UNDER THE BIG TREE
เด็กหนุ่มสองคนชวนกันมาที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งคู่ชอบมาวิ่งเล่นด้วยกันสมัยเด็กๆ

เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าก็เอ่ยถามเพื่อนของเขาขึ้นมา ขณะที่มองหน้าเพื่อนของเขาที่เอาแต่จับจ้องไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นอยู่นั้น ในมือของเขามีขวดโหลแก้วใบใหญ่มาด้วย เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเอามันมาด้วยทำไม

วันนี้เราจะมาเล่นอะไรกันที่นี่ เกี่ยวกับที่นายถือขวดโหลมาด้วยหรือเปล่า

เด็กหนุ่มที่ถือขวดโหลแก้วหันมามองอีกฝ่าย พลางส่งยิ้มให้ เขาสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด พลางหลับตาสักประเดี๋ยว ก่อนจะตอบว่า

วันนี้เราไม่ได้มาเล่นอะไรกันที่นี่หรอก

แล้วเราจะมาทำอะไรละ

เขาได้ยินอย่างนั้น ก็จึงเอ่ยถามทันควัน

เห็นขวดโหลแก้วที่ฉันเอามาด้วยไหม

เด็กหนุ่มพยักหน้า

อือ เห็นสิ เห็นตั้งแต่ที่นายเอามันมาด้วยแล้ว เกี่ยวกันอย่างไร

เกี่ยวสิ

เด็กหนุ่มรอคำตอบ

ก็เพราะเราจะมาแข่งกันใส่ข้อความอะไรก็ตามลงไปในนี้

ยังไงกัน

เด็กหนุ่มเอ่ยถามทันที เขาก็ยังไม่เข้าใจสิ่งนี้อยู่ดี

อีกฝ่ายก็อธิบายให้เด็กหนุ่มฟัง

เราจะเอาข้อความในกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่เราจะพับปกปิดข้อความที่เขียนอยู่ข้างในนั้นไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเราเขียนข้อความอะไรอยู่ในกระดาษโน้ตทุกๆ แผ่น

แล้วจะเขียนอะไรลงไปละ

เด็กหนุ่มขัดทันควัน

อะไรก็ได้มั้ง อย่างเช่นความรู้สึกของเราที่มีต่ออะไร หรือใคร หรืออีกฝ่าย ประมาณว่าเรามีความรู้สึกอย่างไรต่อกันที่ไม่เคยกล้าที่จะบอก อะไรประมาณนี้แหละ

เอาอย่างนั้นจริงๆ หรอ

จริงสิ

แล้วยังไงต่อละ

หากใครคนใดคนหนึ่งในเราสองคน มาเปิดอ่านข้อความทั้งหมดก่อน คนนั้นก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

แล้วจะรู้ได้อย่างว่าใครจะชนะหรือแพ้

ไม่รู้สิ แต่เอาเป็นว่าทุกๆ การมาใส่ข้อความในกระดาษโน้ตลงขวดโหลใบนี้ เราจะมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

แล้วนายจะเอาโหลแก้วนี้ไว้ไหนละ

เด็กหนุ่มมองไปรอบๆ ที่ก็ไม่เข้าใจอะไรเลยทั้งนั้น

เห็นตรงใต้ต้นไม้ใหญ่นั่นไหมละ

อือ --- เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับ --- เห็นสิ มันทำไมละ

ฉันจะฝังขวดโหลแก้วไว้ในดินใต้ต้นไม้ใหญ่ จะไม่ลึกมาก พอให้เราสามารถขุดจนเจอมัน และเอามันออกมาได้ ใส่ข้อความในกระดาษโน้ตลงไปในนั้นทุกๆ วัน แล้วก็ฝังกลับลงไปเหมือนเดิม

จะมีใครมาเห็นมันไหมละ

ไม่หรอก เราจะรู้กันแค่สองคนเท่านั้น

เราจะทำไปเพื่ออะไรกัน

ฉันก็ไม่รู้สิ

เด็กหนุ่มเงียบไปสักพักหนึ่ง เด็กหนุ่มอีกคนก็นิ่งรอให้อีกฝ่ายช่วยขยายความใดๆ ให้เข้าใจได้บ้าง

ฉันกลัวว่าวันหนึ่งจะทำใครคนหนึ่งที่สำคัญหล่นหายไปจากความทรงจำของฉัน

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วใส่ เขาก็ยังไม่เข้าใจกับทั้งหมดที่อีกฝ่ายพูดออกมาอยู่ดี ว่ามันหมายความว่าอย่างไร และหมายความถึงใครกันแน่

