ยินดีที่ได้รู้จักนะ
ถ้าหากว่านี่คือการพยายามครั้งสุดท้ายของเราแล้ว
ถ้าหากว่ามันจะต้องจบลงจริงๆ ผมก็รับปากไม่ได้หรอกว่าผมจะไม่เป็นไร
เรื่องแบบนี้ต่อให้เตรียมใจมาขนาดไหนก็คงยากเหลือเกิน
ผมคงจะดึงตัวคุณมากอดให้แน่น หวังเพียงให้คุณได้รับรู้ถึงความรู้สึกทั้งหมด
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่เราผ่านมาด้วยกัน ตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกัน 
หวังเพียงให้คุณยังอยู่ข้างๆผมต่อไป
.
แต่ทุกๆครั้งที่เวลาผ่านไป 1 วินาที จะมีบางอย่างเปลี่ยนไปเสมอ
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมักจะเล่นตลกกับชีวิตของคนเราอยู่อย่างนั้น
แต่ก่อนที่อะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ 
ผมจึงอยากเขียนบันทึกเรื่องของคุณเก็บเอาไว้ 
ตัวตนของคุณทั้งหมดในความทรงจำของผม
ให้ผมกุมมือคุณเอาไว้ แล้วย้อนเวลากลับไปด้วยกันนะ
.
.
ที่รัก...
.
.
เสียงปรบมือปนโห่ร้องค่อยๆเงียบลง ตามมาด้วยเสียงป่าวประกาศ
"โอเคครับ มาพบกับชมรมถัดไปกันเลยครับ น้องๆ วันนี้พี่ๆจะมาแนะนำชมรม..ซอฟต์บอลล เย้!! "
" ห๊ะ อะไรนะ ซอฟต์บอลเนี่ยเหรอ มันอะไรวะนั่นน่ะ " เสียงกระซิบจากเด็กปี 1 ข้างๆที่เพิ่งรู้จักกันได้ประมาณ 10 นาทีเศษๆ พลางยักคิ้วด้วยความฉงน
 " เออ ไม่เคยได้ยินเหมือนกันแฮะ " ผมตอบกลับไป
นั่นคือ ครั้งแรกที่ผมได้เห็นคุณ คุณเป็นผู้หญิงผมยาว ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มง่าย ร่าเริงอัธยาศัยดีกับทุกคนเสมอ วันนั้นคุณใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์ม เดินออกมาทำท่าขว้างลูกบอลที่ทำมาจากกระดาษขยำรวมๆกัน ให้กับเพื่อนอีกคนนึงพวกเขาคงพยายามแสดงให้เห็นถึงวิธีการเล่นล่ะมั้ง  สภาพดูเก้ๆกังๆ แต่การที่มีคุณอยู่ตรงนั้นผมกลับละสายตาจากคุณไม่ได้เลย 
" ใครสนใจชมรมซอฟต์บอลของเรา มาสมัครกันได้นะคะ" คุณยิ้มหวานหลังจากพูดจบ วินาทีนั้นผมว่าผมตกอยู่ในภวังค์เพราะความน่ารักของคุณไปเรียบร้อยแล้ว
.
ผมอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้ ก็คงต้องเนียนๆกันหน่อยล่ะนะ หลังจากวันนั้นก็ไปสมัครเข้าชมรมตามระเบียบ  ใช่แล้ว ผมได้เจอคุณบ่อยขึ้น รู้จักชื่อของคุณ ได้คุยกับคุณบ้างนิดหน่อย เนียนๆทักแชทไปบางที แต่สุดท้ายก็มารู้ว่าคุณมีแฟนอยู่แล้วในชมรม อ่า...แห้วสิงานนี้ ผมก็ต้องจำใจเพิ่มระยะห่างระหว่างคุณออกไป แต่ผมก็ยังอยู่ที่ชมรมเดิม คราวนี้เปลี่ยนเป็นการได้มองอยู่ห่างๆแทน ถ้าเคยได้ชอบใครสักคนมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันจะยังมีช่วงเวลาที่มองแล้วมีความสุขอยู่นะ สักพักมันก็ดันปนกันทั้งสุขทั้งทุกข์เลยล่ะ  แต่ช่วงนั้นผมก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองนะ ผมไปจีบคนอื่นบ้าง ก็รับประทานแห้วตามเคย แห้วจนชินก็ว่าได้ ฮ่ะๆ แต่ผมกับคุณก็ได้เจอกันบ้างโดยบังเอิญเป็นครั้งคราว ทักทายกันตามปกติ อ้อ จริงๆเราเรียนอยู่สาขาเดียวกันน่ะ(คนละชั้นปี)ถ้าเจอกันบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เวลาผ่านไปผมและคุณต่างก็ใช้ชีวิตกันไปตามทาง จนกระทั่ง
นาฬิกาของเราเริ่มเดินแล้ว.
