เรา Homesick เพราะเธอเลย
เมื่อวานนี้เป็นวันที่เรานัดเจอกันหลังจากที่เธอบินไปเรียน
เป็นหนึ่งวันที่ไม่ใช่รักระยะไกลอีกต่อไป

เราแพลนขับรถเที่ยวกันที่จังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพฯ
เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ค้างคืนแน่ ๆ และเราสองคนก็ไม่ว่างในวันต่อมาด้วย
แต่พอไม่กี่วันก่อนวันนัด รถดันเสียขึ้นมาและไม่มีโอกาสได้ซ่อม
ที่แย่ไปกว่านั้น คืนก่อนวันนัด แม่เราก็พูดขึ้นมาว่า

"จริง ๆ ไม่ได้อยากให้ไปต่างจัดหวัดด้วยกันสองคนนะ
อยู่แค่ในกรุงเทพก็พอ"

มันไม่ใช่แค่เพราะไปกับแฟน แต่เพราะเป็นเราต่างหาก
เราไม่เคยได้ไปไหนต่างจังหวัดกับคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว
ถ้ามันไม่ใช่เรื่องงานจริง ๆ
นี่แหละที่ทำให้เสียใจ

พอโทรไปบอกเขา เขาก็เสียใจเหมือนกันเพราะบอกที่บ้านไว้แล้วด้วยซ้ำ
จะตื่นตี 5 นะ ออกจากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้าเที่ยวแรกเลย
แล้วถ้าไปถึงที่เที่ยวจะถ่ายรูปแบบนี้ ๆ มุมนี้ ท่านี้ให้เธอนะ
เราขอโทษนะที่พาเธอไปเที่ยวไม่ได้แล้วน่ะ

เขาบอกว่าไม่เป็นไร แต่หลังจากวางสาย
เราก็อยากร้องไห้ตลอดเวลาอยู่ดี จนต้องแอบไปนั่ง
ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบ ๆ คนเดียวก่อนกลับบ้าน
ตอนนั่งรถกลับ โคตรอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ได้เลยพิมพ์ไปบอกเขาว่า

"เสียใจมากเลยทำไงดี"

เขาก็โทรมาหาทันที เขาบอกว่าเข้าใจครอบครัวเรา
เขาน่ะยังทำให้เห็นไม่ได้ว่าปกป้องเราได้ไง แม่ก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว เขาเข้าใจ
ไม่เป็นไรเลยนะ ไม่ว่าไปที่ไหนค่ได้ไปกับเธอก็ดีที่สุดแล้ว

รักเธอมากเลยจริง ๆ

แล้วก็หัวเราะได้เพราะเขาในที่สุด เขามุ่งมั่นกับการเสิร์ชที่เที่ยวในกรุงใหม่
หาไปก็งุบงิบ ๆ ว่ามันต้องมีสิวะ ที่ที่ไปด้วยกันได้น่ะ
และแล้วก็ตกลงปลงใจไปปิคนิคกันที่สวนใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ



เช้าวันนัด
กะจะออกจากบ้านแต่เช้า แต่เพราะโทรไปร้องไห้กับเพื่อนต่อจนสลบคาเตียง
ตื่นมาตาบวม น้ำท่าไม่ได้อาบ เลยต้องใช้เวลานานกับการแปลงร่างให้ออกมาเป็นสาวน้อยสวยสดใส
กว่าจะถึงสถานีที่นัดเจอกันก็ 11.40 แล้ว

เธอนั่งรออยู่ที่สุดทางแพลตฟอร์มข้างรางรถไฟฟ้า
สถานีนี้คนน้อยมาก เธอเลยเป็นคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนั้น
วินาทีที่เห็นเธอใกล้ ๆ เธอหล่อมากจนจำไม่ได้เลย
ตัดผมใหม่ โกนหนวด ใส่ยีนส์ที่เธอภูมิใจนำเสนอที่สุดตอนวิดีโอคอลคุยกัน
ตัวก็สูงกว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกันเยอะเลย อึ้งเลยนะจริง ๆ
แต่คงจะไม่เท่าเธอ

เธอมองเราไม่วางตาเลย มองจนเราเขิน
ไม่รู้ต้องเอาตาไปมองตรงไหนแล้ว
พอเดินไปใกล้ก็จับมือเราเหมือนจะดึงไปจูบ ตกใจหมด
ชวนให้ลุกก็ไม่ยอมลุก แต่ดึงให้เรานั่งข้าง ๆ ด้วย

"นั่งด้วยกันก่อน" 

ที่แปลว่า ขอใช้เวลาตรงนี้กับเธออีกหน่อยนะ



เรานั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถสองแถวไม่นานก็ถึงจุดหมาย
แดดแรงจ้าแบบไม่ไว้ชีวิต ลมหนาวไม่อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว

อากาศแบบนี้พาลให้อยากกาแฟแต่เราสองคนแย่งกันจะซื้อร้านที่ชอบ
เราอเมซอน เธอสตาร์บัคส์ สุดท้ายตกลงกันว่า
ถ้าเจอร้านไหนก็ได้ซื้อร้านนั้น
และแล้วพระเจ้าก็รักฉันนนนนนนนน

เราเปลี่ยนใจมานั่งดูหนังในอเมซอนกันแทน รอจนกว่าจะแดดร่มลมตก
เรายื่นข้อมือให้เธอดมกลิ่นน้ำหอม เธอดมแล้วบอกให้เราดมตรงคอเธอบ้าง
เราพรมน้ำหอมกลิ่นเดียวกันมา!