นายจะกลัวจะลืมใครหรือเปล่า

เด็กหนุ่มที่ได้ยินคำถามนั้น ก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมายากที่จะตอบ เขาจึงเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจในเวลานี้ในการเดินตรงไปยังใต้ต้นใหญ่ต้นนั้นด้วยกัน

เมื่อมาถึงที่ตรงบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่แล้ว เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าก็มองที่พื้นดินสีดำอย่างฉงนว่าจะทำอย่างไรให้เกิดเป็นหลุมทั้งที่ไม่มีอุปกรณ์ขุดติดตัวมาด้วย

แล้วเราจะใช้อะไรขุดหลุมละทีนี้

เด็กหนุ่มที่ได้ยินคำถามจากเพื่อนก็ล้วงเอาพลั่วทำสวนที่เสียบไว้ข้างเอวออกมา นั่งลงชันเข่า แล้วใช้มันเจาะลงที่พื้นตรงนั้นทันที

เด็กหนุ่มเจาะจนได้เป็นหลุมขนาดที่สามารถฝังกลบขวดโหลแก้วลงไปได้ที่ไม่ลึกมาก เมื่อตระหนักว่าจะเอามันกลับขึ้นมาอีกครั้ง

เด็กหนุ่มเอาขวดโหลแก้วหย่อนลงไปในหลุมที่ถูกขุดไว้ แล้วก็ใช้ดินที่ถูกขุดขึ้นมากองบริเวณรอบๆ ฝังกลบมัน

เด็กหนุ่มลุกขึ้นปัดเอาดินที่เลอะมือออก

เด็กหนุ่มที่ยืนมองทุกการกระทำของอีกฝ่ายเอ่ยถามทันที

แล้วเราจะเริ่มเอาข้อความในกระดาษโน้ตมาใส่ในนี้เมื่อไรละ

เด็กหนุ่มผู้ริเริ่มทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า

เป็นวันพรุ่งนี้ เวลานี้แล้วกันนะ

อือ ตกลง

เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่ามองหน้าเพื่อน เขาเองก็มีความในใจที่อยากจะบอกกับอีกฝ่ายให้ได้รู้เหลือเกิน มันเต็มตื้นอยู่ในใจของเขามานานมากแล้ว กาลครั้งหนึ่งที่เขาพยายามจะเข้าใจจนกระทั่งรู้ว่าหัวใจตัวเองคิดอย่างไรกับเพื่อนของเขาคนนี้

ต้องมาใส่พร้อมกันเลยใช่ไหม

ใช่สิ ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีคนโกงไงละ

ถ้ามาถึงก่อนก็ต้องยืนอยู่ห่างจากต้นไม้ เด็กหนุ่มหันกลับไปยังจุดที่เคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ เอาเป็นว่าตรงนั้นแล้วกัน เราจะยืนรอกันตรงนั้น ห้ามเข้ามาใกล้บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงนี้ก่อนอีกฝ่ายจะมาถึงเด็ดขาด

อย่างนั้นแหละ ถูกต้อง รอจนกระทั่งจะมาครบทั้งสองคน

ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้

แล้วเด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าก็ตะหนักได้อย่างหนึ่ง จึงเอ่ยถาม

แล้วเราจะทำอย่างนี้กันนานแค่ไหนละ เอาความในใจใส่ในกระดาษโน้ตแล้วเอามาใส่ไว้ในขวดโหลแบบนี้

ไม่รู้สิ จนกว่ากระดาษโน้ตจะเต็มขวดโหลจนฝาปิดไม่ได้กระมัง


ว่าแล้วเด็กหนุ่มผู้ริเริ่มก็ตั้งมั่นว่าเขาจะผ่านช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ไปให้จงได้ เขาตื่นเช้าขึ้นมาในหัวของเขาโล่งว่างเปล่า เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้เขาเป็นอย่างนี้ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่หายไปในเช้าวันนี้ เขาไม่สามารถระลึกถึงบางสิ่งนั้นได้ แต่รู้ว่ามีบางอย่างที่สำคัญที่สุดที่เขาควรจะจดจำได้ ควรจะไม่ลืมเลือนมันไป

เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นจากที่นอน เขายืนได้อย่างไม่มั่นคงนัก โลกทั้งใบแกว่งไกวโอนเอนไปมาทำให้เขายืนโซเซ หัวปวดจี๊ดๆ เหมือนมีของแหลมมาจิ้มจี้สมองของเขาตลอดเวลา

เด็กหนุ่มทรุดลงนั่งกับพื้น ยิ่งเขาเค้นหาคำตอบให้ได้ว่าสิ่งใดได้หายไปในเช้าวันนี้ ก็ยิ่งทำร้ายตัวเองเท่านั้น อาการปวดหัวรุนแรงจนมีน้ำตาไหลพราก ทว่า ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ จวนเจียนจะระเบิดได้เลย

แม่ของเขาเข้ามาเห็นเขาในสภาพทุกข์ทรมาน น้ำตาพราวเกาะอยู่ในเบ้าตา มองเห็นใบหน้าผู้หญิงได้เพียงเลือนราง

พ่อจ้า ลูกเป็นแบบนี้อีกแล้ว

ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งกุลีกุจอเอายาบรรเทามายัดใส่มือของเธอ ขณะที่ช่วยประคับประคองพลางปลอบประโลมความเจ็บปวดทรมานของเขา แต่ไม่มีอะไรที่ผ่านพ้นไปได้โดยง่ายสำหรับเด็กหนุ่มคนนี้

เด็กหนุ่มถูกกรอกยาใส่ปาก ตามด้วยน้ำที่พยายามกลืนลงไปหลายอึกจนสำลัก ผู้ชายคนนั้นก็อุ้มร่างของเขาไปนอนลงบนเตียง น้ำตาค่อยๆ หยุดไหล

ลูกเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ พ่อ เราจะต้องทำอะไรสักอย่าง จะรอหมอของเขาตรวจดูอาการต่อไปก็ไม่ไหว ฉันอยากจะให้มีสักวิถีทางที่จะรักษาเขาให้หาย ฉันเจ็บปวดแทนลูกของเราเหลือเกิน

ผมก็ไม่ต่างกัน

ผ --- ผมอยากไปที่โต๊ะทำการบ้านครับ

เด็กหนุ่มเค้นเสียงพูดออกมาเท่าที่จะข่มเสียงสั่นเครือของความทรมานที่ยังไม่จางหายไปจากความรู้สึกในจิตใจได้

ลูกจะไปตรงนั้นทำไมละจ๊ะ

ความรู้สึกที่เหมือนกับคลื่นในทะเลอันโกลาหลทำให้หัวสมองของเขาในเรื่องการจดจำของเขาปั่นป่วน บางอย่างที่เกือบจะจดจำได้ก็เลือนรางเหมือนมีหมอกหนาๆ มาบดบังมันไว้ บางอย่างก็เหมือนจะถูกความมืดอนธการบดบังไปเสียหมด พยายามจะเข้าไปค้นหาก็พบเพียงความมืดมิดเท่านั้น ที่ให้ความรู้สึกว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่ที่ตรงนั้นเลยสักอย่าง

เด็กหนุ่มไม่รอคำอนุญาตหรือรอให้ใครในที่นี้ช่วยพยุงเขาไปตรงนั้น เขากวาดมือไปรอบโต๊ะทำการบ้าน จับจ้องไปที่ใครสักคนในรูปถ่ายตั้งแต่สมัยม.1 ที่ยืนอยู่ข้างเขา เอามือพาดหลังคอของเขาไว้ ทั้งสองคนดูสนิทสนมราวกับเพื่อนซี้กัน

มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ สีฟ้าครามแปะไว้ และมีลูกศรชี้ลงมาที่รูปถ่ายตรงเด็กชายที่ยืนโอบคอของเขาแน่น ทั้งคู่ยิ้มให้กับกล้องถ่ายภาพ

คนที่ฉันจะไม่มีวันลืม
 
บันทัดต่อไป

ชื่อของเด็กหนุ่มคนนี้

แล้วอย่างไรต่อละ มีความหมายอย่างไรกับเขา

เขากำลังค้นหาคำตอบในหัวสมองที่ไม่คำตอบนั้นให้ไขว่คว้าเอามา

บางอย่างที่สำคัญที่หล่นหายไป

พรุ่งนี้ที่ต้นไม้ใหญ่ ฉันจะต้องไปที่นั่น ไปตามที่นัดกับไว้กับเขาทุกๆ วัน เวลาตามกำหนดนี้ --- ต้องมีกระดาษโน้ตที่เขียนข้อคความที่สำคัญมากๆ ลงไป แต่จะต้องห้ามให้อีกฝ่ายเห็นมันเด็ดขาด มันเป็นกฎกติกาของฉัน
 
