—timeless

                       นี่คงเป็นความฝัน                            เหมือนกับความทรงจำที่มีคุณอยู่ตรงหน้า 


นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กลับมาที่นี้
ทุกอย่างเปลี่ยนไปมากจากความทรงจำ
อาจเป็นผมเองที่ไม่เคยตั้งใจมอง

พอรู้ตัวอีกที
ทุกอย่างก็ไม่เหลือเค้าโครงของวันวานแล้ว





  ปลายดินสอขีดเขียนลงบนหน้ากระดาษ ถ่ายทอดความรู้สึกที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ สีเข้มของไส้ดินสอราวกับคราบน้ำตาบนหัวใจของผม และเสียงเสียดสีของมันเป็นดั่งเสียงร่ำร้องอันเงียบงันของผม

  ในขณะที่ตัวผมนั้นได้แต่จ้องมองไปข้างหน้าด้วยแววตานิ่งสงบ

  มองไปยังภาพของปัจจุบันที่ปิดทับลงบนความทรงจำแห่งวันวาน แทนที่สีน้ำตาลอันแสนอบอุ่นด้วยภาพถ่ายสีสดใสที่เฉยชาและไร้ชีวิตชีวา




วัยเยาว์ของผมล้วนเต็มไปด้วยความหมาย
เต็มไปด้วยความคาดหวังแห่งนิรันดร์ของความรัก
คาดหวังถึงความไม่เปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์

แต่ในขณะที่เข็มของนาฬิกาเวียนผ่านไป 
และวนกลับมา ผมก็ได้รับรู้ว่า มันไม่เคยกลับมาที่เดิม




  แววตาของผมนิ่งสงบราวกับความเรียบของหน้ากระดาษ แต่หัวใจของผมกลับสั่นไหวเหมือนเส้นยึกยือของลายมือที่ไม่มั่นคงของ

  ตลอดมาผมกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป กลัวว่าวันหนึ่งสิ่งที่เคยรู้จักและมั่นใจจะแปรเปลี่ยน กลัวที่จะต้องตื่นมาพบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงท่วงทำนองของวันก่อนหน้า

  คงเพราะแบบนั้น ผมจึงไม่เคยผ่านมันไปได้เสียที


ช่างแปลกเหลือเกิน
แม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว
หัวใจขอผมก็ยังคงหวนกลับไปในวันนั้น


แม้ใครหลายคนจะบอกว่า เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง
แต่สำหรับผม มันมักกลับกันเสมอ
เวลาไม่เคยเยียวยาสิ่งใด เวลาไม่เคยรักษาบาดแผลใด

เวลามีแต่จะทำให้เรื่องราวเข้มชัดขึ้นเท่านั้น
ทำให้เรารู้ว่าสูญเสียอะไรไปมากแค่ไหน
และเวลา ทำให้รู้ว่า
เรากลับไปทวงมันคืนไม่ได้อีกแล้ว


เมื่อผมหลับตาลง
ทันใดนั้นความทรงจำก็พาพวกเรากลับไปอีกครั้ง


เมื่อคืนก่อน ผมฝัน
ในความฝัน ผมคิดว่าผมได้พบคุณ
อีกครั้ง
ในสถานที่อันคุ้นเคย
อีกครั้ง
คุณเอ่ยคำที่ติดแน่นอยู่ในความทรงจำของผม
และอีกครั้ง





  ปลายดินสอของผมชะงักไปเล็กน้อย แววตาสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่สั่นสะเทือน มือของผมสั่นแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ดินสอกับร่วงหล่นผ่านร่องนิ้วราวกับเศษฝุ่น

  ผมหลับตา ข่มเสียงเต้นของหัวใจที่ดังขึ้นมาจนหูอื้อ แล้วก้มเก็บเจ้าแท่งไม้บนพื้น
  เสียงขยับของกล้ามเนื้อหัวใจยังคงดังอยู่ แต่ผมกลับรู้สึกชินชากับจังหวะนั้น จังหวะบีบรัดที่เจ็บปวดจนอยากหลั่งน้ำตา เจ็บราวกับมีส่วนใดแตกร้าวอยู่ภายใน

  น่าเศร้าที่ผมรู้สึกชินกับมันเสียแล้ว



มีหลายสิ่งที่ผมอยากบอกคุณ
มากเหลือเกิน


ผมตื่นจากควาทฝันที่เหมือนความจริงนั้น
แต่ผมกลับกลัวเกินจะเอ่ย
ใช่
ผมมันขี้ขลาด


ในโลกของผมที่ไม่มีคุณ
สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือการได้ฝันถึงคุณ


....

ขอโทษนะ

...
วันนี้ผมควรหยุดมันได้แล้ว
แต่ผมก็ไม่อาจหลบสายตาคุณได้


....

ขอโทษจริงๆ

...

ผมมองไปรอบๆและพยายามวิ่งหนี
แต่ผมก็ไม่สามารถทำได้


ผมบอกตัวเองอยู่เสมอ
ตอนนี้ต้องหยุดมันได้แล้วนะ
แต่ท้ายที่สุด ผมก็ทำไม่ได้
ผมไม่อยากปล่อยคุณไปจริงๆ



ขอโทษที่ผมไม่สามรถเอ่ยมันออกมาได้
ขอโทษที่ไม่เคยบอกให้รู้เลย
ขอโทษที่สุดท้ายแล้ว
วันนั้น
ผมก็ปล่อยคุณไป



ฝันร้ายนี้
ความทรงจำนี้


อีกครั้ง


แม้ว่ามันจะทำร้ายผม
แม้ว่ามันจะหมุนวนไปมา

....

ตอนนี้
ผมคิดว่า
ผมสามารถเอ่ยมันออกมาได้แล้วล่ะ



ผมจะกลับไปยังความฝันนี้
ที่ๆสามารถพบคุณได้



ผม


อย่างน้อยในวันนี้
แม้ไม่สามารถเป็นเหมือนเดิม
แต่ผมจะหยุดเวลา
และย้อนกลับไปยังความทรงจำนั้น



รักคุณนะ



ผมเฝ้าใฝ่ฝันถึงคำพูดของคุณ
“มาเริ่มกันใหม่นะ”

....

รักเสมอมา



ในท้ายที่สุด ถ้าคุณพูดสิ่งนั้นกับผม
ผมจะอยู่ในความฝันนี้เสมอ



และตลอดไป

....

และไม่ขอตื่นขึ้นมาอีกเลย





SHARE
Written in this book
When The Sky Can Sing.
แด่ บทเพลงหนึ่งที่ติดอยู่ในใจตลอดมาและเสมอไป เด็กชายบนดวงจันทร์. เขียน
Writer
Thantophobia
shadow
(n.) the phobia of losing someone you love.

Comments

NotSet
16 days ago
อ่านเสร็จทำเอานึกถึงคนๆนั้นอีกครั้งเลยครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ🤝
Reply
burgermua
15 days ago
totally hurts from the bottom of my heart เลยคับคุน ㅜㅡㅜ
Reply
B_______
14 days ago
ทำไมอ่านเสร็จแล้วต้องคิดถึงคนๆนึง ที่ทำผมเสียใจ
Reply
nxrsq
12 days ago
อ่านแล้วคิดถึงเธอคนนั้นเลยค่ะ :-)​
Reply