ลองกลับมารักตัวเองดูบ้าง
“ตั้งแต่เกิดมา เราอกหักมากี่ครั้งกันนะ”

คำถามในหัวของเราดังขึ้น 
หลังจากผ่านการอกหักครั้งล่าสุด

จริงๆก็อกหักตั้งหลายครั้งแล้ว
แต่เราคิดว่าครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่เจ็บที่สุด
ทั้งๆที่เพิ่งคุยกันได้แค่เดือนกว่าๆ

เอาจริงๆขนาดตอนเลิกคุยกับคนเก่าที่คุยกันมา2ปี
ยังไม่เสียใจ ฟูมฟายขนาดนี้เลย


ทำไมครั้งนี้ถึงเสียใจได้ขนาดนี้วะ
อาจจะเป็นเพราะเราตั้งใจกับครั้งนี้ที่สุดมั้ง
อาจจะเป็นเพราะเรารู้สึกดีที่เค้าดูวางแผนที่จะมีเราในอนาคตของเค้า
อาจจะเป็นเพราะความคาดหวังที่มากเกินไปของเราว่าเค้าจะไม่เหมือนทุกคนที่ผ่านมา


“ต่อไปมึงควรรักตัวเองบ้าง รักให้มากกว่าที่รักคนอื่น”


ใช่ เวลาเราชอบใคร หรือรักใคร
เราไม่เคยเผื่อใจไว้เลยสักครั้ง
เราทุ่มเททุกอย่างให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
ถ้าเทียบความรักของเรากับการลงทุน
ก็คงเป็นการลงทุนที่เราเทหมดหน้าตัก
แต่สุดท้ายไม่ได้กำไรอะไรเลย
แถมยังขาดทุนด้วยซ้ำ



จริงๆเราคิดว่าความรักครั้งล่าสุดคงเป็นรักที่ดีที่สุดแล้วของเรา
อาจจะเป็นเพราะระยะทางที่อยู่ใกล้กัน
อาจจะมีอุปสรรคก็คืออายุของเรากับเค้าที่ต่่างกันเกือบ4ปี
แต่ในตอนนั้นคำพูดกับการกระทำของเค้า
มันทำให้เรามั่นใจ และมองข้ามความเป็นจริงหลายๆอย่างไป



ตั้งแต่จำความได้
เราเคยตั้งสเปคในใจไว้อยู่สองข้อคือ
เราจะไม่คุยกับคนที่อายุน้อยกว่าเรา
และเราจะไม่คุยกับผู้ชายที่เตี้ยกว่าเรา

ใช่ ความรักคนล่าสุดของเรา 
ไม่ผ่านสเปคทั้งสองข้อของเราเลย
แต่เรากลับตกหลุมรักในตัวตนของเค้าในช่วงเวลาสั้นๆ
เราชอบในความคิดและทัศนคติที่ดูโตกว่าวัยของเค้า
เราแพ้ในความเอาใจใส่ และความสม่ำเสมอของเค้า
จริงๆเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราชินกับการที่มีเค้าอยู่ในชีวิตไปตั้งแต่ตอนไหน
ซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราก็อยากจะบอกตัวเองว่า


“มึงจะชอบเค้าก็ได้ แต่อย่าไปเสพติดเค้ามากเลย”


เพราะถ้าวันหนึ่งเค้าไม่ได้อยู่ข้างๆเราอีกแล้ว
คนที่เสียใจที่สุดคือตัวเราเอง
จริงๆเราควรเผื่อใจไว้สักนิด
ที่สำคัญอย่าให้ความสุขของตัวเองขึ้นอยู่กับคนอื่น
ใจคนเรามันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 
เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าใจของเค้าจะไม่เปลี่ยนไป 
ถ้าเกิดเค้าไปเจอคนที่ดีกว่าเรา
เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าเค้าจะอยู่กับเราตลอดไป 
อย่ายึดติดกับคำพูดของใครเลย

เดือนที่แล้วเค้ายังบอกว่ารู้สึกดีกับเราอยู่เลย
ดีใจที่มีเราอยู่ในชีวิต อยากมีเราไปนานๆ
แต่ผ่านมาแค่เดือนเดียวเอง โปรโมชั่นก็หมดลงซะแล้ว
เค้าเปลี่ยนไปรู้สึกดีกับคนอื่นแล้ว
และเหตุผลที่ความรู้สึกเค้าเปลี่ยนไปก็คือ


“เราเป็นคนงี่เง่า”


นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าเรางี่เง่า
คำว่างี่เง่านี่มันมีนิยามยังไงกัน
เราว่าเราก็ไม่เคยตามตื๊อใครมานานแล้วนะ
แถมยังรอเก่งมาก
รอเค้าตอบทั้งวันก็รอมาแล้ว

“เรางี่เง่าหรอวะ?”

