ปัญญาแก้ปัญหาได้
       ปัญญาคือ "ความรู้ชัด" ที่เกิดขึ้นจากความสามารถคิดพิจารณาอย่างถูกต้อง แยบคายตามเหตุตามผล
       "สติปัญญา" นั้นหมายความว่า เมื่อบุคคลมีสติรู้ตัว มีปัญญารู้ชัด ก็จะเกิดการสร้างสรรค์ความเจริญบนพื้นฐาน ก็จะเกิดความนิิยม เชื่อมั่นและความพึงพอใจ แล้วความมั่นใจ พึงใจก็จะอุดหนุนประคองความมุ่งมั่นที่จำทพงานให้ได้ดีไปได้ตลอดโดยไม่เสื่อมถอย
       การสร้างความเจริญมั่นคงในชีวิตและฐานะหน้าที่ความสำเร็จนั้น มิใช่สิ่งที่ทุกคนจะได้มาโดยง่าย เพราะในการดำเนินชีวิตและการประกอบกิจการงาน ย่อมจะต้องมีปัญหาต่างๆเป็นอุปสรรค ขัดขวางความสำเร็จอยู่เสมอ ยากที่ผู้ใดหรือสิ่งใดจะหลีกเลี่ยงพ้นได้ คนก็มีปัญหาของคน สังคมก็มีปัญหาของสังคม ประเทศก็มีปัญหาของประเทศ แม้กระทั่งโลกก็มีปัญหาของโลก ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตและกิจการงานจึงเป็นเรื่องธรรมดา 
       ข้อสำคัญ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะต้องแก้ไขให้ลุล่วงไปโดยไม่ชักช้า ผู้ใดมีสติปัญญาคิดได้ดี ปฏิบัติได้ถูก ผู้นั้นก็มีหวังบรรลุถึงเป้าหมาย มีความสำเร็จสูง ผู้นั้นก็หวังบรรลุถึงเป้าหมาย มีความสำเร็จสูง ถ้าคิดไม่ได้ดี ก็ยากที่จะประสบความสำเร็็จได้
      การสร้างตนเอง มิใช่ว่าจะสร้างได้ในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความอดทนไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นเวลาต้องทำมันน่าเบื่อ บางทีก็เหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูคร่ำครึ แต่ขอยืนยันว่าเวลาข้างหน้าจะเห็นผลอย่างแน่นอนในความอดทนของตน ในความเพียรของตน ต้องถือว่าวันนี้เราทำยังไม่ได้ผล อย่าเพิ่งท้อถอย ต้องบอกตัวเองผลจะมาเมื่อไรก็ไม่เป็นไร แต่ให้ทำดีต่อไปเรื่อยๆ เป็นการทำเพื่อสะสมความดี
       ผู้มีปัญญา ควรจะสามารถวินิจฉัยได้ว่าจะแก้ไขอะไร อย่างไร ข้อสำคัญควรจะต้องรอบคอบและระมัดระวังที่จะพิจารณาเรื่องต่างๆให้กระจ่างแจ้งทุกแง่ทุกมุม แล้วจัดการให้ถูกจุด ถูกขั้นตอน ถูกเหตุผล ข้อที่พึงระมัดระวังอย่างยิ่ง คือการแก้ไขปัญหาโดยรีบด่วนทั้งที่ยังไม่มีความแน่ใจอยู่ ข้อนี้มักจะทำให้ได้ผลที่ด้วนๆ ก็คือผลที่ไม่ครบถ้วน ขาดประโยชน์ที่พึงได้ มิหนำซ้ำอาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงขึ้นได้ เพราะอาจไปรื้อหรือทำลายสิ่งที่ดี ที่ใช้การได้ลง และเอาสิ่งที่เสียหรือใช้การไม่ได้มาใช้ เมื่อความเป็นจริงเป็นอยู่อย่างนี้ ผู้มีปัญญาทุกระดับจึงต้องถือเป็นภาระและหน้าที่ รู้จักใช้ความรู้อย่างถูกต้อง เพื่อสามารถพิจารณาการกระทำให้เหมาะสมแก่ทุกกรณี
