ขอบ่นเรื่องค่ายทาสีปีนี้หน่อย
ลูกค่ายจ๋าาาาา ตื่นได้แล้วจ้าาาาาประโยคนี้ที่ชอบเอามาล้อกันของชาวค่ายอาสา
มันเป็นประโยคที่คนฝ่ายสันใช้เพื่อไปปลุกลูกค่ายในตอนเช้าของทุกวัน ใช้ล้อกันบ่อยถึงขั้นที่ใช้ทักทายเวลาเจอคนในฝ่ายสันเลยล่ะ
แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่คนที่ชอบกวนตีนคนอื่นอย่างเรา จู่ๆวันหนึ่งก็ได้กลายมาเป็นฝ่ายสันสะเองนี่สิ

เอาล่ะ.. เรากลับมาอีกแล้วกับเรื่องค่ายๆ
ค่ายรอบนี้ที่ไปเป็นค่ายทาสี
ไปทาสีอาคาร ทำBBL นู้นนี่นั่น แต่กิจกรรมหลักๆก็คือการทาสี และสำหรับเราค่ายนี้ได้รับหน้าที่ให้เป็นฝ่าย 'สันทนาการ'

ขอบ่นก่อนเลย
ฝ่ายสันทนาการสำหรับเราแล้วเป็นฝ่ายที่ไม่อยากทำมากๆ เราไม่ชอบการตื่นนอนก่อนคนอื่นเพราะมันแต่งหน้าไม่ทัน เราไม่ชอบงานเบื้องหน้า ไม่ชอบที่จะต้องมาจับไมค์ ไม่ชอบทุกอย่างยกเว้นการเต้น
ตอนที่รุ่นพี่ประกาศเรื่องฝ่ายของค่ายนี้ จำได้ว่าตอนนั้นโมโหจนเกือบจะร้องเลย

ถ้าถามว่าเคยทำแล้วหรอ ถึงรู้ว่าตัวเองไม่ชอบ? 
'ใช่ค่ะ เคยทำแล้ว' 

สมัยมัธยมเราเคยเป็นพิธีกรให้งานโรงเรียนอยู่ในบางงาน ตอนลองทำครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไร เพราะอาจจะเป็นงานเล็กๆ แต่พอคนอื่นเริ่มเห็นว่าเราทำงานตรงนี้ได้ก็เริ่มโยนงานใหญ่มาให้รับผิดชอบ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือยิ่งเป็นงานใหญ่แค่ไหนความผิดพลาดก็ต้องมีน้อยเท่านั้น งานที่ต้องใช้ความสามารถในด้านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสูง งานที่จะต้องปั้นหน้ายิ้มตลอดแม้ว่าจะเจอสถานการณ์ที่แย่ งานที่จะต้องรู้จักใช้ภาษาที่ถูกต้องและคนอื่นต้องเข้าใจง่าย งานที่จะต้องใช้น้ำเสียงให้น่าฟังที่สุด งานที่จะต้องทำยังไงก็ได้เพื่อดึงดูดให้คนอื่นสนใจเราอย่างเดียว

แล้วสิ่งที่ตามมาหากเราทำงานไม่ดีก็คือคำวิจารณ์นี่แหละ
เป็นคนจับไมค์ที่จะต้องพบปะผู้คนเป็นร้อยๆคน
ใช่ เราอาจจะจำผู้คนร้อยคนนั้นได้ไม่หมด แต่พวกเขาจำเราได้ถ้าเกิดเราทำพลาดไปแค่นิดเดียว
จะว่าเป็นงานที่มีความกดดันสูงอีกงานนึงก็ใช่เลย