มีครั้งหนึ่งที่ผมกลับบ้านช่วงสงกรานต์ ก็ไปสังสรรกับเพื่อนๆตามปกติ แต่ผมนึกยังไงก็ไม่รู้ทักแชทคุณไป ก็ขอบคุณมากนะที่คุณยอมคุยกับผม หลังจากนั้นเราเลยคุยกันถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยได้รู้ว่าคุณเลิกกับแฟนไปสักพักแล้ว ตอนนั้นคุณวุ่นๆอยู่กับการทำโปรเจค ต้องเขียนเล่มละมั้ง ก็เลยถือโอกาสชวนไปห้องสมุดบ้าง ใต้อาคารคณะนู่นนี่บ้าง ไปนั่งเป็นเพื่อนคุณตอนคุณทำงาน นั่งมองดูคุณฟุบหลับอยู่หน้าคอม ผมก็มีความสุขละ  และปกติแล้วคุณจะต้องนั่งรถประจำทางกลับหอ ผมก็เลยอาสาขี่มอเตอร์ไซต์ไปส่งแทน เรายืนคุยกันหน้าหอของคุณจนถึงตอนค่ำตลอดเลย ช่วงนั้นมีเรื่องที่จะคุยกันเยอะแยะเลยเนอะ ผมไม่เคยเบื่อที่จะได้มาเจอคุณเลย 
.
เวลาผ่านไปเราค่อยๆสนิทกันมากขึ้น จากที่ไปเฝ้าคุณทำงานก็ไปเที่ยวด้วยกัน ที่แรกที่ไปเที่ยวกันเป็นวัดที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ผมถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นรูปตรงรองเท้าที่เรายืนหันหน้าเข้าหากัน คุณใส่รองเท้าสีชมพู ส่วนผมคู่สีดำ จนถึงตอนนี้มันผ่านมากี่ปีกันแล้วนะ ...หลังจากนั้นไม่นานคุณก็เรียนจบในที่สุด ส่วนผมก็วุ่นๆกับเรื่องหาที่ฝึกงาน แต่เราก็ยังคุยกันเรื่อยๆ โทรศัพท์บ้าง วีดีโอคอลบ้าง บางทีคุณก็ชอบทำหน้าตลกๆ ผมเลยแคปเก็บไว้ซะเยอะแยะเลย ผมว่าน่ารักดีนะ แหะๆ (หลับคาจอก็มี!!)  ต่อมาคุณก็เรียนต่อในมหาลัยที่ต่างจังหวัด ส่วนผมก็พยายามดันทุรังจนได้ที่ฝึกงานอยู่อีกจังหวัดไม่ไกลกันมาก
.
