ความสำเร็จใกล้เข้ามาแล้ว
1.
มีใครบ้างไม่อยากประสบความสำเร็จยกมือขึ้น? ถามแบบนี้คงไม่มีใครอยากจะยกมือ ใคร ๆ ก็อยากประสบความสำเร็จทั้งนั้นเนอะ

แต่มีใครบ้างกล้าบอกตัวเองและคนอื่น ๆ ว่า “ฉันใกล้ประสบความสำเร็จแล้วนะ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรานี่ล่ะที่ไม่กล้า เพราะคิดว่าความสำเร็จมันสูงส่งเกินไปที่จะคู่ควรกับตัวเอง

2.
ช่วงเที่ยงของวันนี้ขณะที่เดินเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยวให้ลูกเพื่อเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวญี่ปุ่น(อีกแล้ว) ไม่คิดจะไปประเทศอื่นบ้างเลยรึ?

โรงงานผลิตกล่องก็ส่งรูปเข้ามาในไลน์ เป็นรูป
กล่องม๊อคอัพ (mockup) หรือกล่องจำลองที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ดูมิติของกล่อง ว่าขนาด รูปร่าง ตรงที่วางสเป็คไหม

3.
ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณต้นปีเราเริ่มลงมือทำงานฝีมือจริงจังเพื่อจะเปิดขาย มีการจ้างคนออกแบบโลโก้ด้วยนะ 555 ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เรียนจบโท จิตรกรรมภาพพิมพ์ ไม่ได้เกี่ยวกับการออกแบบแพ็คเกจจิ้งแต่อย่างใด 55

แต่น้องพอมีฝีมือทางด้านนี้อยู่ก็เลยให้ช่วยออกแบบโลโก้ให้ ตามมาด้วยแพ็คเกจจิ้งในที่สุดและตอนนี้แพ็คเกจก็ใกล้เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง

4.
นับจากวันเริ่มต้นที่อยากทำงานฝีมือขายจริงจัง เราไม่ได้คิดเลยว่าจะมาไกลได้ขนาดนี้ ตอนแรกแค่มีความคิดอยากทำเพราะใจรักด้านนี้มากพอคิดปุ๊บก็ทำปั๊บ เริ่มต้นออกแบบชิ้นงาน เริ่มทดลองทำแน่ล่ะตอนแรกงานไม่สวยเลย

อาศัยว่าทำบ่อย ๆ ทำทุกวันดูผลงานเมืองนอกทุกวันจนเอามาใช้กับงานตัวเองและค่อย ๆ ปรับเป็นสไตล์ของตัวเองได้ในที่สุด ผลงานเริ่มสวยเพื่อนเริ่มชอบและเริ่มสั่งซื้อ มีเจอเพื่อนเอ็ดตะโรด้วยตอนที่ส่งชิ้นงานไม่สวยตรงใจไปให้

ก็เอามาปรับปรุง ถามว่าจิตตกไหม? ช่วงนั้นก็มีใจแกว่งไปพอสมควรเกิดมาไม่เคยถูกลูกค้าตำหนิถึงจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะ ประเด็นคือเพื่อนเป็นคนเร็วสั่งอย่างเดียวแต่ไม่ได้อ่านว่าที่เราบอกไปไม่เหมือนกับที่อยากได้นะเพราะของหมด

มีแต่อันที่ใกล้เคียงแต่เพื่อนก็บอกเอาอันนี้แหละ พอได้งานไปไม่ตรงกับที่คิดไว้เลยเปิดฉากตำหนิมาเป็นชุด ต้องทำอันใหม่ส่งไปให้ตอนที่วัสดุมาครบพอดี

5.
คำตำหนิวันนั้นมันดีมากตรงที่ทำให้เราหันมามองเห็นความบกพร่องของชิ้นงานและปรับปรุงใหม่ จนได้งานที่สวยมากขึ้นจนเดี๋ยวนี้ไม่เคยได้รับคำตำหนิอีกเลย ค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย

เอาล่ะกลับมาที่ตัวกล่องอีกครั้ง ทางโรงงานบอกว่าพรุ่งนี้จะส่งม๊อคอัพมาให้ดูมิติกล่องว่าผ่านไหม ถ้าผ่านแล้วก็จะใช้เวลาผลิตกล่องจริงประมาณ 2 อาทิตย์ก็จะจัดส่งให้

ตอนนี้เราต้องเร่งมือผลิตสินค้าออกมาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อเป็นสต๊อก จากนั้นเมื่อของพร้อมก็เปิดตัวขายได้ เพราะสินค้าเป็นงานแฮนด์เมดต้องใช้เวลากว่าจะได้สต๊อกที่มากพอ

6.
ทำไมถึงกล้าบอกว่าใกล้สำเร็จแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เปิดตัวขายอย่างจริงจัง? มั่นใจได้อย่างไรว่ายอดขายจะปัง? ถ้าของขายไม่ได้เลยล่ะจะทำอย่างไร?

โอ้ย ทำไมจะไม่คิดดดดดก่อนหน้านี้สองวันยังปอดแหกอยู่เลย 55 ถึงขั้นไปถามเพื่อนว่าฉันจะทำได้ไหมวะ 555หลังจากที่ความคิดตกตะกอน ไม่สิความปอดแหกตกตะกอน

มันเลยทำให้คิดได้ว่า ถ้าขายไม่ได้ขายไม่ออก หรือขายได้กระปริบกระปรอย เงียบ แป๊ก Whatever!! ช่างมัน! มันแค่เริ่มต้น มันคือความท้าทาย มันคือการต้องตีโจทย์ให้ออกว่าทำไมถึงทำไม่ได้เพราะอะไร?

ไม่มีใครเริ่มต้นแล้วจะประสบความสำเร็จทันทีหรอกนา กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใดก็ฉันนั้น


แค่ยังไม่สำเร็จ ไม่ได้แปลว่าไม่สำเร็จ

เราจะไม่ล้มเหลว ถ้าเราไม่ล้มเลิก

ถ้าเจอทางที่ไม่สำเร็จ 1 ทาง ก็จะเรียนรู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ควรเดิน จะได้หาหนทางใหม่ ๆ ไปต่อให้ถึงปลายทางแค่นั้นเอง

เราจะต้องบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเราทำสำเร็จแน่นอน เราคู่ควรกับความสำเร็จมากพอ เราเชื่อว่ามันต้องสำเร็จ 

สบายมาก ยังไงก็ต้องสำเร็จไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ^^



SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments