นึกว่าดีแต่ไม่ดี นึกว่าไม่ดีกลับดี
        ใครก็ตามที่เรียนมาทางธุรกิจก็ต้องผ่านเรื่องราวของวงจรธุรกิจมาว่า ธุรกิจนั้นประกอบด้วยช่วงเริ่มต้นหรือฟื้นตัว ช่วงเติบโต ช่วงอิ่มตัว และช่วงถดถอยหรือตกต่ำ ทุกธุรกิจย่อมเป็นเช่นนี้ ทุกสิ่งย่อมเป็นเช่นนี้ ไม่ภาพใหญ่ก็ภาพน้อย วงจรนี้ย่อมเกิดแก่ทุกส่ิง ไม่ใช่เพียงธุรกิจอย่างเดียว เช่น ชีวิต สังคม สภาพแวดล้อม เป็นอย่างนี้กันทั้งหมด กลับมาที่ธุรกิจอีกครั้ง เมื่อเราทั้งหลายทราบแล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ หากเปรียบเทียบทางตรรกวิทยานั้นเราจะได้ว่า เมื่อเราตั้งใจทำสิ่งที่ดี และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเราทราบสิ่งไหนไม่ดีเราย่อมไม่ทำ และแสดงว่าสิ่งที่เราทำทั้งหลายนั้นเป็นสิ่งที่ดี เช่นเดียวกันว่า เมื่อตั้งใจทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น สิ่งใดเป็นเหตุให้ธุรกิจนั้นตกต่ำเราจะไม่ทำ ดังนั้นเมื่อเราทราบว่าสิ่งใดทำให้ธุรกิจตกต่ำ เราย่อมไม่ทำ นี่เป็นเรื่องทางตรรกวิทยาอย่างง่ายๆ แต่คำถามคือ ทำไมธุรกิจจึงตกต่ำ เราทำในสิ่งที่เข้าใจว่าดี แต่จริงๆแล้วไม่ดี หรือไม่ ?          เหตุว่าทำไมธุรกิจตกต่ำนั้นเป็นสิ่งที่น่าคิดน่าค้นหา มีตัวอย่างมากมาย หากอ่านหนังสือเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ หรือการลงทุน มีตัวอย่างอันหลากหลายที่ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง เช่น โกดัก , netflix กับ blockbuster , Nokia  หรือในเมืองไทยเรา ใครอายุ 30 ปลายก็จะรู้ดีว่าเมื่อเด็กๆนั้นน้ำดื่มโพลาลิสมี Share มากมายขนาดไหนในตลาด แล้วทำไมตอนนี้จึงไม่มีอยู่เลย สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นข้อพิสูตรให้เห็นแล้วว่า แม้นเราจะศึกษาตัวอย่างเหตุการต่างๆมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาด้านธุรกิจไม่ให้ตกต่ำลงได้ และยังมีธุรกิจที่ล้มหายตายจากอยู่เนืองๆ .... ถึงว่ามักมีคำกล่าวว่า "ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย" หรือคำกล่าวนี้จะเป็นจริง หรืออีกนัยหนึ่งก็อาจจะเป็นการดีแก่ผู้หนึ่งเพราะเมื่อไม่มีผู้ใดล้มย่อมไม่มีผู้ใดเกิดขึ้น 
          บางธุรกิจนั้น ไม่อาจอยู่ได้จริงด้วยสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่ใช่ด้วยตัวมันเอง ก็มีอยู่ แม้นจะทำอะไรไปเสียมากมายแล้ว ก็ไม่สามารถจะทำให้ธุรกิจนั้นกลับมาได้อีก และก็มีตัวอย่างให้เห็นเสียมากมาย หากดูประวัติศาสตร์ของบริษัทที่มีอายุยืนยาวนั้น หลายๆบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจเดิมตั้งแต่ก่อตั้งเพียงอย่างเดียวยังมีการดำเนินธุรกิจในสาขาอื่นหลากหลายเพิ่มขึ้น หรือบางบริษัทเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่นโดยไม่มีเค้าลางของธุรกิจเดิมอยู่เลยก็มี บริษัทเหล่านั้นมีการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เหมาะสมกับกาลเวลาอยู่เสมอ ดังนั้นก็อาจจะเป็นข้อสรุปโดยคร่าวประเด็นหนึ่งว่า หากธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นขาลง หรือนักลงทุนมักเรียกว่าธุรกิจอาทิตย์ตกดิน เราควรปล่อยไปเสียเพราะอย่างไรแล้วเป็นการยากจะให้กลับมาดังเดิม หรืออย่างน้อยๆใกล้เคียงเดิมได้ แม้นจะกลับมาได้ก็จะไม่ยั่งยืน และอาจจะต้องใช้งบประมาณไปเสียมากก็เป็นได้ 
เราหลง หรือเราลืม             เมื่อไคร่ควรอีกครั้ง ก็อาจจะมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจเราล้มหมอนนอนเสื่อไป ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ แต่กว่าจะรู้ว่าเพราะเหตุนี้ธุรกิจได้จากเราไปเสียแล้ว นั่นคือ เราหลงลืมไป เราหลงกับความสำเร็จ เราหลงกับคำว่ายิ่งใหญ่ เราหลงกับคำว่าผู้นำ ...​ จึงทำให้เราลืมความว่า ต่อสู้ พัฒนา และเติบโต .... จึงมีพุทธศาสนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า "กัมมุนา วัตตติ โลโก"    ... ราตรีสวัสดิ์ ....  
SHARE

Comments