คงเป็นเพราะว่าช่วงหลังๆเราคงดราม่าใส่เค้ามากเกิน
เราเคยบอกไว้ว่าจะเป็นพลังงานบวกให้เค้า
แต่เอาจริงๆเลยนะ
คนเราทุกคนแม่งก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก
ความรักมันควรยอมรับข้อเสียของกันและกัน
ในวันที่เราแย่ เค้าก็ควรเป็นพลังบวกให้เราบ้าง
ไม่ใช่ว่ามีแต่เราที่ต้องพยายามเป็นพลังบวกให้เค้าอยู่ฝ่ายเดียว เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ป่ะวะ

แล้วลองคิดมุมกลับกันนะ
ถ้าเค้าอธิบายเราบ้าง เราจะงี่เง่าจริงๆเหรอ
จริงๆถ้าเค้าแค่ตอบในสิ่งที่เราถามหรือสงสัยบ้าง
หรือถ้าแค่บอกเราว่ายุ่งอยู่ เราก็จะไม่กวนใจเลย
เราผิดเหรอที่ถามในสิ่งที่เราไม่แน่ใจ 
เพราะเราไม่อยากคิดไปเอง
เราผิดเหรอที่ต้องการความชัดเจนว่าความสัมพันธ์มันจะไปได้มากแค่ไหน
เราผิดเหรอที่เรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองเคยได้รับ




จริงๆเราว่าเราไม่ได้งี่เง่าหรอก
แต่ว่าความรู้สึกของเค้าเปลี่ยนไปมากกว่า
มันเลยทำให้เรากลายเป็นคนงี่เง่าในสายตาเค้า
เพราะถ้าเค้ายังแคร์เราอยู่ 
เค้าจะไม่รู้สึกว่าเรางี่เง่าหรอก


เห็นมั้ยว่าความดีมันยื้อใจคนไม่ได้หรอก
ต่อให้เราทำดีกับเค้าแค่ไหน 
ถ้าเค้าเปลี่ยนใจจากเราไปแล้ว
เราก็ยื้อเค้ากลับมาไม่ได้
เลิกแคร์ความรู้สึกของเค้ามากกว่าตัวเองได้แล้ว
เค้าดูไม่แคร์อะไรเราเลยด้วยซ้ำ 
ขนาดขอเจอครั้งสุดท้าย แม่งยังไม่อยากเจอกันเลย
แล้วก็เลิกไปคิดแทนเค้าสักทีว่าเค้าจะรู้สึกยังไง
คนที่เราควรแคร์มากที่สุดก็คือตัวเอง จำไว้


และอีกอย่างที่สำคัญก็คือ
อย่าไว้ใจใครง่ายๆ 
อย่าปล่อยให้เค้าเข้ามาใน safezone เราได้อีก
หัดตั้งกำแพงเอาไว้สูงๆ 
จะได้กรองคนที่จะเข้ามาในอนาคต
ว่าเค้าจะมีความอดทนมากพอที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตเราหรือเปล่า



จริงๆการที่เจอกับเค้ามันก็มีด้านดีๆอยู่แหละ
เค้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเราไปซะทุกอย่างหรอก
จริงๆก็ต้องขอบคุณเค้าเลยนะ
ที่ทำให้เรารู้สึกอยากเปลี่ยนเป็นคนที่ดีกว่าเดิม
เราได้แนวความคิดอะไรหลายๆมาจากเค้าเลย
อย่างน้อยสิ่งที่เราได้จากความรักที่ผิดหวังในครั้งนี้
ก็คือ เรากลับมารักตัวเองมากขึ้น
กลับมาสนใจที่จะดูแลตัวเอง

ตอนนี้เรากลับมาออกกำลังกายอีกครั้งหลังจากหยุดไปนาน
เพราะตอนที่ยังคุยกันอยู่เค้าเคยบอกกับเราว่า

“แกดู inactive เกินไป”

“Active rest is better than do nothing.”


ใช่ แต่ก่อนเราเป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบออกกำลังกาย
รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยจากเรียนแล้ว กลับถึงหอก็ควรนอนพัก
ความสุขในชีวิตคือการกินของอร่อยๆ
แล้วผลลัพธ์ก็คือ เราอ้วนขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก
แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนความคิดแล้วนะ
เราอยากสุขภาพดี อยากแข็งแรง จริงๆก็อยากผอมด้วย
เพราะเราคิดว่าถ้าเราผอม  เราจะสวย และมีความมั่นใจในตัวเองกว่านี้


นี่ก็เพิ่งลงวิ่งไป เป็นการลงวิ่งครั้งแรก
จริงๆเราเป็นคนวิ่งกากมากเลย 
แค่400เมตรก็จะตายแล้ว
แต่หลังจากเริ่มคุยกับเค้า เราก็ลองกลับมาฝึกวิ่งดู
เพราะตอนนั้นคิดว่าอยากไปวิ่งกับเค้า
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีเค้าแล้ว เราก็จะพยายามวิ่งต่อไป
จริงๆแต่ก่อนเคยคิดว่า 
คนเราจะเสียเงินให้กับการลงวิ่งไปทำไมวะ
แต่ตอนนี้เรามีแรงบันดาลใจแล้วนะ
เราอยากไปมาราธอนปีหน้า
เราอยากเอาชนะความกลัวของตัวเอง
อยากสัมผัสความรู้สึกตอนที่วิ่งเข้าเส้นชัย
อยากรู้ว่ามันจะมีความสุขมากแค่ไหน


