(50) จุดเริ่มต้น
นับถอยหลังอีก 2 วันก็จะถึงวันสอบ

โรงเรียนภาษาจีนที่เราเรียนนอกจากจะสอนความรู้แล้วยังมีการวัดระดับก่อนที่จะเรียนในขั้นถัดไป เขาบอกว่าเป็นมาตรฐาน จะได้วัดว่าเด็กที่เรียนมีความรู้จริงๆ ก่อนจะเรียนในระดับที่ยากขึ้น

จากการเรียนมา 3 ปี ความรู้ของเราถ้าเทียบกับการสอบ HSK คงอยู่ประมาณระดับ 3 อาจจะต้องอ่านหนังสือเพิ่มแต่ก็น่าจะพอสอบผ่าน HSK3 ได้

แต่ว่า... เป็นวิธีคิดโดยใช้หลักการ เอาเข้าจริงเราไม่คิดว่าเราจะสอบผ่านเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้ง HSK3 และสอบวัดระดับของโรงเรียนนั่นแหละ

ส่วนหนึ่งก็เพราะเราห่างหายจากภาษาจีนไป 4-5 เดือนก่อนจะกลับมาเรียนอีกครั้ง เหมือนที่เขาว่า "7 วันเว้นดีดซ้อมดนตรี" ภาษาก็เหมือนกัน ถ้าไม่ได้ใช้ไม่ได้ทบทวนมันก็ลืม เราเองก็ถดถอยไปมาก แถมตอนนั่งเรียนในห้องก็เอาแต่ไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เป็นการเรียนที่ไม่คุ้มค่าเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว

ภาษาจีนที่ยากขึ้นทำให้เราเริ่มท้อแท้ไปทีละน้อย รู้ตัวอีกทีก็ได้แค่ยอมรับว่า เราหมด Passion

เราถึงขนาดไปปรึกษาอาจารย์ที่เคยสอนเราเลยว่า ควรจะทำยังไงดีกับความคิดความรู้สึกแบบนี้ เหมือนว่าความรู้สึกข้างในมันตีกัน ฝั่งปีศาจบอกให้เราพอแต่นางฟ้าอยากให้เราไปต่อ ส่วนเราที่เป็นคนกลางก็ยังตัดสินใจไม่ได้

การไปคุยกับอาจารย์ก็ทำให้เรากลับมามีแรงฮึดได้นิดหน่อย เราจึงตัดสินใจว่าต้องกลับมาอ่านหนังสือเพื่อที่อย่างน้อยจะได้สอบผ่าน ถ้าผ่านแล้วการจะเรียนที่เดิม การจะเรียนที่ใหม่ หรือการจะเลิกเรียนค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย แต่ถ้าสอบไม่ผ่านล่ะก็ตัดช้อยแรกสุดออกไปได้เลย

พอตัดสินใจเราก็เริ่มกลับมาฟังเพลงจีน อาจจะไม่เกี่ยวกันในด้านของการพัฒนาภาษา แต่อย่างน้อยก็ให้มันคุ้นหูไว้สักหน่อย

เราไล่ฟังเพลงตามเพลย์ลิสต์ที่เคยสร้างไว้แบบไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่พอทำนองของเพลงหนึ่งขึ้นก็ทำให้เราหยุดนิ่งไป

เราไม่ได้ฟังเพลงนี้มาสักพักใหญ่ๆ พอทำนองมาความทรงจำเก่าๆ ก็ตีกลับ


 
จำไม่ได้แน่ชัดว่าเหตุผลที่ทำให้อยากเรียนภาษาจีนในตอนแรกสุดคืออะไร ส่วนหนึ่งคือพ่ออยากให้เรียน แต่คนเอาแต่ใจอย่างเราไม่ได้สนใจที่พ่อบอกเท่าไหร่หรอก เราเองก็ไม่ได้ติ่งจีน ความทรงจำอันเลือนรางที่พอจำได้มีแค่ชอบดูหนังจีนบ้าง แล้วในบรรดาเรื่องที่ดูเราชอบเพลงประกอบหนังอยู่เพลงหนึ่ง

ตอนที่เราโตขึ้นมาเราเคยไปเปิดหาคำแปลของเพลงประกอบหนัง พบว่าเจอความหมายของทุกเพลง...ยกเว้นเพลงที่เราชอบที่สุด ตอนนั้นก็นึกในใจว่าอยากจะเรียนภาษาจีนเพราะอยากจะรู้ความหมายของเพลงนี้ ถึงดนตรีจะสามารถสื่อสารได้โดยไม่ต้องรู้ความหมาย แต่เราก็ยังคงอยากรู้



การได้นึกย้อนถึงเรื่องเก่าๆ ไม่ได้ทำให้ไฟเราลุกโชนขนาดนั้น แต่อย่างน้อยจุดเริ่มต้นแรกก็ทำให้เรารู้ว่าเราเริ่มต้นมาจากที่ไหน และเรามาได้ไกลแค่ไหนแล้ว

เราภูมิใจนะ ที่จากเรื่องเล็กๆ ทำให้เรามาได้ไกลขนาดนี้ แม้ว่าระหว่างทางจะมีอีกหลายสิ่งที่มาสนับสนุน แต่ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้นก็คงไม่มีเส้นทางทั้งหมด

หลังจากนั้นเราก็เลยรักษาคำมั่นกับตัวเองที่จะลุกขึ้นมาอ่านหนังสือทุกวัน อาจมีอ่านน้อยอ่านมาก แต่กฎสำคัญคือการที่ได้อ่าน


 
ในเวลาที่ท้อ เหนื่อย หรือกำลังหลงทาง บางทีการมองกลับไปยังจุดเริ่มต้น...ก็เป็นวิธีการที่ไม่เลวเลย

06/12/2562
SHARE
Written in this book
เล่า
Writer
nokkradard
Bird Walker Dreamer
แด่...ชีวิตที่โบยบินไปยังดินแดนต่างๆ

Comments