ช่วงนั้นผมบ้าเขียนบันทึกถึงคุณมากๆเลย จริงๆแล้วผมซื้อสมุดโน้ตเอาไว้สองเล่มสีน้ำตาลกับสีเขียว ผมเอาเล่มสีเขียวให้คุณ ส่วนผมเขียนเล่มสีน้ำตาลถึงคุณ ผมหวังว่าเราจะได้แลกกันอ่านสักวันหนึ่ง ในช่วงฝึกงานของผมความสุขเพียงอย่างเดียวก็คือการได้นับถอยหลังว่าเมื่อไหร่ผมจะได้ไปหาคุณ การเขียนบันทึกมันทำให้ผมมีเป้าหมายที่จะใช้ชีวิตนะ แล้วส่วนใหญ่ก็มีคุณอยู่ในนั้นด้วย  วันที่ได้ไปหาเราก็ชวนกันไปเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ ดูหนัง เดินเล่นกัน ถึงจะไม่มีอะไรพิเศษแต่ผมมีความสุขมากๆเลย วันหนึ่งเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน คุณอยากปั่นเรือเป็ดที่สวนสาธารณะ เราก็ได้ลองปั่นดูมันก็เพลินดีนะเพราะมีคุณนั่งอยู่ข้างๆ ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองมากๆ ที่วันนั้นผมอัดวีดีโอเอาไว้ด้วย ทุกครั้งที่ย้อนมาดูทำให้ผมหุบยิ้มไม่ได้เสียทุกทีเลย ช่วงเวลาที่เราได้ทำอะไรๆด้วยกันมันช่างดีเหลือเกินนะ
.
ผมไม่รู้ว่าคุณจำได้ไหม ตอนคุณเคยไปเที่ยวเกาะล้านกับเพื่อนๆในกลุ่ม แล้วคุณส่งโปสการ์ดมาให้ผมมีข้อความว่า 'อยากให้แกมาอยู่ตรงนี้ด้วยกันจัง ^_^' ขอบคุณมากๆนะ คุณน่ารักจังเลย ก็นั่นแหละในที่สุดเราก็ได้ไปเที่ยวเกาะล้านด้วยกัน นั่งเรือใหญ่โคลงเคลงอยู่กลางทะเลสักพักก่อนจะเทียบท่าที่เกาะ เราเช่ามอเตอร์ไซต์ขับไปทั่วเลย แต่ตอนเล่นน้ำผมดันไปเหยียบโดนหินบาดที่เท้าได้ซะนี่ เราเลยต้องเลิกเล่นน้ำไวไปหน่อย ซุ่มซ่ามจังเลย แหะๆ แถมแผนจะไปดูพระอาทิตย์ตกก็ดันไปผิดหาดอีก โธ่ น่าสงสารคุณจังเลย สุดท้ายอาหารเย็นก็เป็นข้าวผัดกับกุ้งเผาคุณแกะกุ้ง
เก่งมากๆแกะให้ผมเยอะแยะเลย วันนั้นเราคงเหนื่อยกันมากแต่ก็เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดของผมนะ ผมดีใจที่เราได้ไปเที่ยวด้วยกันตอนนั้น ทุกครั้งที่เห็นกุ้งเผาผมคิดถึงคุณตลอดเลย
.
หลังจากที่ผมฝึกงานเสร็จแล้วกลับไปเรียน จนถึงช่วงรับปริญญาของคุณ ผมดีใจที่สุดเพราะเราจะได้อยู่ใกล้ๆกันอีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้เป็นคนขับมอเตอร์ไซต์ไปส่งคุณ ผมได้เจอครอบครัวของคุณ คนเยอะมากๆเลย ผมค่อนข้างเกร็งแล้วก็ทำอะไรไม่ค่อยถูก (ฮ่ะๆ) มีจังหวะหนึ่งที่พี่ชายของคุณยื่นกล้องมาให้ผมเป็นคนถ่ายรูปรวมครอบครัวใหญ่ ผมก็กดถ่ายไปตามนั้น แต่มารู้ทีหลังจากคุณว่ารูปเบลอ โธ่ ผมนี่จริงๆเลยนะ หลังจากนี้จะทำอะไรทีนึงคงต้องรวบรวมสติให้มากๆแล้วล่ะ 
แต่คุณก็บอกกับผมว่าไม่เป็นไรหรอกน่า พร้อมกับยิ้มให้ผม ค่อยยังชั่ว แหะๆ ตอนนั้นคุณจ้างช่างถ่ายรูปด้วย แล้วเราก็ได้มีโอกาสถ่ายรูปคู่กัน ผมชอบรูปพวกนั้นมากๆเลย มีรูปหนึ่งเราหันมามองหน้ากันแล้วยิ้ม ตอนนั้นพวกเรามีความสุขกันมากเลยเนอะ 
.
