟรีถึงขั้นอุดมศึกษาและรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทุกอย่างจนกระทั่งจบปริญาเอก 
สวัสดิการเหล่านี้ฟังดูดีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกมากับการเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก
รัฐสวัสดิการไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่ที่ว่าการตกลงของประชาชนในประเทศนั้นๆเป็นอย่างไร บางประเทศอาจจะมีเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้น เช่น รัฐจะเป็นผู้จัดหางานให้ เมื่อว่างงานหรือตกงาน ในระหว่างนั้นรัฐก็จะจ่ายเงินเดือนให้คุณอีกด้วย หรือ เงินบำนาญโดยรัฐภายหลังการเกษียณอายุ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานรัฐหรือพนักงานเอกชนก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นย่อมแลกมากับการเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น แต่ภาษีจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเท่าเทียมที่สุด
เท่าเทียม เสมอภาค และเป็นธรรม
พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้คนขี้เกียจหรือ? เพราะทุกอย่างรัฐก็สรรหาให้ คำตอบคือ คำว่าขี้เกียจเป็นเพียงแค่มายาคติที่ถูกสร้างขึ้นโดยนายจ้างมาเพื่อครอบงำและกดขี่ให้เราทำงานหนักขึ้นในทุกๆวัน เราทำงานวันละเฉลี่ย 8-9 ชั่วโมง และแถมยังทำงานเกินเวลา แลกกับค่าตอบเเทนอันน้อยนิดที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสุขสบาย คำถามคือ เรายังเป็นคนขี้เกียจอยู่อีกหรือ?
รัฐสวัสดิการไม่ได้ทำให้คนขี้เกียจ แต่เป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของมนุษย์กลับสู่ประเทศไทยในปัจจุบัน ปัญหาต่างๆยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆและไม่ได้รับการเเก้ไข นักเรียนและนักศึกษาหลายคนต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะไม่มีเงินมากพอที่จะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียน ปัญหาการกู้หนี้นอกระบบที่เพิ่มขึ้น เพื่อมาจ่ายกับระบบสาธารณูปโภค ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนลดทอนศักยภาพและจินตนาการของมนุษย์
สิ่งที่เราต้องการคือให้รัฐสวัสดิการมาเติมเต็มความต้องการขั้นพื้นฐาน เพื่อที่จะปลดล็อคศักยภาพมนุษย์ เพิ่มอิสระในการใช้ชีวิตของเรา กำหนดทิศทางการใช้ชีวิตแบบที่เราต้องการได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ว่า "ทำไมเราจึงต้องการรัฐสวัสดิการ"

#เราต้องการรัฐสวัสดิการ
สุดท้ายแล้วหากมัวแต่สิ้นหวังและคิดว่า ไม่มีทางที่รัฐสวัสดิการจะเกิดขึ้นในไทย เราอาจจะต้องทบทวนตัวเองใหม่ เริ่มต้นจากการเชื่อว่ารัฐสวัสดิการเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนในสังคมพึงจะมี และร่วมมือกันเรียกร้องให้เกิดรัฐสวัสดิการขึ้นมา แล้ววันนั้นชัยชนะจึงจะเป็นของประชาชนอย่างเเท้จริง
SHARE
Writer
KongkangGroup
Writer
กลุ่มโกงกาง นักกิจกรรมจากบางแสนดินแดนเสรี

Comments

K_Kabot
6 months ago
เขียนดีครับ ผมรอติดตามอยู่นะครับ
Reply
Highlander
6 months ago
นิวซีแลนด์เคยเป็นประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการชั้นนำของโลก  และผมอยู่ที่นั่นตอนระบบนี้เริ่มล้มพอดี   สาเหตุสำคัญคืออัตราการว่างงานที่สูงมาก   และระบบเศรษฐกิจที่ขาดอุตสาหกรรมสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศ   ทำให้แม้เก็บภาษีจากคนที่มีรายได้ปานกลางสูงเกือบ 40 % แล้วก็ยังไม่พอจะจัดสวัสดิการให้คนส่วนที่เหลือได้   ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สถานการณ์แบบนั้น   โดยส่วนตัวผมว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเป็นรัฐสวัสดิการเต็มตัว
Reply