ทำไมเขาถึงต้องพยายามตั้งกฎกติกางี่เง่าไม่มีเหตุผลนั่นด้วยนะ ทำไมกัน

เขาจดลงไว้ในกระดาษโน้ตสีฟ้า

เขาทำแบบนี้ไว้จะได้ไม่ลืมในสิ่งที่ควรทำ

เขาเริ่มจดปลายปากกาลงในกระดาษโน้ตสีฟ้าทันที

ชื่อของคนที่เขาจะไม่มีวันลืม

ฉันจะต้องไม่ลืมนาย ไม่มีทางแน่นอน!
 
ทุกๆ วัน เขาจะลุกขึ้นมาเขียนข้อความนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงในกระดาษโน้ตแผ่นสีฟ้า ไปตามทางที่ไปอยู่ทุกๆ วันอย่างเลือนรางในหัว (บ้างบางครั้ง) บางอย่างก็ให้ความรู้สึกที่แจ่มชัดในหัวสมอง เมื่อพบหน้าอีกฝ่าย บางครั้งก็จดจำเขาไม่ได้ พยายามเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึก และนึกถึงภาพถ่ายภาพนั้น นึกถึงข้อความในกระดาษโน้ตแผ่นนั้น บางครั้งก็จดจำเขาได้เลือนรางไม่นานก็จำได้ว่าเขาคือใคร เหมือนเขาเดินฝ่าม่านหมอกขมุกขมัวออกมาหาฉันจนเจอ


เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำการบ้าน มุมตรงนั้นติดกับหน้าต่างบ้านสองชั้น บานหน้าต่างถูกเปิดออกกว้างจนติดกับผนังบ้าน เผยให้เห็นท้องฟ้ายามหน้าร้อนอันสดใสของช่วงเวลาปิดภาคเรียนใหญ่ หลังจากที่เรียนจบม.3 มาหมาดๆ

เขาเขียนความรู้สึกภายในใจลงในแผ่นกระดาษสีขาวว่า

ฉันรักนายมากเลย รู้ไหม

อะไรทำนองนี้เป็นประจำทุกๆ วัน

ฉันอยากจะบอกกับนายแบบนี้มาตลอดนะ รู้ไหม ว่าฉันมีใจให้นาย


แล้วกระดาษโน้ตใบสุดท้ายของเด็กหนุ่มผู้ริเริ่มข้อความในขวดโหลแก้วใต้ต้นไม้ใหญ่ก็ถูกหย่อนลงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส ทว่า แฝงความเจ็บปวดที่พยายามจะกลบซ่อนให้เรียบเนียนที่สุดในสายตาของคนที่เขาไม่สามารถจดจำเรื่องราวเกี่ยวกับอีกฝ่ายได้เลย

มีเพียงข้อความในกระดาษโน้ตที่ต้องจดจำว่าคนตรงหน้าของเขาคือใคร


เด็กหนุ่มเฝ้ารอเพื่อนผู้ริเริ่มจนเวลาล่วงเลยผ่านไปก็ไม่พบว่าอีกฝ่ายจะมาปรากฏตัว

เขาจึงเดินตรงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ในวันหยุดปิดภาคเรียนใหญ่ หลังสำเร็จการศึกษาชั้นม.4 ที่ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนแล้ว

เนื่องด้วยบ้านของพวกเขาทั้งสองคนอยู่กันคนละแวกที่ห่างไกลกันมาก และไม่ได้เป็นเส้นทางผ่าน ทำให้เด็กหนุ่มไม่ได้มีโอกาสไปค้นหาความจริงว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ได้มาตามที่นัดหมายกันไว้ก็ร่วมเดือนแล้ว

เด็กหนุ่มก็ยังเดินทางมาที่นี่เป็นประจำด้วยมอเตอร์ไซค์ของเขา ใช้พลั่วสำหรับทำสวนมาขุดหน้าดินที่ถูกขุดและฝังกลบกลับเหมือนเดิมไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ และก็หย่อนข้อความในกระดาษโน้ตทุกๆ วัน