จนผมเรียนจบระหว่างที่รอหางานผมก็หาเรื่องไปหาคุณอยู่เรื่อยๆ ได้เจอคุณทุกวันก็คุ้มแล้วล่ะ  หลังจากที่หมดช่วงฤดูสอบ ผมก็ได้งานที่หนึ่ง ต้องเข้ามาอบรมที่จังหวัดเดียวกับคุณ ผมโคตรดีใจเลย เหมือนได้ย้อนกลับไปตอนฝึกงานเลยนะ รอให้ถึงทุกวันศุกร์ ตอนกลางคืนผมก็นั่งรถไปหาคุณ เราใช้เวลาตลอดช่วงคืนวันศุกร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ด้วยกัน ได้ทำอะไรๆด้วยกัน ได้เดินตามคุณตอนไปเลือกซื้อเสื้อผ้าจนน่องแข็งไปหมด ตากฝนจนเปียกไปด้วยกัน วิ่งตามรถประจำทางจนหอบ ชู้ตบาสตรงเกมเซนเตอร์จนเมื่อยแขน กินข้าวมันไก่ต้มไม่เอาหนังด้วยกัน ผมกินแตงกวาจากจานคุณ คุณกินก้อนเลือดจากจานของผม สั่งพิซซ่า 2 ถาดมากินจนพุงกาง แล้วก็อีกเยอะแยะเลยในความทรงจำของผมที่มีคุณอยู่ อ้อ แล้วก็มีครั้งหนึ่งที่เราไปเที่ยวปั่นจักรยานด้วยกัน เหนื่อยมากแต่ก็สนุกดี ผมถ่ายรูปคุณตอนสะบัดผมเอาไว้ ช่วงนั้นคุณตัดผมสั้นด้วย คุณสวยมากๆเลย (ผมยาวคุณก็สวยเหมือนกันน่ะแหละ)  
.
แล้วเวลา 6 เดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมยังไม่อยากกลับเลย แต่หลังจากนั้นก็พยายามหาเวลาว่างที่จะได้มาเจอคุณ อย่างน้อยเดือนละครั้ง ทุกครั้งที่เจอคุณผมจะยิ้มกว้างๆได้เสมอ เจอกันก็จะพากันไปกินอาหารอร่อยๆ เดินชอปปิง ดูหนังบ้าง ในความคิดผม เราเป็นคู่รักที่ดีที่สุดแล้ว แม้ว่าเราจะทะเลาะกันบ้างบางครั้ง แต่ไม่นานก็คืนดีกัน คุณเป็นคนควบคุมอารมณ์เก่งมาก บ่อยครั้งผมก็ดูเหมือนเป็นเด็กน้อยขี้งอแงไปเลย ตอนนั้นผมคิดเอาไว้ว่าผมอยากอยู่ดูแลคุณไปนานๆ คุณเป็นผู้หญิงที่ผมอยากจะใช้ชีวิตด้วย เป็นคนที่อยากอยู่่ข้างๆไปจนแก่ ผมคิดแบบนั้นจริงๆนะ 
บางครั้งที่ทางบ้านผมมีงานคุณก็จะมา ทุกคนที่บ้านชอบคุณมากๆเลย ทุกคนบอกว่าคุณเป็นคนยิ้มง่าย พูดเพราะ สวย ผมก็อดยิ้มไม่ได้ก็คุณเป็นแบบนั้นจริงๆนี่นา 
.