แล้วในชมรมก็หน้าที่ชมรมอยู่ ซึ่งเพื่อนที่เป็นฝ่ายสันทนาการชมรมเนี่ย มันไม่ค่อยอยากจะเป็นฝ่ายสันอีกสักเท่าไหร่ และอีกสิ่งนึงที่เราไม่อยากเป็นฝ่ายสันก็เพราะทัศนคติเรากับเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยตรงกัน จะว่าไม่ตรงกันทุกเรื่องเลยก็ไม่ใช่
แต่มันก็ส่วนใหญ่ที่การตัดสินใจไม่ตรงกันเลย หลายๆครั้งที่เราทะเลาะกับมันเพราะเรื่องความคิด ด้วยทางบ้านของเพื่อนที่เขาอาจจะเลี้ยงมาแบบตามใจ พอโดนเพื่อนในชมรมขัดใจหน่อยก็แสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที พูดง่ายๆเลยก็คือ 'เด็กน้อย' เราที่พยายามพูดดีๆด้วยกับมันหลายครั้ง ก็โดนตอกหน้ากลับมา มันก็เลยเป็นความรู้สึกที่ทำไมต้องมาทำงานร่วมกันด้วยวะ ฝ่ายอื่นมีตั้งเยอะทำไมต้องมาทำฝ่ายเดียวกับมันด้วย

โอเค กลับมาเรื่องค่ายต่อ
สำหรับค่ายทาสีนี่ก็เป็นครั้งที่สอง แต่ครั้งแรกที่ไปเราไปในนามของลูกค่ายแต่ปีนี้กลายเป็นผู้จัด
ค่ายนี้เราเป็นสัน ที่จะต้องคอยเอนเตอร์เทรนลูกค่ายตั้งแต่อยู่บนรถจนถึงที่หมาย
เรากับเพื่อนที่เป็นสันอีกคน ตกลงแยกกันดูลูกค่ายคนละคันรถ
ระหว่างอยู่บนรถก็มีให้เล่นเกมส์เล็กๆน้อยๆ เขียนสลากบัดดี้บัดเดอร์ ตรงนี้ยังรู้สึกว่าไม่กดดันเท่าไหร่เพราะคนบนรถแค่สามสิบกว่าๆ

ตอนมาถึงโรงเรียนนี่สิ ความบรรลัยมาเยือน
ค่ายที่แล้วตัวเองก็เป็นฝ่ายครัวไม่ได้ออกมาร่วมกิจกรรมอะไรกับคนอื่นเลย ไม่รู้ว่าจะต้องอะไรยังไงบ้าง กำหนดการเขียนไว้หมดแล้วก็จริง แต่พอถึงสถานการณ์จริงมันวุ่นวายไปหมด
ใช่ค่ะเราเลิ่กลั่กเอง;-;
เพื่อนอีกคนที่เขาไม่อยากเป็น ก็ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มที่กับงานนี้สักเท่าไหร่ ถามอะไรก็บอกไม่รู้ ตรงนี้มันหงุดหงิดมากอยากจะโยนไมค์ทิ้งตรงนั้น แต่ก็ทำได้แค่เดินไปหยิบไมค์หันมาชวนลูกค่ายคุยต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากพิธีเปิดเสร็จ ของจริงมาแล้ววววววว
ทักทายลูกค่ายทุกคนพอเป็นพิธี เรียกวิญญาณเอ็มซีกลับคืนมาหลังจากไม่ได้เรียกมาเป็นปีกว่าๆ จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง แต่พอปล่อยลูกค่ายให้ไปแต่งตัวเตรียมลงโครงงานเป็นช่วงที่มีเวลาคิดกับตัวเอง ก็เออ..ยังทำได้นี่หว่า...อาจจะพูดเร็วไปบ้างก็เถอะ เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนพูดเร็ว 

จนระยะเวลาผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อย
เราที่อยู่ฝ่ายสันได้ไปช่วยทาสีแค่ไม่กี่นาที เพราะต้องกลับมาเตรียมเกมส์เตรียมนั่นนี่ต่ออีก จนเวลาผ่านล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มคือเวลาปล่อยลูกค่ายให้ไปนอน
ส่วนตัวเราเองก็มีประชุมต่อ
ช่วงเตรียมการประชุม นั่งฉายภาพตัวเองวันนั้นในหัวว่าทำไรพลาดไปบ้างเพื่อรายงานในที่ประชุม
อืม...เยอะเลย โดนรุ่นพี่ด่าเยอะแน่ๆ
แล้วมันก็จริง โดนทั้งเรื่องพูดเร็วเลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียงพูดเหมือนพี่วาร์ก(อันนี้อาจจะมาจากกลายเป็นคนหยาบขึ้น) อธิบายเกมส์มั่ว นู่นนี่นั่น
แต่รวมๆแล้วก็รู้สึกเฉยๆก็โอเค ผิดจริง
คืนนั้นก็เรียกเพื่อนมาคุยเรื่องปัญหาวันนี้
เอาตรงๆก็รู้เหมือนกันว่ามันก็ไม่อยากทำงานร่วมกับเรา สาเหตุก็ที่เล่าไปที่ทำอยู่ต่างคนต่างฝืนใจกันมาก
หลังจากนั้นก็อยู่เตรียมงานของวันพรุ่งนี้เล็กๆน้อยๆ แต่ค่ายนี้รู้สึกว่าจะได้นอนเยอะกว่าค่ายที่แล้วนะ

ความบรรลัยวันที่สอง วันนี้บรรลัยหนักกว่าเดิม
ตื่นเช้ามาเสียงแหบจ้า ลำบากมาก
ตอนนั้นโครตจะโมโหตัวเองที่เสียงแหบ เพราะจะตะโกนอะไรก็ต้องขอช่วยเพื่อนอีกคนตลอด
มีแอบไปนั่งดาวน์คนเดียวอยู่พักนึงเลย กินข้าวก็จะร้องเพราะหงุดหงิดตัวเองที่เต็มทีี่ไม่ได้ ในส่วนของไมค์ก็มีให้ใช้นะคะ แต่ว่าเกรงใจทางโรงเรียนเพราะเป็นวันเปิดเรียนปกติก็เลยไม่ค่อยอยากใช้ลำโพง

ตอนค่ำก็มีกิจกรรมรอบกองไฟ ซึ่งตอนจบของกิจกรรมนี้จะมีกิจกรรมที่ชื่อว่า 'เต้นเมดเล่ย์' ก็คือเต้นไม่หยุด เต้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหนื่อยกัน
แล้วเพลงที่เต้นก็ไม่ใช่เพลงที่เปิดจากยูทูปนะคะ
ต้อง "ร้องสด" ร้องเพลงสามซ่านั่นแหละ
และปัญหามันอยู่ที่เราไม่ฟังเพลงไทย เรื่องนี้เครียดหนักมากตอนที่เริ่มเขียนกำหนดการ เพราะไม่รู้ว่าจะร้องเพลงอะไร แต่สุดท้ายก็ขอช่วยพี่ในชมรมช่วยในส่วนของกิจกรรมนี้

หลังจากเสร็จกิจกรรมทุกอย่างของวัน
รู้สึกตัวอีกทีเสียงไม่มีแล้ว ไม่มีเลย.. ไม่มี..
พูดๆไปมีเซ็นต์เซอร์คำเองโดยอัตโนมัติ เป็นเครียดมากๆ วันพรุ่งนี้จะทำอย่างไรดี
และคืนนี้ไม่ได้นอน เพราะว่ามีกิจกรรมพิธีบายศรีสู่ขวัญเหมือนตอนค่ายใหญ่
ต้องเตรียมการเยอะเลย เลยตกลงกันผลัดกันไปอาบน้ำกับเพื่อนในรุ่นเพราะจะได้ไม่เสียเวลาทำงาน

04.00 น. ภารกิจขึ้นไปปลุกลูกค่าย(แต่ก่อนหน้านี้โกหกว่าจะให้ตื่น8โมงเช้า)
เราที่รับหน้าที่ให้ขึ้นไปปลุกลูกค่ายผู้ชาย พวกนางโวยวายกันมากไม่ยอมตื่นจากที่นอน บางคนก็สะดุ้งตื่นรุนแรงมาก แต่สุดท้ายก็ยอมตื่นกัน เดินต่อแถวกันไปแบบหลับตา เป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากๆ

ในส่วนของกิจกรรมวันสุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากมีเฉลยบัดดี้บัดเดอร์และพาไปเที่ยวนอกสถานที่
บัดดี้เราได้ก็คือน้องอนุในชมรม
อ๋อใช่! ตอนนี้เรามีน้องอนุแล้วนะ ;)
เรื่องตลกของเรื่องบัดดี้บัดเดอร์เราก็คือเราได้น้องก. น้องก.ได้น้องม. และน้องม.ได้เรา
บังเอิญอีกอันนึงก็คือน้องม.เป็นน้องรหัสเราเอง

จบจากค่ายนี้มันมีความในใจเยอะเลยอะ
คนที่เขาอะไรก็ได้ อยู่ๆวันนึงเกิดไม่อยากอะไรก็ได้ขึ้นมานี่ดูเป็นคนแย่ทันทีเลยนะ
วันที่รู้ว่าได้เป็นพี่สันโมโหจนจะร้องก็จริง แต่ชีวิตดันเป็นคนติดตลกไม่อยากให้คนอื่นรับรู้เรื่องแย่ๆตามก็ต้องทำให้มันเป็นเรื่องขำขันไปอีก ได้แต่ขอร้องขอเปลี่ยนฝ่ายด้วยคำพูดตลกๆที่ในใจโครตจะโมโหทั้งน้ำตา แต่ก็มีแค่ประโยคที่ว่า 'พี่เชื่อว่าเราทำได้' กลับมาแค่นั้น
เชื่อมั้ยว่าตอนนั้นได้ยินประโยคนั้นไม่ได้สัมผัสถึงกำลังใจเลยสักนิด เหมือนเป็นประโยคที่พูดส่งๆว่า 'ถ้าไม่ใช่มึงแล้วใครจะทำ ทำไปเถอะ' 
ยิ่งตอนนั้นหลังจากที่รุ่นพี่ประกาศฝ่ายเสร็จ เพื่อนคนที่ได้เป็นสันเหมือนกันพูดขึ้นมาประโยคนึง 'ไม่อยากทำฝ่ายนี้แล้ว เบื่อ' โอ้โห้มันจี๊ด
ได้แต่ตบไหล่แล้วบอกตัวเองว่ามันเป็นงาน

ถึงช่วงเตรียมงานระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าๆ ส่วนตัวที่ไม่รู้เรื่องอะไรในฝ่ายนี้เลยว่าต้องทำยังไงบ้างก็ได้แต่บอกเพื่อนว่ามีอะไรให้ช่วยก็ทักมานะ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่นึกออกเองจริงๆก็ไม่ได้คุยกันเลย
ช่วงนั้นเหนื่อยมากเหนื่อยจริงๆเหนื่อยไปหมด
แต่จะเอาความเหนื่อยตรงนั้นไปแบ่งให้เพื่อนคนอื่นอีกไม่ได้นะ ต้องแสดงพลังบวกให้ได้เยอะที่สุดแม้เพื่อนมันจะปาพลังลบมากเยอะขนาดไหน ก็ต้องฮีลใจมันไปทุกครั้ง เพราะคำว่าเป็นประธานรุ่นมันโผล่ขึ้นมาในหัวตลอดเวลาที่เห็นเพื่อนๆนั่งท้อกัน ทำยังไงก็ได้ให้เพื่อนยิ้มออกมาได้เยอะที่สุด ทำยังไงก็ได้ให้เพื่อนมีกำลังใจเพิ่มขึ้นให้มากที่สุด แต่สุดท้ายก็ผ่านค่ายนั้นมาได้ด้วยดีแหละ 