ข้อความในกระดาษโน้ตได้กลายเป็นคำถามถึงอีกฝ่ายว่าเขาหายไปไหน คงจะไม่ได้คำตอบเป็นแน่ เพราะตามกฎกติกาที่ไม่มีเหตุผลทั้งยังงี่เง่าของเขาเป็นตัวต้นเหตุของการแข่งขันงี่เง่านี่


วันที่สำเร็จการศึกษาชั้นม.6 เขาได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง และพบว่ากระดาษโน้ตที่มีข้อความที่ถูกปกปิดไว้ถูกสะสมเป็นประจำทุกๆ วัน ก็ได้เต็มจนขวดโหลแก้วไม่สามารถจะใส่ลงไปเพิ่มเติมได้

การแข่งขันได้ยุติลงแล้ว หากเขาเปิดข้อความที่อยู่ในกระดาษโน้ตสีฟ้าเพียงลำพังจะผิดกฎกติกาไหม ทว่า ในความรู้สึกของเขาอยากจะเปิดอ่านมันไปพร้อมกับอีกฝ่ายที่ได้หายไปจากชีวิตของเขา

เด็กหนุ่มตัดสินใจว่าจะเอาขวดโหลแก้วออกมาจากหลุม และเอาไปเก็บไว้ในห้อง เขามีโอกาสที่จะได้เดินทางไปยังบ้านของเพื่อนของเขา

เมื่อเขามาถึงประตูหน้าบ้านที่ถูกปิดตาย มีป้ายประกาศขายต่อห้อยไว้ที่ประตูรั้วบ้าน

พลันความคิดที่ยังไม่ตกผลึกกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดฝันนี้ เสียงชายข้างบ้านก็กล่าวขึ้นกับเขา

ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้วละ ไอ้หนุ่ม

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละครับ

เด็กหนุ่มเอ่ยถามทันควัน ชายข้างบ้านมองเข้าไปในบ้านของเพื่อนของเขา

ลูกชายบ้านหลังนี้เกิดล้มป่วยหนักกะทันหัน ฉันไม่รู้หรอกไม่ต้องถามฉันหรอกหนา แต่น่าจะหนักถึงขั้นเดินทางไปกรุงเทพตั้งนานแล้ว นี่เอ็งไม่รู้หรอกหรือ นี่ก็ร่วมจะสองปีเต็มแล้วนะ

ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ใจหายวาบ ทำไมอีกฝ่ายถึงเป็นอะไรแล้วไม่ยอมบอกเขาเลย

เด็กหนุ่มเดินทางกลับบ้านอย่างหง๋อยเหงา อีกสามเดือนข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงเขาจะต้องเดินทางไปกรุงเทพ เพื่อไปศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับชั้นปริญญาตรีในมหาลัยที่กรุงเทพ


เด็กหนุ่มจะหอบหิ้วเอาขวดโหลแก้วที่ไม่เคยเอาข้อความในกระดาษโน้ตมาเปิดออกดูเลยสักใบไปด้วย

เขาวางมันไว้บนโต๊ะในห้องพักของหอพักใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ตั้งแต่เข้าพักที่นี่

จนวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะเดินทางไปเข้าเรียน เขาก็บังเอิญเจอเข้ากับคนที่รู้จักมานานมาก ในทีแรกก็ไม่มั่นใจ จนกระทั่งเข้าไปถามไถ่ให้ได้รู้ความ

คุณครับ

ชายหญิงเข้าใกล้วัยกลางคนหยุดกึกเมื่อถูกทัก พลางหันมาหาต้นเสียง

หนุ่มนี่หน้าคุ้นๆ อยู่นะ

อีกฝ่ายเงียบไปชั่วอึดใจ ขณะที่ใช้ความคิดค้นหาความทรงจำในหัว

อ่อ จำได้แล้ว เพื่อนลูกชายของเรานิ

ใช่ครับ ว่าแต่เขาเป็นอย่างไรบ้างครับ ผมได้รู้ว่ามาเขาป่วยหนักมาก

พอจะมีเวลามากับพวกเราไหมละ หนุ่ม

เวลานี้เด็กหนุ่มไม่สนใจว่าจะต้องเดินทางไปเข้าเรียนคาบนี้ให้ทันเวลาก่อนเช็คชื่ออีกต่อไป

ได้ครับ

เขาเดินทางไปพร้อมกับพ่อแม่ของเพื่อนของเขา ครั้นที่มาถึงหน้าบ้าน ผู้เป็นพ่อของเพื่อนก็ตะโกนเรียกชื่อของอีกฝ่าย อีกฝ่ายในชุดนักศึกษาก็ออกมาตอบรับทันที

