"ความเทา" ที่เราต้องรับมือ ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต(อีกแล้ว)
       หลังจากที่ได้เล่าเรื่อง "ความเทา" และการใช้ชีวิตในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว ไปสู่การรับมืออาการค้างเคียงของยาในช่วงแรก กับความเทาที่ยังเยือนความคิดเราบ่อยครั้ง ถามตัวเองเหมือนกันว่ามันดีขึ้นบ้างมั้ย ยากแฮะ มันยังมีอะไรหลายอย่างที่เรายังมีวิธีคิดแบบนั้นอยู่ ซึ่งเวลาที่มันเทามาก ๆ เราก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ พยายามออกจากพื้นที่สีเทาไม่ได้เหมือนกัน มันใช้เวลานาน นานพอที่จะเข้าใจตัวเองว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน กับสิ่งที่เราเรียกมันว่า "โรค" เดี๋ยวแม่งก็หาย มันต้องมีวันที่หายแล้วเราจะไม่วนกลับมาเจอกันอีก การรับเข้าการรักษามันใช้เวลาเป็นปีนะ กว่าจะหายสนิท มันไม่ได้สองสามเดือนแล้วดีขึ้น รวมไปถึงการจัดการความคิดของตัวเองด้วย ที่มันจะต้องควบคู่กันไป       เพื่อนที่เคยเป็นก็บอกเราแบบนี้ ซึ่งมันก็นานมาก โคตรนาน ยิ่งกว่าฟื้นตัวจากอาการอกหักโดนผู้ชายเทเสียอีก โอย เราอยากจะบ้าตาย แต่เราก็เอาวะ คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องใจเย็นไปกับมัน และให้ความร่วมมือกับหมอด้วยแหละ เราตั้งเป้าไว้แบบนั้นเพื่อโน้มน้าวตัวเองให้ไม่ถอดใจกับการรักษาเสียก่อน ซึ่งมันก็ดีนะ ถ้าเราคอยทบทวน คุยกับตัวเองในแต่ละวัน รวมถึงวันที่เทาด้วย
       และแล้วความหายนะมาเยือนในช่วงท้ายของเทอมนี้ บางทีเราก็ไม่เข้าห้องเรียนด้วยเหตุผลที่ฟังดูละงี่เง่าอ่ะนะ เราไม่มีแรงออกไปเรียนเลยหวะ มันเทาอีกแล้ว หมดกำลังใจ แล้วก็ด่าตัวเองซ้ำอย่างงที่เคยเป็น เดดไลน์งานมันก็ใกล้เข้ามาทุกที งานนอกที่รับไว้ก็ต้องเขียนให้เสร็จ แล้วดันเป็นงานแรกที่เรารับเขียน และไม่เคยทำมาก่อน โอ้โห ความกังวล ความเครียด เข้ามาเพิ่มในพื้นที่ทางความคิดของเราอีก ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เรากินยาอยู่ แล้วมันทำให้หัวเราตื้อ หรือนอนเยอะจนเกินไป โดยเราอยากขยายเวลาการทำงานของเราบางช่วง ที่เรารู้สึกแอคทีฟ อยากทำหลายๆงานที่ค้างไว้จนเสร็จ การไม่เข้าห้องของเราทำให้เรารู้สึกผิดต่ออาจารย์มากเหมือนกัน เรารู้สึกว่าอาการเหล่านี้ไม่ใช่ข้ออ้าง ในการที่เราจะทำตัวไม่รับผิดชอบต่อตัวเอง ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ว่าในสภาพไหน ถ้าเรารับปากแล้ว เราต้องบรรลุให้ได้ตามที่สัญญาเอาไว้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เรายึดถือเป็นหลักในการทำงาน ไม่ว่าจะเดี่ยว กลุ่ม งานนอก งานที่เคยทำ นี่แหละคือสิ่งหนึ่งที่รบกวนจิตใจเราตอนนี้ค่อนข้างมาก "ประสิทธิภาพ" ในการทำงาน 