สิ่งที่ได้กลับมาก็คืออยากบอกทุกคนว่าอดทนนะ ต่อให้มันเป็นงานที่แย่หรือไม่อยากทำขนาดไหนก็ต้องอดทน อย่าให้ตัวเราคนเดียวเป็นสาเหตุให้คนอีกหลายคนดูแย่ และก็อย่าลืมนึกถึงคนอื่นเข้าไว้ ไม่ต้องนึกถึงขนาดนั้นก็ได้แต่แค่สังเกตหรือใส่ใจคนรอบตัวอยู่เรื่อยๆก็พอ เอาใจเขามาใส่ใจเรานะ ที่สำคัญเลยรักตัวเองให้มากๆ
วันไหนเหนื่อยและหมดแรงก็ใช้แรงฮึ่บสุดท้ายยกมือขึ้นมาตบไหล่ตัวเองแล้วพูดว่า 'เก่งแล้ว ไม่เป็นไรนะ' ไม่ก็ทิ้งตัวลงนอนเปิดเพลงคลอเบาๆแล้วหลับไปเลยไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น ชาร์จแบตพลังชีวิตไว้ให้เยอะๆ
ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เต็มที่นะ เพราะทุกสิ่งที่เราทำมันคือครั้งสุดท้าย แม้ว่ามันจะเป็นงานประเภทเดิมหรืออะไรเดิมๆ แต่อย่าลืมนะว่าทำงานนั้นครั้งนั้นเวลานั้น ณ สถานที่ตรงนั้น กับผู้คนเหล่านั้น มันคือครั้งสุดท้าย ถึงแม้ในอนาคตอาจจะได้ทำงานแบบเดิม แต่ว่าไม่ใช่เวลาเดิม สถานที่เดิม หรือแม้แต่ผู้คนเดิมแน่นอน ฉะนั้นทำให้มันเกินเต็มที่ไปเลย!

สุดท้าย...
ก็ขอบคุณทางโรงเรียนที่ให้โอกาส และความสนับสนุนที่เต็มที่มากๆ ได้ข้าวฟรีตั้ง2มื้อ
ขอบคุณชาวบ้านในระแวกนั้นที่บริจาคของเล็กๆน้อยๆให้ตลอดทั้งค่าย
ขอบคุณลูกค่ายที่เชื่อฟังและร่วมกิจกรรมกับอย่างเต็มที่มากๆ 
-จริงๆก็รู้สึกดีใจมากๆที่ทุกคนกล้าเล่นด้วย รับมุกตบมุกกัน เพราะก่อนหน้านี้เครียดมากๆกลัวทำได้ไม่เหมือนเดิมบวกกับตัวเองเป็นคนหน้าไม่ต้อนรับแขกสักเท่าไหร่ด้วยก็เลยกลัวคนไม่กล้าเล่น แต่ถึงวันจริงๆมันเกินคาดมากๆ ในส่วนนี้ดีใจมากจริงๆ-
ขอบคุณรุ่นพี่ที่มาคอยช่วยงานตลอดทั้งค่ายให้มันผ่านไปได้ด้วยดี
ขอบคุณมากๆเพื่อนรุ่น21ที่ทำให้ค่ายมันผ่านไปได้ด้วยดีอีกครั้ง แม้ว่าทุกคนจะดูเหนื่อยกันมากๆสำหรับค่ายนี้ แต่ก็นับถือในความอดทนของทุกคนนะ สู้ๆ เหลืออีกค่ายเดียวแล้ว
-ขอบคุณไอภีม ผู้ชายคนแรกที่กูกล้าไปอาบน้ำกับมันสองคนแม้ว่าประตูจะปิดสนิทไม่ได้ก็ตาม กูต้องเชื่อใจมึงขนาดไหนวะ ละก็ขอบคุณที่ยืนรอกูอาบน้ำจนเสร็จทั้งๆที่ใส่บ็อกเซอร์แค่ตัวเดียวกับคลุมผ้าขนหนูไว้ ตอนนั้นก็ตี3กว่าละอากาศก็โครตหนาว ขอบคุณมากๆ5555555-

ปล.เหลือค่ายใหญ่ของรุ่นตัวเองค่ายเดียวแล้วเย้!
ปล2.เรื่องเรียนเราก็ไม่ทิ้งนะคะ เกรดเฉลี่ยรวมยังอยู่ที่ 3 กว่า (แม้ว่าเทอมนี้จะเกรดตกก็เถอะ;-;)


#ความเต็มใจอาสาพัฒนา


SHARE
Written in this book
Writer
Umbrellrain
แล้วแต่อารมณ์
รับบทเป็นอินโทรเวิร์ทที่หลงรักคนติสท์

Comments