2019 ``บทพิสูจน์ความเป็นคนอะไรก็ได้``
ถ้าพูดว่าปีนี้หนักมากจริงๆก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทุกปีก็เจอเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆจึงไม่น่าแปลกถ้าเราจะเจ็บปวด ผิดหวัง หรือตั้งรับไม่ทันกับเรื่องบางเรื่อง ปีนี้มีอะไรผ่านเข้ามาทั้งแบบคาดคิดและไม่คาดคิด เรียนรู้ว่าลิมิตของตัวอยู่ตรงไหน แต่ที่ตอกย้ำมากไปกว่านั้นเรายิ่งเชื่อใน``ผลลัพธ์ของการกระทำที่พอดี`` ที่่ต้องมีคำว่าพอดี เพราะถ้ากระทำไม่พอดี ผลลัพธ์ก็จะออกมาไม่ดีเหมือนกัน 
 
การเป็นคนอะไรก็ได้มันก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป อย่างข้อดีคือเราดีลกับเรื่องส่วนใหญ่ได้โดยที่ตัวเองไม่เป็นทุกข์ แต่ข้อเสียคือเวลาที่เราเจอเรื่องส่วนน้อยที่ไม่ชอบจริงๆเราก็เหมือนต้องฝืนๆตัวเองให้ดีลกับสิ่งนั้นให้ได้ เพราะไม่กล้าปฏิเสธความเป็นคนอะไรก็ได้ของตัวเอง เวลาผ่านไปทำให้เราเริ่มชัดเจนกับตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียนรู้ว่าตัวเองชอบอะไรไม่ชอบอะไร เลือกที่จะแสดงออกว่าเราไม่ชอบสิ่งนั้นแต่ก็จะพยายามอยู่กับมันให้ได้ และให้ความสำคัญกับเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตเราจริงๆ

คนอะไรก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะรู้สึกยังไงก็ได้ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนแล้ว ย่อมมีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง เสียใจ เป็นธรรมดา เพียงแต่การเป็นคนอะไรก็ได้มักทำให้เราเผลอปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงในใจ ทั้งๆที่บางครั้งการแสดงออกอย่างซื่อตรงอาจจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย อย่างน้อยๆเราต่างจะได้เรียนรู้ว่าควรปฏิบัติตัวกับอีกฝ่ายอย่างไร

ความจริงที่ตามหาอาจจะมาในเวลาที่ไม่คาดคิด การพยายามปฏิเสธความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองเพียงเพราะกลัวว่าคนอื่นจะรู้สึกไม่ดีต่อเรา อาจจะทำให้เราพลาดที่จะเรียนรู้ความเป็นตัวเราไปตลอด ช่วงเวลา จังหวะ โอกาส ก็ทำให้เราค้นพบว่าจริงๆแล้วชีวิตต้องการอะไร ในวันที่รู้สึกว่า`อาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้` คงเป็นวันเดียวกันที่เรารู้ว่า`ชีวิตต้องการอะไร` การเป็นคนอะไรก็ได้ในปีนี้มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าชีวิตเราจะไปในทิศทางไหนบ้าง และการได้แสดงออกว่าไม่โอเคกับบางเรื่องก็ทำให้เราได้อยู่ถูกที่ถูกทางเช่นกัน 
 

``ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง``
แล้วเดี๋ยวก็จะรู้เองว่าต้องการอะไร ต้องทำยังไงที่จะไปถึงสิ่งนั้น

photo credit : Alex Harvey 🤙🏻
SHARE
Writer
rainnycool
...
ผู้หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการอ่านและชอบบอกเล่าเรี่องราวต่างๆผ่านตัวอักษร ชอบฟังเพลงPOPและR&B นอกจากนี้ยังรักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย

Comments