ภาคต่อของจุดตัด
เหมือนกลับไปยืนที่เก่า...
ใจเย็นไว้... บอกตัวเองไว้...
เนื้อเพลงบทนี้ผุดแวบขึ้นมา และกำลังวนเวียนอยู่ภายในหัวสมองไปพร้อมๆกับจิตใจที่ยังคงว้าวุ่นอยู่เช่นเดิม ก็เพราะว่ามันวกวนกลับมาสู่จุดเดิมอีกแล้วน่ะสิ

ภาวะเช่นนี้เราควรนิยามมันว่าอะไรดีนะ จะบอกว่าตัดบัวแล้วแต่ยังหลงเหลือใย จะบอกว่าตัดใจโดยไร้ซึ่งเธอแล้วก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เอ... หรือจะเรียกว่า กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง เหมือนมีอะไรฉุดดึง... เหรอ? เปิดเพลงดีกว่ามั้ยแบบนี้ ฮ่าๆไม่ช่ายยย 
ก็แปลกดี อารมณ์จะว่าหน่วงก็นิดนึงมั้ง จะว่าหน่ายมันก็มีบ้าง รวมๆมันก็ทั้งอึกๆอักๆอยู่ในความรู้สึก ทั้งๆที่คิดว่าก็ปกติแล้วมั้ง

คงต้องย้อนความกลับไปตั้งแต่ที่ว่า... วันนั้นเราคิดว่ามันจบแล้ว จบที่ว่านี้ก็คือจบกับความรู้สึกตัวเองนะ เพราะคิดว่าในความรู้สึกมันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แม้มันจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องสะสาง เพียงแค่นั้นมันก็เหนื่อยบ้าง พักสักแป๊บมันก็หายเหนื่อยอยู่หรอก แต่สิ่งที่ยังคอยติดค้างและสูบพลังงานเราไปอย่างเนื่องโดยไม่มีจุดจบมากที่สุด ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของเธอ เราจึงจำเป็นต้องทำให้มันตกสู่หลุมอากาศไปซะ เข้าโหมดตีมึนไปเลย ให้จบสิ้น เอาให้เหมือนดาวฤกษ์แตกดับในหลุมดำ ไม่ต้องมีร่องรอยทางความรู้สึกใดๆหลงเหลือ อ่าฮะ... ก็เอาเข้าจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นไง

ท่ามกลางการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรา มันมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนจะทะแม่งๆอยู่ เหมือนเราต่างรู้กันว่ามันมีพลังงานอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น ซึ่งมันดำรงอยู่เพื่อเป็นแนวเขตป้องกัน คอยกั้นขวางการล่วงล้ำและย้ำเตือนเมื่อต้องตกสู่โหมดประชิดเกินไป ถ้าความสัมพันธ์เข้าสู่ระยะที่ใกล้กันเกินไปเมื่อไหร่ เราต่างย่อมรู้กันดี และถอยออกมาเองอย่างว่าง่าย แต่เมื่อได้เข้าจำศีลและกลับสู่ฐานที่มั่นจนคิดว่าปลอดภัยแล้ว สุดท้ายก็ไม่วายจะกลับออกมาโยนก้อนหินถามทาง แกล้งตะโกนเข้ามาบ้าง ทำเป็นฮัมเพลงเบาๆให้ได้ยินบ้างล่ะ ฮ่าๆ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงดีนะแบบนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมาไม้ไหน และใครจะเป็นฝ่ายยกธงก่อน 
แต่ก็นะ... ถ้าคิดจะเล่นเกมนี้ ก็ต้องพร้อมที่จะเจ็บกันทั้งสองฝ่ายหรือเปล่า? 
ความรู้สึกไม่ใช่เกม เวลาเจ็บมันเจ็บจริง
C: "กอด"/ "กอดกันระหว่างเพื่อน"/ "อย่าเข้าใจผิดล่ะ"

M: "?"

... ก็ก่อนหน้านี้มันนิ่งแล้วไง จู่ๆเปิดฉากบทสนทนาช่วงต้นมาแบบนี้ แล้วจะให้เข้าใจยังไงดี

C: "ฉันชอบอะไรที่มันเรียบง่าย"/ "เพราะงั้น ไม่ต้องรู้จักคนเยอะหรอก เพื่อนมีแค่คนสองคนก็พอแล้ว"/ "ฉันมีเพื่อนสนิทน้อยน่ะ"

M: "เอ่ิม ฉันแทบไม่มีเพื่อนสักคนอะนะ"

C: "ฉันก็เป็นเพื่อนเธอไง"/ :p

M" "รู้แล้วน่า"

C: "เธอพูดกับฉันได้เสมอนะ"/ "ฉันไม่ใช่คนเข้มงวดแบบเธอ"/ "มีเรื่องอะไรพูดกับฉันได้เสมอ"/ "เธอจะอารมณ์ดีไม่ดีได้หมดแหละ"/ "ฮี่ๆ"

... เหรอ? เพื่อนจริงๆเพื่อนแท้ๆเพื่อนเฉ๊ยเฉยเลยเนอะ... เอาดีๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนมีนัยอะไรบางอย่างในบทสนานี้ หรือเราจะมโนมากไปเอง? ก็อยู่ดีๆอยู่นิ่งๆแล้ว ไหงชอบจะมาขุดคุ้ยฟื้นฝอยร่องรอยอารมณ์เล่น วันนึงเหมือนใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักกันดีเหมือนคนที่รู้จักกันมานานแล้ว ผ่านไปวันนึง เงียบหายตายจากกันเหมือนอยู่ในป้าช้างั้นแหละ 

เรื่องความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่ตลก แต่ขำไม่ค่อยออก
ยิ่งเวลาเราซื่อตรงกับสิ่งที่เรารู้สึกมากเท่าไหร่ ผลสะท้อนมันก็ทบทวีกลับเข้ามาที่ใจมากเท่านั้น
แต่ถ้าเราหลอกความรู้สึกตัวเอง ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจ ก็จะอยู่เหมือนเป็นร่างไร้วิญญาณ อยู่แบบตายซากไปอย่างนั้น 
เรื่องความรู้สึก หาพื้นที่ตรงกลางให้มันไม่ได้หรอก ไม่ไปสุดทาง ก็กลับมาสุดทาง...

ตรรกะ คือ กรอบบรรทัดฐาน แบบแผนที่ยึดเหนี่ยว เป็นทฤษฏีแนวทางที่ควรจะเป็นไป
อารมณ์ คือ ความเสรี อิสระ เป็นสิ่งที่ไร้รูปไร้ซึ่งสิ่งยึดหน่วง เป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้เสมอ
เพราะงั้น... ใจกับความคิดมักจะเป็นสิ่งคู่ขนาน และคอยย้อนแย้งทางการกระทำเสมอ 

คงต้องรอดูกันต่อไป อยู่ให้ได้เป็นปกติเป็นดีที่สุด อย่าไปอินเยอะเลย... 
ใช่ก็ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ จะทั้งใช่และไม่ใช่ก็ได้ แล้วแต่เลยแล้วกัน 
เหนื่อยแบบหน่วง ก็คงพอไปเองแหละ




 


SHARE

Comments