เกือบบ่ายสาม เราเดินเข้าไปในสวนพร้อมกับถุงขนมหาที่เหมาะริมบ่อน้ำ ใต้ร่มไม้ใหญ่ และคนไม่พลุกพล่าน
ปูเสื่อที่เธอยืมคุณตามาใช้ แล้วนอนแผ่ลงพร้อมกัน
จากมุมนี้เห็นทั้งบ่อน้ำ สวนดอกไม้ และอาคารสวยตรงกลางสวนเลย

เราเปิดโคนันเดอะมูฟวี่ดูต่อจากที่ร้านกาแฟ
เธอคอยเบาเสียงลงตลอด เพราะเกรงใจคนรอบข้าง
กลัวจะไปรบกวนคนอื่น แต่นั่นน่ะเบามากแล้วนะ 55555
แกล้งเอาขาไปพาดเธอบ้าง เธอก็เอาแขนมาให้หนุน
สลับกันมองหน้าคนข้าง ๆ แล้วยิ้มให้กันทุกครั้ง

เป็นปิคนิคที่ดีมาก ๆ ดีที่สุดที่เคยมีมาเลย


"คิดถึงเธอมากเลย" เราสลับกันพูด
ตกเย็นแดดเริ่มอมส้มนิด ๆ เราเก็บข้าวของลุกออกไปเดินถ่ายรูปด้วยกัน
เธอตั้งใจถ่ายรูปให้เรามาก ๆ เชื่อแล้วว่าคิดไว้แล้วจริง ๆ ว่าจะถ่ายรูปให้เรายังไง


การมีเราอยู่ในความคิดถึงของอีกคนมันรู้สึกดีจริง ๆ




ขากลับเธอเลือกจะไปทางที่ตัวเองคุ้นเคย ส่วนเราเชื่อเธอหมดเลยเพราะไม่คุ้นทางสักนิด

ทางที่เธอพาไป เราต้องเดินกันไกลหน่อย แต่จะได้ใช้เวลาร่วมกันยาวขึ้นอีก เราต้องเลือกทางนี้อยู่แล้วสิ
แล้วเราก็พากันแวะตลาดที่เธอโฆษณาให้ฟังอยู่ตลอด
กินข้าวเย็นกันที่นี่ ในร้านที่เธอเคยมากินแล้วบอกว่าอร่อย
ตลอดทางที่เดินด้วยกันตั้งแต่ถ่ายรูปในสวนเสร็จจนออกจากตลาด เราจับมือกันตลอดทางเลย

จับมือไม่ใช่เพราะกลัวหลง แต่จับเพราะอยากตัวติดกันให้นานที่สุดก่อนจะแยกกันอีกครั้งต่างหาก


ออกจากตลาดมาต้องต่อรถสองแถวไปสถานีรถไฟฟ้า
ตอนนั้นเธอก็ลุกให้ผู้หญิงนั่งอีกเหมือนขามาเลย
ผู้ใหญ่ขึ้นมาก็ลุกให้เขานั่ง ไปที่ไหนก็เป็นแบบนี้
อดยิ้มไม่ได้ แล้วก็ต้องเขินทุกครั้งที่คนเหล่านั้นหันมายิ้มให้ด้วยความรู้สึกแบบ 'แม่หนูนี่มีแฟนดีจริง ๆ'​

ถึงสถานีเราก็ลากันอีกรอบและอวยพรกัน
พร้อมกับขอร้องให้รายงานตัวว่าถึงที่หมายปลอดภัยแล้ว
เราขอเธอกอดไปตรง ๆ เธอก็ดึงเราไปกอดตรง ๆ เลยเหมือนกัน
เธอบอกจะยืนส่งจนกว่าเธอจะลับสายตา
แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ 

ระหว่างเดินทางกลับก็คอยส่งข้อความมาเช็คตลอด
แล้วยังกลัวเราเหงาที่ต้องกลับบ้านคนเดียว
น่ารักเป็นบ้าเป็นหลังไปแล้วคน ๆ นี้

เป็นวันที่ดีมาก ๆ เป็นปิคนิคที่ดีมาก ๆ
เป็นชีวิตที่ดีมาก ๆ มากขึ้นมากตั้งแต่มีเธอ

อยู่กับเธอทั้งสบายใจทั้งมีความสุข
อบอุ่นเหมือนได้กลับมาบ้าน
แยกกันทีไรเหมือนต้องจากบ้านตัวเองเลย
อาการหนัก ๆ ในใจเหมือนเป็น Homesick ทุกที




จบแล้วเรื่องราวของเมื่อวาน

แต่มีอะไรจะสารภาพบาปอยู่เหมือนกันนะ
เราโดนจุ๊บตั้งแต่อยู่ที่ร้านกาแฟแล้วคนเงียบสงัด
จนนอนที่สวนก็ยังสลับกันทำ

เอ่อ แอบมี Kiss scene เล็ก ๆ ตอนไม่มีคนด้วย
แล้วก็เป็นเราเองนี่แหละที่ก้มลงไปจูบเขา...
ขอโทษค่ะผีสางนางไม้เทวดาฟ้าดินและผู้คนที่แม้จะไม่เห็นเราก็ตาม

มันคิดถึงจริง ๆ นี่นา

SHARE
Written in this book
เรื่องราวรอการระบาย
ว่าจะเปิดเป็นไดอารี่เล่มใหม่ แต่จะว่าไดอารี่ก็คงไม่ถูก เพราะคงไม่ได้มาบันทึกทุกวันแน่นอน 5555555555555
Writer
guesswho
crush on a letter
i love to read, sometimes i love to write :)

Comments

sqottape
2 months ago
น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ 

อ่านไปถึงกับอมยิ้มตามเลย :)
Reply
guesswho
2 months ago
ฮ่าๆ เขินเลย ขอบคุณค่ะ :3