เวลาก็เดินไปเรื่อยๆตามหน้าที่ของมัน จนคุณได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตผมแล้ว ถึงแม้เราจะอยู่ห่างกัน แต่ผมคิดถึงคุณตลอด ในวันแย่ๆของผมก็มีคุณคอยรับฟังเสมอ ผมมักจะบ่นกับคุณบ่อยๆ แต่กลับลืมคิดไปว่าสิ่งที่คุณอยากได้ยินคือคำพูดที่ทำให้คุณมีกำลังใจมากกว่า เพราะเราคบกันมานาน บ่อยครั้งที่ผมมองข้ามความรู้สึกของคุณไป บ่อยครั้งที่ผมมักจะเผลอพูดทำร้ายจิตใจของคุณ ทิฐิบ้าบอที่มีรั้งให้ผมไม่ยอมพูดคำว่าขอโทษออกไป คุณเป็นคนที่อดทนและเก็บเรื่องเหล่านี้เก่งมาก คุณยอมเจ็บปวดเพียงเพราะอยากรักษาความสัมพันธ์ของเราเอาไว้ แต่ผมกลับเป็นคนที่ทำมันพังลงไปแล้วยังมีหน้ามาคิดว่าตัวผมเองเป็นคนรักที่ดีพอแล้ว มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ
จนวันหนึ่งผมก็ได้รับโทษที่ผมสมควรได้รับ 
ผมนั่งรอคุณอยู่ที่โต๊ะด้านล่างของตึกทำงาน คุณเดินมาพร้อมกับข้าวหมูกรอบในกล่องและถุงชมพู่ ที่คุณจำได้ว่าผมชอบกิน บรรยากาศค่อนข้างเงียบงัน ผมเริ่มต้นบทสนทนา เราคุยกันอยู่พักหนึ่ง ผมพยายามถามคุณซ้ำๆว่าเรามีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม ในใจผมรู้เต็มอกว่าหมดหวังแล้ว แต่ยังคงดันทุรัง จนคุณพูดออกมาประโยคหนึ่งว่า "ปล่อยให้เราไปมีความสุขเถอะ" ถึงตอนนั้นผมจึงเข้าใจแล้วว่าคุณไม่ได้มีความสุขตอนอยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว ความเสียใจและสำนึกผิดถาโถมเข้ามาในหัว ผมเคี้ยวข้าวโดยไร้ความรู้สึกใดๆ พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่ตอนนั้นมันยากมากๆเลย เราเลยหยุดบทสนทนาไว้ก่อน เพราะคุณต้องไปทำงานต่อ
.
คุณใจดีกับผมเสมอ ผมเข้าใจแล้วว่าตอนนี้เรื่องของเราจบไปแล้วจริงๆ คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะไล่ผมไปให้พ้นหน้า แต่คุณยังยินดีที่จะคุยกับผมและฟังสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ หลังจากที่คุณเลิกงานเราก็ได้คุยกันต่อ และผมก็ได้พูดทุกอย่างที่อยากพูดกับคุณไป เราตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของกันและกัน จะคอยให้กำลังใจกันเสมอ และหลังจากนี้ก็คงต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ผมคงคิดถึงคุณมากแน่ๆเลย ผมแค่อยากให้คุณจำช่วงเวลาที่เราเคยมีความสุขด้วยกันเอาไว้ อยากให้คุณจำได้ว่าตอนนั้นคุณยิ้มได้กว้างขนาดไหน นั่งหัวเราะด้วยกันกับมุกแป้กๆของผม สัมผัสจากมือของผมที่กุมมือคุณเอาไว้ ปริมาณของความคิดถึงที่ถูกส่งผ่านโดยการกอดกันทุกครั้งที่ได้เจอและเมื่อต้องลา และความทรงจำทั้งหมดที่มีภาพเราอยู่ด้วยกัน ผมแค่หวังว่าในวันที่คุณท้อแท้ เสียใจ หรือผิดหวังกับบางเรื่อง หากเรื่องดีๆของเราทำให้คุณพอมีกำลังใจ ผมก็ดีใจแล้วล่ะ 
.
เป็นอีกครั้งผมได้มองคุณใกล้ๆ ภาพที่ผมเห็นก็ยังเป็นภาพของคุณในตอนนั้นอยู่เลย ผู้หญิงคนที่สะกดให้ผมจ้องมองเธอเพียงแค่เธอปาลูกบอลกระดาษในมือแล้วหัวเราะด้วยความสดใส เหมือนมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้นี่เอง ก่อนที่จะจากกันผมได้กอดคุณเอาไว้ แม้ช่วงเวลาสั้นๆแต่มันก็มีความหมายกับผมมากๆ และคุณยังบอกอีกว่าจะไปส่งผมขึ้นรถ คุณใจดีกับผมเหลือเกิน  เราเดินไปด้วยกันคุณกางร่มพับเหมือนทุกครั้งที่เราเคยเดินไปด้วยกัน แล้วมันก็ยังโดนหัวผมอยู่เป็นพักๆเหมือนเดิม ผมอมยิ้มและไม่ได้พูดอะไร ..
