Bad choices make good stories
ทุกคนมี How to เลือกคน ๆ หนึ่งมาเป็นคู่ชีวิตเป็นของตัวเองไม่มีหนังสือเล่มไหนบอกได้เป๊ะว่าหลังอ่านจบ คุณจะหาคน ๆ นั้นเจอ
และเลือกคู่ชีวิตได้ถูกคน

เราก็มีวิธีของเรา เวลาเจอคนที่ถูกใจแต่ละครั้ง
เราไม่เคยใช้วิธีทดสอบใจซ้ำกันเลยสักครั้ง
แต่ทุกครั้งที่ผ่านมานั่นล่ะที่จะบอกได้ว่าวิธีนี้ได้ผลไหม
คบเขาคนนั้นไปได้ถึงไหน เวิร์คไม่เวิร์ค
ถ้าใช้เกณฑ์นี้แล้วไม่เวิร์ค ก็แค่ตัดมันออกจากช้อยส์
เจอคนใหม่ เราจะไม่ใช้ช้อยส์นี้เลือกเขามาเคียงข้างเด็ดขาด

นี่คือตัวอย่างที่เข้าใจง่าย
คนแรกที่คบเป็นแฟน เราใช้เกณฑ์ 'เลือกตามความชอบ'​
เราเริ่มจากการเป็นเพื่อนร่วมชั้น รู้จักกันทีละนิด
แล้วก็รู้สึกว่าเขาน่ารักมาก ความรู้สึกชอบเกิดขึ้นมา
วันหนึ่งก็บอกเขาไปโต้ง ๆ ก่อนเขาจะกระโดดลงจากรถสองแถว

"เธอน่ารักมากเลยนะ เราชอบเธอ"
เขาเขิน แล้วตอบกลับมาว่า "ชอบเหมือนกัน" 
นั่นเป็นครั้งแรกที่มีคนบอกชอบ ด้วยความดีใจและอยากมีแฟนมานาน
เราขอเขาเป็นแฟนทันที และเขาตกลง

ตอนนั้นน่ะ แค่นั้นเลย

เราโทรคุยกันทุกคืน คอยรายงานกิจวัตรกันตลอดเวลา
มีหึงบ้าง งอนกันบ้าง แม้จะเรื่องเล็กเรื่องน้อย
แต่เพราะตอนนั้นประสบการณ์เรายังเด็กอยู่เลยนี่นะ อยู่ขั้น Beginner ในเกม
ตอนนั้นน่ะมันไม่แปลกหรอก แฟนกันคู่ไหนรอบตัวก็มีอารมณ์แบบนี้กัน
แต่ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป

โอ้โห โคตรเด็กเลยว่ะพวกแกสองคนเนี่ย.. 

เวลาผ่านมาเข้าเดือนที่ 4 มีเหตุให้ต้องแยกกัน
ช่วงเวลาที่เราต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไงดีกับชีวิต ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ดันไม่มีเขาอยู่ในความคิดเลยแม้แต่น้อย
ทำไมอนาคตของเราถึงไม่มีเขาอยู่ในนั้นเลยวะ

แล้วตอนนั้นก็ฉุกคิดขึ้นมา
เราชอบเขาจริง แต่เราไม่ได้ชอบเขาในฐานะคู่ชีวิต
สุดท้ายก็บอกเลิกและแยกย้ายกันไป ประจวบเหมาะกับเลื่อนชั้นพอดี
ไม่ได้อยู่ใกล้กันเหมือนก่อน แต่โชคร้ายที่กลุ่มเพื่อนสงสารอีกฝ่ายมาก
มากจนแบนเราออกจากกลุ่มไปพักหนึ่ง ไม่พูดคุยกันเหมือนก่อน
ความรู้สึกเหมือนต้องมาเริ่มต้นสังคมใหม่เลย

เอาเป็นว่าไอ้เกณฑ์ 'เลือกตามความชอบ' ​นี่ตัดออกไปได้เลย
ไม่เวิร์คโคตร ๆ



แล้วต่อมาก็มีอีกหลายเกณฑ์ที่ใช้คัดสรรแต่ละคนที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น

'เลือกตามความน่ารัก'
แต่ดันน่ารักกับทุกคนจนเกือบไปเป็นหนึ่งในกิ๊กเขาแล้ว

'เลือกตามความคุ้นเคย'
​เป็นคนคุยกันไปก่อน คุยกันเรื่อย ๆ แล้วค่อยคบ
แต่คุยไปคุยมาหมดเรื่องคุยซะงั้น ก็แยกย้ายกันไปหาคนคุยใหม่

'เลือกตามความเข้ากันได้'​
แต่พอได้เห็นหน้ากันครั้งแรกเขาก็หายไปเลย
คงเพราะตอนนั้นยังไม่สวยพอและเขาคงคาดหวังเอาไว้สูงมาก
แต่เรากลับรู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่สวย ได้คบเขาคงซวยน่าดู
คนที่มองแต่ภายนอกแบบนั้น

