My science and what I found :)
เราทำการวิจัยเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ทำติดต่อมาตั้งเเต่ปริญญาโท จนถึงปริญญาเอก กินเวลาทั้งหมดกับโปรเจกต์นี้ประมาณอย่างต่ำห้าปี ใช่...มันนานมากนะ 
ทำเรื่องอะไรอะหรอ? เราทำเกี่ยวกับ evolution ของต้นข้าว 
อะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงทาง epigenetics เเล้วเราจะดึงความสามารถ
ของต้นพืชออกมาได้ถึงขีดสุดได้อย่างไร เพื่อที่จะให้ต้นพืชผลิตผลได้อย่างดี
ในสภาวะ global warming ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

ฟังเหมือนเป็นหัวข้อที่เหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้เท่าไหร่
ตอนเริ่มทำเรื่องนี้ อาจารย์ยังบอกเลยว่า ไม่มีการันตีอะไรว่า hypothesis นี้จะเป็นความจริง
จะเสี่ยงดูมั้ย? 

เเน่นอนสิ มันน่าสนุกออกจะตาย
เเต่คำว่าน่าสนุกอะ มันก็สนุกอยู่หรอก
เเต่ห้าปีมานี้ เราทุ่มทุกอย่างไปกับการวิจัยนี้

วันเสาร์อาทิตย์ ที่เเทบไม่มี 
ไม่มีเวลากลับไทยไปเจอครอบครัว
งานมาก่อนสภาพร่างกาย ร่างพังมาหลายรอบเเล้ว
อดหลับอดนอน
ไม่มีเวลาคิดสิ่งอื่นนอกจากวิจัย เตียง เเล้วก็อาบน้ำ
เลิกกับคนที่หมั้นกัน เพราะคำว่าวิจัย
เหงื่อ ที่หมดไปกี่เเสนหยด
ผิวที่ดำขึ้นช่วงหน้าร้อน (เเต่ก็กลับมาขาวหน้าหนาว 55)

บางทีก็คิดนะ ว่าทำไมมันลำบากจัง 
ในการที่จะ prove อะไรทางวิทยาศาสตร์
ทำไมมันใช้เวลาหลายปีจัง
ช่วงชีวิตวัยยี่สิบที่กำลังจะหมดไป
ทุกความทรงจำหมดไปกับการทำวิจัย

เรามีกำหนดจะจบปริญญาเอกกลางปีหน้า
เเต่เพราะงานวิจัยที่อยากทำต่อให้มันถึงที่สุด 
เราขอเลื่อนออกไปอีกครึ่งปี 
ทั้งๆ ที่เรามีคุณสมบัติพอที่จะจบ เเต่เสือกเลือกไม่จบเอง

คำว่าปริญญา อะหรอ
เราไม่ได้เเคร์มันเท่าไหร่เเล้วนะตอนนี้
จะรีบได้ไป จะเอาไปทำอะไร 
เราอยากทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ อยากเพิ่มผลผลิตทางเกษตรให้ได้จัง

จนเข้ามาถึงปีที่ห้า ที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมา
มันเริ่มประติดประต่อ

เราทำได้เเล้ว เราหาวิธีเพิ่มผลผลิตโดยเพิ่ง natural evolution ได้เเล้วมันเเบบ .... 
โอ้โห ปลื้มที่สุดของที่สุดเเล้ว
ขอบคุณที่ไม่ยอมเเพ้ระหว่างทาง ความอดทนมันมีสิ่งตอบเเทนของมันเสมอ

เเต่เราก็อยากทำต่อ ให้มันเด็ดขึ้นอีกนิด
สรุปคือ จบเอกเลื่อนออกไป เเล้วเอาเรื่อง side story  ไปเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยนะ
อาจารย์ก็คือ จบๆ ไป ช่างมัน รีบๆ มาทำเรื่องนี้ต่อเหอะ

เราว่า ณ จุดนี้ เราโคตรพิสูจน์ตัวเองได้เลยหว่ะ
ว่าที่ผ่านมา 

กูไม่ได้เรียนเพื่อปริญญา เเต่กูเรียนเพื่อตัวเอง เพื่อความรู้จริงๆ 

เหลืออีกหนึ่งปี ตื่นเต้นจัง จะทำทุกวันให้มีค่า
เเล้วจะทำให้เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติให้ได้

อื่ม มาถึงขั้นนี้
The one that I would marry is, ain't no one but Science ล่ะหว่ะ ฮ่าๆๆ

โอ้ยยยย ไปละ ทำงานต่อ 
ปล. โสด เเละสวย เเละมีปริญญาเอก จีบได้นะคะ ฮ่าๆๆ ล้อเล่ง


SHARE
Writer
Hiphop_hippo
On the way_Plant Researcher
My life in Japan and my stories 😃 Phd student Passionate plant scientist

Comments