นาฬิกาของเราคงใกล้จะหยุดเดินแล้วเต็มที.
บนสะพานลอย คุณทักขึ้นมาว่าถ่ายรูปกันหน่อยมั้ย ตอนนั้นผมยืนตรงข้ามกับคุณและเปิดกล้องมือถือ เท้าของเราสองคนอยู่ตรงข้ามกัน ผมกดถ่ายเอาไว้ รูป แบบเดียวกันกับตอนที่เราไปเที่ยววัดด้วยกับครั้งแรก ถ้าตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นตอนนี้คงนับเป็นจุดจบของเรื่องราว จากนั้นผมก็ถ่ายรูปคู่กับคุณ เราสองคนยิ้ม ผมชอบรอยยิ้มของคุณจัง พอดีกับรถที่ใกล้จะมาถึงแล้ว เรารีบเดินลงไปให้ทันรถ แต่พอรถมาถึง ผมหันไปมองคุณแล้วบอกคุณว่าผมยังไม่อยากไป อยากจะรอคันหน้าแทน คุณตอบผมเบาๆ เรายืนรอรถประจำทางด้วยกัน มีเพียงความเงียบที่คอยขับเคลื่อนบทสนทนาระหว่างเรา เวลาค่อยๆผ่านไป ในใจผมภาวนาให้ไม่มีรถประจำทางมาทางนี้อีกแล้ว แต่เราหนีโลกแห่งความเป็นจริงไปไม่ได้ ในที่สุดรถคันถัดไปก็มาถึง 
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ผมพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือพร้อมยื่นมือออกไป
"อื้อ ยินดีได้ที่รู้จัก โชคดีนะ" คุณยื่นมือมาจับ ผมเห็นน้ำตาของคุณค่อยๆไหลออกมา วินาทีนั้นที่ต้องจากกัน คุณก็คงเสียใจไม่ต่างกันกับผม ผมหันไปยังประตูรถประจำทางที่เปิดอ้าอยู่ ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นไปบนรถ ประตูรถค่อยๆปิดลงแล้วเคลื่อนออกไป ผมหันไปมองคุณที่ค่อยๆอยู่ห่างไกลจากสายตาของผมออกไปเรื่อยๆ จนหายลับไปในที่สุด...
นาฬิกาของเราหยุดเดินแล้ว.
ถ้าหากว่านี่คือการพยายามครั้งสุดท้ายของผม
บทสรุปของเรื่องราวคือผมล้มเหลวที่จะรั้งคุณเอาไว้
ผมอยากดึงตัวคุณมากอดให้แน่นก่อนจาก 
หวังว่าผมจะส่งความรู้สึกทั้งหมดให้คุณได้รับรู้
แต่สุดท้ายกลับทำได้แค่บอกคุณว่า ยินดีที่ได้รู้จัก
.
คุณคือความสุขของผม และถ้าการให้คุณจากไปจะทำให้คุณมีความสุข
ผมเต็มใจจะทำให้คุณ หลังจากนี้สำหรับผมมันคงไม่ง่าย
ใช่ เหมือนที่คุณพูดนั่นแหละ มันไม่มีอะไรง่าย
แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะ เมื่อไหร่ที่คุณต้องการ ผมจะอยู่ตรงนั้นเสมอ
ตรงที่ไกลๆ ที่จะคอยเฝ้ามองดูคุณมีความสุข
ผมรักคุณมากเหลือเกินที่รัก แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป
สัญญากับผมได้ไหม ว่าคุณจะใช้ชีวิตของคุณให้มีความสุข
เพราะผมก็จะพยายามทำแบบนั้นเช่นกัน ไม่ใช่เพื่อคุณแล้วอีกต่อไปแล้ว
แต่เพื่อตัวของผมเอง :)
.
.
รักและคิดถึงคุณเสมอ
SHARE

Comments