พ่อพาใครมาด้วยน่ะครับ

เด็กหนุ่มคิดว่าถ้าหากเป็นเพื่อนซี้กัน เพียงได้เห็นกันแวบเดียวก็จะจำได้ไม่ผิด

พวกเราต้องบอกว่าเสียใจด้วยนะ พอดีว่าหลังจากที่เขาผ่าตัดแล้ว เขาจะไม่สามารถจดจำเรื่องราวบางอย่างในอดีตได้อีกเลย เป็นเพราะอุบัติเหตุที่เคยไปเที่ยวน้ำตกด้วยกันคราวนั้น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กหนุ่มก็ยากที่จะเชื่อ แต่ในเมื่อมันคือความจริง เขาก็ต้องทำใจยอมรับมัน

เขาไม่สามารถจดจำเรื่องราวของหนุ่มได้เลย แต่มีบางอย่างที่เขารู้สึกว่ามันขาดหายไปจากความทรงจำของเขา บางอย่างที่เขามีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เจอ


วันหนึ่งเด็กหนุ่มกลับมาพร้อมกับขวดโหลแก้วในวันหยุด วันนั้นเป็นวันที่เพื่อนของเขาอยู่บ้านเพียงลำพัง

ใครกันนะ

อีกฝ่ายพึมพำเป็นคำถามตอนที่เห็นเขา เขาได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนถูกคลื่นยักษ์แห่งความเศร้าสลดถาโถมเข้ามาหาอย่างแรง

ฉันพยายามจะจำให้ได้ ทำไมฉันถึงจำไม่ได้นะ

นายคือใครสักคน ใครสักคนที่ฉันจะไม่มีทางลืม

เด็กหนุ่มยื่นขวดโหลแก้วให้กับเพื่อนของเขา เขารับมันไปด้วยความฉงน

นายว่ามันมีคำตอบอยู่ในนี้อย่างนั้นหรอ

เด็กหนุ่มไม่รู้จะพูดอย่างไรออกไป ทั้งความเศร้าและน้ำตาจะทะลักออกมาเสียให้ได้อยู่รอมร่อ

ฉันขอเข้าไปข้างในบ้านนายได้ไหม

เออ --- อีกฝ่ายเลิ่กลั่กอย่างหวาดระแวง ก่อนจะตอบว่า ได้สิ

ในนี้มีอะไรกันน่ะ

เด็กหนุ่มเปิดฝาขวดโหลแก้วออก ยื่นกระดาษสีฟ้าให้กับอีกฝ่ายที่ยังถูกพับไว้ให้ อีกฝ่ายรับเอามันไปอย่างฉงนหนัก

เขาเปิดมันออกดู

ชื่อของใครกัน

ที่ฉันจะไม่มีทางลืม ฉันจำลายมือของฉันได้ไม่ผิดแน่

ของฉัน เขาบอกกับอีกฝ่ายในทันที

อีกฝ่ายจับจ้องมองที่หน้าเด็กหนุ่มแน่วแน่ ในเบ้าตามีน้ำตาเม็ดใสๆ เกาะพราว ใครบางคนที่เขาพยายามจะค้นหาให้เจอ ใครบางคนที่เขารู้สึกมาเสมอว่าไม่สมควรจะลืมได้ลง เพราะอะไรเขาถึงได้ลืม ลืมคนหนึ่งที่สำคัญไปจากชีวิต

เด็กหนุ่มยื่นกระดาษสีขาวให้อีกฝ่าย

อีกฝ่ายรับไปเปิดอ่าน

เด็กหนุ่มกระซิบข้างหูด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

ฉันรักนายนะ

น้ำตาไหลรินจากดวงตาทั้งสองข้างของทั้งคู่

ก่อนที่อีกฝ่ายจะโผเข้ากอดคอของเขา น้ำตาของเด็กหนุ่มก็ไหลรินออกมาจนได้ มันเป็นสายน้ำตาของความตื้นตันหัวใจ มีเสียงกระซิบถามที่ข้างหูของเด็กหนุ่มว่า

มันเริ่มต้นจากที่ไหนนะ

ใต้ต้นไม้ใหญ่ไงละ

ขอบคุณที่พาฉันไปเจอสิ่งที่หายไปจากชีวิตของฉันนะ

SHARE
Writer
iamtasmanian
Storyteller
เรื่องสั้นจากความรู้สึก

Comments