เหลือไว้เพียงแค่ "กองของธูปไฟ"
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรของชีวิต
เราต่างได้วัน "เกิด" เหมือนกันทุกคน
แต่ไม่ทุกคนที่ผ่าน "ความเจ็บ" และบางคนก็ไม่ทัน "แก่"
แต่ท้ายสุดแล้วก็ต้อง "ตาย" เหมือนกันทุกคนอยู่ดี
สักวันหนึ่ง...ก็ต้องถึงคิวเราอยู่ที่ว่าจะบุญหมด หรือ หมดกรรม..เสียที
ไม่มีใครกวักมือเรียกความตายให้มาหา
นอกจากคนที่สูญเสีย จนเสียศูนย์
ความตายไม่เคยนัดเราล่วงหน้ามันให้โอกาสมากสุดแค่ "เตรียมใจ"
สำหรับบางคน บางคู่ บางครอบครัว เท่านั้น

ถ้าวันนี้...แหงนหน้ามอง.....
ยังเห็นพ่อ ยังเห็นแม่ เป็นพระเหนือกระหม่อม
หันมองซ้าย ยังเห็นญาติพี่น้อง
หันมองขวา ยังเห็นครู ผู้มีพระคุณ
มองตรงหน้า ยังเห็นคนรัก ยังเห็นเราในแววตาของเขา
แม้เหลียวหลัง ยังเห็นเพื่อนพ้อง กัลยาณมิตร

นั่นหมายความว่า...
เราต้องปูพื้นถนนชีวิตด้วย "สติ"
แล้วก้าวย่างอย่าง "ไม่ประมาท"
ผ่านการกระทำด้วยคำว่า "เต็มที่"
หล่อหลอมก้อนเนื้อเท่ากำปั้นด้วย "ภูมิคุ้มกันใจ"
หมั่นสั่งการสมองด้วย "การอุทิศตน""เป็นคนสร้างประโยชน์"

ลองทำดูเสียบ้าง.....
ต่อให้วันนั้นหมดบุญ หรือสิ้นกรรม
อย่างน้อยความตาย มันก็ไม่ได้ทิ้งน้ำตา
และคำอำลาของคนข้างหลังเราไว้เพียงแค่ "กองของธูปไฟ"

,,นกบินหลา,,
ห้าทุ่มหนึ่งนาที 10 ม.ค.60
SHARE
Writer
Tabebuya
Writer
เมื่อใดที่คุณสามารถรับมือและตั้งหลักกับชีวิตได้ เมื่อนั้นคุณก็จะเห็นคุณค่าและรักตัวเองมากขึ้น การมีภูมิคุ้มกันใจที่เข้มแข็งสำหรับคุณ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Comments

My_dreams
7 months ago
ยังจำได้ว่าวันที่ควันจากปลายธูปลอยไปตามอากาศนั้น เวลาเหมือนเดินช้าที่สุด ช้าจนอยากทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บตลอดเวลา เพื่อลืมคิดไปว่าเวลาเดินไปถึงไหนแล้ว
Reply
Tabebuya
7 months ago
เราไม่มีวันเอาความทรงจำออกไปได้ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ ทว่าเวลาจะช่วยให้ความทรงจำของเราจางลงเท่านั้นเอง ^_^