12. "หากกลัวนักเรียนเกลียด ก็เลิกเป็นครู" ฉันบอกตัวเองในใจ
ฉันเป็นคนไม่รู้มากกว่ารู้ ถึงกระนั้นก็พยายามดัดแปลงสิ่งที่รู้เพื่อการสอน ฉันใช้เทคนิคเหล่านั้นราวเป็นชะแลงสำหรับงัดความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวนักเรียน ทุกอย่างที่ทำไป ก็เพื่ออยากช่วยเหลือ แม้มันดูเลื่อนลอยในสายตาศิษย์ทั้งหลาย ทำไมต้องสั่งให้จดบันทึก ทำไมต้องให้สอบพูดหน้าชั้นเรียน และนานาคำถามที่ไม่ถูกพ่นอย่างตรงไปตรงมาที่หูฉันสักที

ฉันในวัยเด็ก ก็เคยมีช่วงเวลาที่คิดต่อต้านทุกอย่างที่ผู้ใหญ่ยื่นให้ ฉันจึงเข้าใจลูกศิษย์ดี ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึกมันคืออะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร 

อย่างไรก็ตาม เพราะฉันเข้าใจพวกเขามากเกินไป ฉันจึงทุกข์ ทุกข์เพราะคิดเองเออเองว่า 'รู้ทัน' สิ่งที่นักเรียนคิด .. จริงๆฉันต้องขอบคุณสัญชาตญาณของตน ที่ยังจำอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดในวัยเด็กได้ เพราะมันเป็นประโยชน์เมื่อต้องช่วยนักเรียน ในฐาน 'เหยื่อ' ของเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดประปรายในชีวิตพวกเขา แต่เพราะเข้าใจมากถึงจุดที่รู้ว่ากำลังสั่งงานที่หากตนเป็นนักเรียนในวัยนั้น ตนก็จะยิ้มแสยะใส่ครูให้ และก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนในฐานะนักเรียนและนักโทษที่ไม่อาจเลือกอาหารที่อยากกินให้ตนได้

ฉันถามตัวเองหลังเชื่อมั่นว่า 'ความรู้ทัน' ความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่องานที่ฉันสั่ง เป็นไปในทิศทางที่ย้อนศรกับเจตนาอันดีงามในฐานะครูของฉัน ว่า... 
จริงใช่ไหมที่เราไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างภาระให้เขา แต่ตั้งใจให้ไว้เพื่อสร้างเขา? 
งานที่เรามอบหมายทุกชิ้นไม่ได้สั่งไปแบบส่งเดช แต่มันล้วนผ่านกระบวนการตรองมาก่อนแล้วทั้งสิ้น หมุดหมายในการสอนของฉันคือ นักเรียนต้องคิด คิด และฝึกลำเลียงความคิดเหล่านั้นออกมา 

เมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่ทำอยู่ มาจากเจตนาต้นตอที่ดีแน่ๆ ฉันก็เบาใจลงหน่อยนึง และค่อยๆปลอบตนเองให้ปลงให้ได้ ในเมื่อฉันรู้ดีว่า หากไม่อยากถูกคนเกลียด อาชีพครู คงไม่ใช่คำตอบ แต่ฉันก็ยังดึงดันจะเป็นต่อไป ในฐานะครูที่ครั้งนึงเคยเป็นนักเรียนชั้นเลวว่าก่อน บอกกับตัวเองอีกครั้งว่า ฉันไม่อาจอนุญาตให้(สิ่งที่ฉันติ๊งต่างว่าเป็น)ความสามารถในการเข้าใจหัวอกนักเรียนอย่างลึกซึ้ง ว่านักเรียนกำลังรู้สึกอะไรอยู่ มาฉุดรั้งไม่ให้ปล่อยความหวังดีออกไป

วันนี้เขาอาจจะรู้สึกขยะแขยงการบ้านที่ฉันตั้งใจให้ไว้ แต่สักวัน เขาจะรู้ว่ามันได้กลายเป็นแขน และขาให้เขาได้ เมื่อถึงคราวต้องใช้ เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า 'การสื่อสาร' ยังคงสำคัญกับมนุษย์ตลอดไป ไม่มีเทคโนโลยีใดเข้ามาแทนที่ได้ มนุษย์ตางหากที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น เพื่อให้การสื่อสารยังคงประสิทธิภาพอยู่ 

เอาหล่ะ หากพวกหนูผ่านมาอ่านบทความนี้ขอให้รู้ว่า
ครูมีความจำเป็นต้องสั่งงานแบบนี้ไป 
บางครั้งเราก็ต้องยื่นยาขมให้ และแม้ว่ายาจะขม แถมไม่มีกลิ่นยั่วยวน
แต่อย่าลืมสิ 'กลิ่น' ไม่ใช่ทั้งหมดของยา 
สิ่งที่อยู่ข้างในความขมต่างหากที่นักเรียนของครูคู่ควร

การบ้านก็เช่นกัน
...

SHARE

Comments