      ในการปฏิบัติงานนั้น ย่อมมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นต้องรีบแก้ไข อย่าทิ้งไว้พอกพูนลุกลามจนแก้ไขยาก ขอให้ระลึกว่าปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดได้ ปฏิบัติได้ถูก การคิดให้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยสมองกล แม้โลกนี้ปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไม่มีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือการมีสติรู้ตัว มีปัญญารู้ชัด คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอจนรู้ชัดเจน หมายถึงฉุกคิดโดยไม่ประมาท สามารถป้องกันความพลาดผิดและอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆเป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัดเจนทุกขั้นตอน และวินิจฉัยได้ถูกต้องว่า ปัญหาที่แท้อยู่ตรงไหน จะปฏิบัติแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ส่วนการปฏิบัติได้ถูกนั้น ก็คือปฏิบัติแก้ไขได้ถูกต้องตามหลักการ หลักวิชา หลักเหตุผล และหลักธรรม ถ้าคิดได้ดีปฏิบัติได้ถูก เป็นเหตุเป็นผลประกอบกัน ส่งเสริมสนับสนุนกันก็คือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการแก้ปัญหาทั้งในการดำรงชีวิตและในการปฏิบัติกิจการงาน
       ปัญหาบางปัญหา อาจแก้ไขคนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆคนหลายๆทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน เนื่องจากบางปัญหาอาจสร้างผลกระทบไปสู่บุคคลหลายคนในครอบครัวหรือในหน่วยงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะได้ไม่กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางและบั่นทอนทำลายความเจริญและความสำเร็จของการงาน ตัวการที่จะทำให้แก้ปัญหาไม่ออก ทั้งทำให้ปัญหายุ่งยากขึ้นนั้น คือจิตใจและความคิดที่ถูก "อคติ" ครอบงำ คนเราเมื่อมีอคติแล้ว มักมองไม่เห็นความจริง หรือถึงจะเห็นก็ไม่ยอมรับ และเมื่อไม่เห็นหรือไม่ยอมรับความจริงแล้ว ก็ทำให้ไม่ทราบต้นตอของปัญหาและแก้ปัญหาไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้น ยังจะถูกอคติซ้ำเติมให้เข้าใจผิด แล้วก่อปัญหาให้ใหญ่โตซับซ้อนไม่สิ้นสุด วิธีแก้ปัญหานั้น ก่อนอื่นจำเป็นต้องทำใจให้มั่นคงเป็นกลางให้ได้ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ปัญหา และพิจารณาหาเหตุให้ทราบแจ้งชัด การเห็นเหตุของปัญหาอย่างถูกต้องชัดเจนจะช่วยให้คิดเห็นทางแก้ไข และทราบว่าการแก้ปัญหานั้นๆควรจะกระทำโดยวิธีใด จะกระทำได้โดยลำพังตนเองหรือต้องอาศัยความร่วมมือช่วยเหลือจากผู้ใด ฝ่ายใด อย่างไรบ้าง
       ในชีวิตของคนเรา แต่ละคนต้องผ่านพบเรื่องราวและเหตุการณ์หลายหลากมากมายมาตั้งแต่เกิด หลายเรื่องหลายสิ่งเป็นปัญหาที่ต้องนำมาขบคิดหาเหตุผลความกระจ่างจริง เพื่อยุติการแก้ไขประสบการณ์ในการพิจารณาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ย่อมสั่งสมเพิ่มพูนขึ้นเป็นความรู้ความฉลาดอันกว้างขวางลึกซึ้ง ถ้ารู้จักนำมาปรับใช้ควบคู่กับความรู้ทางวิชาการให้ถูกถ้วนพอเหมาะพอดีด้วยความเพ่งพินิจโดยละเอียดรอบคอบแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตอย่างวิเศษสุด


"อคติ"= ฐานะอันไม่พึงถึง, ทางความประพฤติที่ผิด, ความไม่เที่ยงธรรม, ความลำเอียง
1. ฉันทาคติ - ลำเอียงเพราะชอบ
2. โมหาคติ - ลำเอียงเพราะหลง, ผิดพลาดเพราะเขลา
3. โทสาคติ - ลำเอียงเพราะชัง
4. ภยาคติ - ลำเอียงเพราะกลัว

ปล. คัดลอกมาจากงานเขียนของคุณยาย



SHARE
Writer
Tchan
Thinker
คิดๆ เขียนๆ

Comments