เออ เราก็รู้สึกเหมือนกันว่าตั้งแต่กลับมา ความรู้ ความสามารถของเรามันลดลง มันยังเรียนรู้เรื่องอยู่นะ แต่มันเคยดีกว่านี้        บทสนทนาระหว่างเด็กแลกเปลี่ยนอย่างเราสองคน สามารถเข้าใจประโยคนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง แทบไม่ต้องตอบอะไรเลย เราจะต้องยอมรับชะตากรรมนี้จริงๆเหรอ ในเมื่อเราสามารถพัฒนา หรือหาทางให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือดีกว่าเก่าได้ ว่าแต่เราจะทำไปด้วยเหตุผลอะไรในการเรียนปีสุดท้ายนี้? เกรดที่ดี? เรียนให้จบ? ทำให้มันจบๆไป? เต็มไปด้วยคำถามจริงๆ
ถ้าเราตอบก็ทุกอย่างที่กล่าวมานั่นแหละที่อยากจะทำให้ได้ รู้ว่ามันทะเยอทะยานไปหน่อย แต่นี่คือตัวตนของเราที่มันสู้กับตัวเองในชัยชนะไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อมา คือ ความเครียดจำนวนมากที่มีมานาน เริ่มชักจะออกอาการเยอะขึ้น แม้ว่าจะกินยาตามที่หมอสั่งทุกประการ
       ระยะเวลาในการเข้าสู่โหมดหลับลึก การตื่นกลางคันแล้วนอนต่อไม่ได้ ความอ่อนเพลียจากการพักผ่อนแบบนั้น เวลาอ่านหนังสือที่เสียไปกับการนอน และความเทาที่เข้ามาบ่อยขึ้นในช่วงนี้ มันบ้าบอที่สุด ต่อให้เอาอะไรมาชะโลมใจมันก็ดึงตัวเองกลับมาไม่ได้ เพราะมันยอมแพ้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว ไม่ได้แคร์ผลลัพธ์ หรือพยายามที่จะอ่าน จะทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ กลายเป็นยอมรับชะตากรรมแบบผู้แพ้ และก็ใช้ชีวิตต่อ หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าเราดีแล้ว มันทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวมันก็จบไป บางครั้งการที่พูดคุยกับเพื่อนที่ช่วยให้เราหายเครียด มีความสุข หัวเราะ ร้องไห้(ร้องไม่ออกมาหลายสัปดาห์) มันช่วยได้มากเลย เหมือนเป็นการฮีลอย่างนึง ต้องขอบคุณสหายมาก ที่มาทนฟังดราม่า ทั้งที่มันแค่จะแนะนำเพลงให้ฟัง แต่เสือกบ่อน้ำตาแตกใส่ เนี่ยแหละค่ะ อีนี่เหมือนคนบ้า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายภายในหนึ่งวัน อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยความรุนแรง การแสดงออกที่ไปสุด ณ สถานการณ์นั้นเลยทีเดียว


         ช่วงสอบนี่มันสะกิดแผลจำนวนมากที่เหวอะแล้ว ถูกเย็บ แผลใหม่ เต็มร่างโทรมๆนี้ จนมันเหนื่อยแสนเหนื่อย แถมรับตัวเองไม่ค่อยจะได้อีก หึ มันช่างได้จังหวะจริงๆเลยน้า ให้ตายเถอะ เปรียบชีวิตตัวเองช่วงนี้ เหมือนนักรบผู้โดดเดี่ยวที่รายล้อมด้วยศัตรูที่โง่งม คิดว่าข้าเป็นผู้ร้าย และบุกโจมตีข้าไม่ยั้งมือ ก็ได้วะ เรายอมเป็นศัตรูให้เธอทำลาย แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะประชิดถึงตัวมาฆ่าเราให้ตายน่ะสิ 
แน่จริงก็เข้ามา ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะชั้นกลัวพาตัวเองไปสู่หายนะมากกว่าคนอื่นจะพาชั้นไปน่ะสิ แต่สนามรบนี้ มันยังไม่จบง่ายๆหรอก 
SHARE
Writer
AMILE
PolSci Student
เป็นคนที่เรียนจนเพี้ยน สติหลุด บ้าบอ เริงร่า มีอารมณ์เขียนต่อเมื่ออยากเขียน ชอบอ่านทุกสตอรี่ "May the force be with you"

Comments