ทดลองใช้มาหลายเกณฑ์จนมันกลายเป็นตำรา How to ที่ลงตัวในที่สุด

คนปัจจุบันเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เราตัดเงื่อนไขเรื่องอายุออกไป
เพราะปกติก็ไม่แคร์กับอายุอยู่แล้ว
เราสองคนไม่มีช่วงเวลาที่เป็นคนคุยกันเลย เพราะเคยบอกกันไว้ว่า
"ไม่อยากลองคุย อยากลองคบมากกว่า"ไม่ได้พูดเอาเท่เลยตอนนั้น แต่การเป็นคนคุยมันไม่มีอะไรดีเลย
เป็นคนคุยหรือเป็นแฟน มันก็ได้คุยเหมือนกัน แถมไม่ต้องมาพะวงสถานะอีก
ส่วนเขามองว่าสถานะคนคุยมันเห็นแก่ตัวด้วยซ้ำ
ถ้ามีฝ่ายไหนชอบมากกว่าแต่ยังต้องใช้สถานะนี้ แย่แน่
และขอบคุณเพื่อนสนิทมากที่ให้คำแนะนำไว้

"พอเป็นแฟนกันก็ไม่เหมือนตอนจีบกันอีก อยากรู้ว่าคบแล้วจะเป็นไงก็คบเลย"

ก่อนคบกันนั้นรู้แค่ว่าเรารู้สึกดีกับเขา นั่งกินข้าวด้วยกันเงียบ ๆ สองคน
ต่างคนต่างเล่นโทรศัพท์​มือถือ แต่กลับสบายใจแปลก ๆ
ไม่ต้องกังวลหาเรื่องคุยเหมือนเวลาอยู่กับคนอื่น ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อนเลย
เวลาไปไหนเรามักจะช้ากว่าคนอื่นเสมอ ทุกคนเดินนำกันไปหมด
แต่เขาจะเป็นคนเดียวเสมอที่รออยู่ที่เดิม โดยไม่บ่นอะไรเลย

ที่ประทับใจที่สุดจนเริ่มรู้สึกว่าชอบเขาขึ้นมาก็คือ
ตอนที่เดินกันเป็นกลุ่ม แดดแรงจนทุกคนต้องกางร่ม
แต่พี่สองคน คู่สามีภรรยาขาลุยที่เดินนำหน้าเราดันไม่ได้เอาร่มมา
และปฏิเสธที่จะยืมร่มใครทั้งนั้น

สิ่งที่เขาทำคือ เขาไม่ได้ยัดเยียดจะเอาร่มใส่มือผู้หญิง
แต่กางร่มยื่นออกไปให้เงาร่มเอนไปทางพี่เขา แบบที่พี่เขาไม่รู้ตัว
เพราะไม่ได้เข้าใกล้ตัวพี่เขาเลยสักนิด คงเกรงใจสามีเขานั่นล่ะ
แล้วก็เดินเนียน ๆ กางร่มให้พี่เขาไปตลอดทาง

"สุภาพบุรุษจุฑา​เทพ​ป่ะเนี่ย" เราคิดในใจ แต่ทำแซวไปงั้น
ยอมรับเลยว่าใจสั่น

นี่แหละ แทบทั้งหมดของเหตุผลที่ทำให้คบกับคน ๆ นี้
วันนี้ก็ผ่านมากว่าปีนึงแล้ว และความประทับใจที่มีให้กันก็เพิ่มขึ้นมากโข
มากจนถ้าใครสักคนทำตัวไม่ดี ต่างคนต่างรีบปรับปรุงตัวทันที
เพื่อให้ได้คบกันต่อไปให้นานที่สุด
รักมากจนไม่ยอมให้ความคิดจะเลิกกันผ่านเข้ามาในหัว

ถ้าถามว่าแล้วใช้ How to ข้อไหนคบคนนี้ คงตอบได้ว่า
"ทุกข้อที่เคยใช้มารวมกัน"
How to ที่ดีที่สุดก็คือประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมาจนถึงวันนี้
บางครั้งเธออาจจะรู้สึกว่าตัวเองเลือกช้อยส์ผิดไปบ้าง
แต่ช้อยส์ที่ผิดนั่นล่ะ จะพาเธอไปเจอปลายทางที่เธอตามหาเอง



SHARE
Written in this book
Love like a movie
99% based on true (love) story
Writer
guesswho
crush on a letter
i love to read, sometimes i love to write :)

Comments

Knitver
2 months ago
อ่านแล้วรู้สึกชอบมากครับ

สัมผัสได้ถึง ความรู้สึกหลายแบบ ที่เกิดขึ้นในตัวเรา สิ่งที่ทำให้เราคิดอยากมีคู่
Reply
guesswho
2 months ago
ขอบคุณนะคะ ดีใจมากเลยที่ทำให้คนอ่านแล้วรู้สึกดี
CommonTime
2 months ago
ชอบเรื่องของคุณมากๆครับ😊
Reply
guesswho
2 months ago
ดีใจที่ชอบนะคะ