แล้วเรากลับมากินผักได้แล้วด้วย
ทั้งๆที่แต่ก่อนแทบจะไม่กินผักอะไรเลย
ใช่ เราฝึกกินผักตามเค้านั่นแหละ
เพราะเค้ากินผักเก่งมาก 
อยากให้เค้าประทับใจในตัวเรา ก็เลยฝึกกินผักตั้งแต่ตอนนั้น



ตอนนี้เวลาว่างก็ฟัง Podcasts ที่ดูมีประโยชน์กับชีวิตเรา
หรือไม่ก็หาหนังสือดีๆอ่าน จริงๆก็อ่านหนังสือที่เค้าแนะนำมาด้วย
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้เลย และไม่คิดจะอ่านมาก่อนด้วยซ้ำ
ก็คงใช้เวลานานหน่อย แต่ก็สนุกดีนะ เหมือนเปิดโลกใหม่ของเราเลย
ตอนนี้ก็พยายามวางแผนอนาคตของตัวเอง เพราะนี่ก็อายุ 22 แล้ว
ควรมีเป้าหมายในชีวิตได้แล้ว
บางทีนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของเราก็ได้

ถ้าแกได้เข้ามาอ่่านก็อยากจะบอกว่า

ขอบคุณนะแกที่เข้ามาเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างในตัวเรา
ขอบคุณจริงๆที่ทำให้เรากลับมามีสติอีกครั้ง


แต่คนที่อยากขอบคุณที่สุดก็คือ
“ตัวเราเอง”
ขอบคุณนะที่อดทนผ่านทุกๆอย่างมาได้
ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน
ขอบคุณที่ยังสู้ต่อ แม้ว่าจะเหนื่อยมากๆก็ตาม




แล้วก็ฝากถึงตัวเราในอนาคต

ไม่รู้ว่าต่อไปจะเจอเรื่องผิดหวังอีกมั้ย
ถ้าย้อนกลับมาอ่านก็อยากจะบอกว่า
ถ้าเจอเรื่องแย่ๆอยู่ก็อดทนผ่านไปให้ได้นะ
ขนาดตอนนี้ยังผ่านไปได้เลย
แต่ถ้ามีความสุขก็ยินดีด้วยที่มีความสุขสักที
รักษาความสุขนั้นไว้นานๆนะ

:)














SHARE

Comments

Thosaeng
15 days ago
เหมือนเรามากเลยค่ะมากแทบทุกบรรทัดเลย แม้กระทั่งระยะเวลาคนเก่ากับคนใหม่ ตอนนี้ฮีลตัวเองได้เยอะเลย ขอบคุณที่มาถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังนะคะ
Reply
prroprroprro_
15 days ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เราก็กำลังฮีลตัวเองอยู่เหมือนกันค่า สู้ๆนะคะ ผ่านมันไปด้วยกัน กอดๆ :))
moonofdarkness
14 days ago
ดีใจจังเลยนะคะเจอคนที่มี mind set เหมือนกับเรา นึกว่าตัวเองแปลกซะอีกที่มีความคิดและเรื่องราวแบบนี้อยู่คนเดียว เหนื่อยหน่อยนะคะช่วงนี้ ผ่านมันไปด้วยกันนะ :)
Reply
prroprroprro_
14 days ago
ขอบคุณสำหรับกำลังใจแล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจเหมือนกันค่าที่เจอคนคิดเหมือนเรา :))
JP52Hz
14 days ago
เหมือนตัวเราเวอร์ชั่นโคลนเลย ทุกบรรทัดนี่ตัวเราหมดเลย
Reply
prroprroprro_
14 days ago
แสดงว่ากำลังเจอเรื่องเหมือนกันใช่มั้ยคะ สู้ๆน้า ผ่านไปด้วยกันค่า :))
callyoumylovee
13 days ago
คุณเก่งมากเลยนะ​ สักวันเราก็อยากจะเก่งเหมือนคุณ​ แต่ตอนนี้เหมือนจะอ่อนแอเกินไป
Reply
prroprroprro_
13 days ago
เราไม่ได้เก่งหรอกค่า ตอนนี้ก็ยังมีบางเวลาที่คิดถึงเค้าอยู่ แต่เราดึงตัวเองกลับมาได้ค่ะ สู้ๆนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะคะ
Dream_come_true
5 days ago
กอดนะ เราก็อยู่ในช่วงที่สับสนและต้องการความชัดเจนในความสัมพันธ์เหมือนกัน แต่เรายังไม่กล้าพอที่จะถามเค้า เพราะเรายังไม่พร้อมถ้าต้องเสียเค้าไป
Reply