สูตร 3M เพื่อชนะตลาดหุ้น
    เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินได้อ่านผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว กับสูตร 3M และเกิดความสงสัยว่ามันจะจริงหรอกับสัดส่วนที่เค้าบอก เพราะมันดูจะขัดกับความเชื่อเดิมๆ ที่เราทำกันอยู่ 3M คืออะไร 
3M คือ 
1.Method 10%
2.Money Management 30%
3.Mindset 60%
    เดิมทีเราจะให้ความสำคัญกับ Method วิธีการในการเข้าเทรด หรือ ระบบที่จะใช้ในการเข้าออกตลาด เป็นอันดับหนึ่ง ทำให้หลายคนพยายามออกตามหาสูตรสำเร็จวิธีการเทรดที่จะสามารถทำกำไรได้เยอะๆ เปรียบเหมือนตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีอยู่จริง ถึงแม้เราจะรู้แล้วว่าไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด แต่เราก็ไม่อยากเชื่อว่า Method มันจะมีความสำคัญแค่ 10% หรือ เป็นส่วนที่ให้ความสำคัญน้อยมากๆ สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของ Mindset ที่มีความสำคัญถึง 60% แต่เรื่องนี้กับถูกอธิบายเอาไว้แบบยากที่จะเข้าใจ และสามารถเข้าถึงได้ยาก จากที่ผมเคยอ่าน เค้าบอกว่า " Mindset คือ จิตใจที่นิ่ง และ มีทัศนคติที่ดีต่อตลาด สามารถควมคุมจิตใจ และ ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ไม่ Bias ไปในทิศทางที่เราอยากให้มันไป" บอกเลยว่ามันเป็นคำพูดที่ดูเท่มากๆ แต่ส่วนตัวผมมองว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มันสำคัญถึง 60% เพราะจิตใจคนเราจะนิ่งและไม่มี Bias ในการตัดสินใจ จะต้องเป็นคนที่อยู่รอดทำกำไรในตลาดมาได้ระยะนึงแล้ว ผมจึงมองว่าความหมายของ Mindset ที่พวก กูรู ชอบเอามาพูดกันยังไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง เนื่องจากมันเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุด และ จะต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกในการเทรด และ การลงทุน มีคนเคยถามผมว่าผมรู้ได้อย่างไรว่า Method วิธีการเทรด มีความสำคัญแค่ 10% ทั้งๆที่มันควรจะเป็นหัวใจหลักเลยด้วยซ้ำ ซึ่งต่อไปผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมลำดับความสำคัญมันถึงเป็นแบบนี้ เริ่มจากส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดของการเทรดก่อนนั่นคือ
Mindset 60%    พอพูดถึงเรื่องของการลงทุน หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่ามันมีความเสี่ยงเป็นของคู่กัน ดังนั้นความหมายของคำว่า Mindset ที่ดีก็คงจะเป็นแนวคิดในการจัดการกับความเสี่ยงนั้น ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้น เวลาที่เราลงทุนในหุ้นเราก็หวังว่าหุ้นที่เราจะซื้อเนี่ยมันจะต้องขึ้น แต่คำถามก็คือเรามีวิธีจัดการกับมันอย่างไรเมื่อมันลง เพราะการที่หุ้นตกลงเป็นความเสี่ยงที่เราจะได้รับจากการลงทุนครั้งนี้ และเรามีวิธีคิดที่จะจัดการกับมันอย่างไร จะเห็นได้ว่า Mindset ตรงนี้จะเป็นตัวกำหนด Money Management และ กำหนด Method ของเราด้วย บางคนบอกว่าฉันก็มีความคิดตรงนี้แล้วคือถ้าราคลงมาก็ Stoploss ขาดทุนไป ยอมเสียเงินน้อยเพื่อรักษาส่วนมาก หรือบางคนก็ใช้วิธีการซื้อถัวเฉลี่ย หรือวิธีอะไรต่างๆอีกมากมายแล้ว ก็ยังไม่สามารถอยู่รอดและทำกำไรได้อยู่ดี คำว่า Mindset ที่ดีคือวิธีคิดในการจัดการความเสี่ยง ถ้าเรายังทำไม่ได้ทำแล้วยังขาดทุนอยู่ แสดงว่าเรายังมองได้ไม่คลอบคลุมทุกความเสี่ยง ถ้าเรามองได้อย่างคลอบคลุมแล้วจิตใจของเราก็จะนิ่งสงบ การขึ้นลงของตลาดจะไม่มีผลต่อจิตใจของเรา แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้แต่กับการลงทุนในหุ้นเท่านั้น แต่การลงทุนแบบอื่นก็ใช้วิธีคิดนี้เป็นหลักเช่นกัน ยกตัวอย่างเราอยากลงทุนในห้องเช่าสักหลัง ความเสี่ยงที่สุดของการทำห้องเช่าก็คือ การไม่มีผู้เช่าซึ่งจะทำให้เราต้องขาดรายได้ และอาจต้องเสียดอกเบี้ยเงินกู้ หากเรากู้เงินจากธนาคารมาซื้อ ถ้าเรามีวิธีคิดตรงนี้ก่อนความเสี่ยงของเราจะลดลงไปมาก เพราะว่าเราจะไม่ลงทุนเกินความเสี่ยงที่เรารับได้อย่างแน่นอน เราจะคิดเสมอว่าเหรียญนั้นมีสองด้าน แต่ไม่ต้องกลัวถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด เราก็มีแผนรับมือไว้อยู่แล้ว ทำให้จิตใจเราสงบไม่ว่าจะต้องเจอสถานการณ์แบบไหนก็ตาม นี่คือความหมายของ Mindset ที่ดีและถูกต้องครับMoney Management 30%
    ถ้าเปรียบ Mindset เป็นวิธีคิด 
Money Management ก็เป็นดั่งการลงมือทำ ให้ความคิดนั้นสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ การบริหารจัดการเงินมีความสำคัญอย่างไร ทำไมถึงให้ความสำคัญเป็นอันดับที่ 2 ถ้าจะเล่าให้เห็นภาพว่าทำไมเราจะต้องบริหารจัดการเงินให้ชัดเจน แบ่งสัดส่วนว่าเงินกองนี้ทำหน้าที่อะไร ผมจะยกตัวอย่างเป็นธุรกิจของคนที่ผมรู้จักคนนึงที่พัทยา เค้าทำธุรกิจบ่อกุ้ง ไปรับกุ้งมาปล่อยในบ่อแล้วให้คนมาตกกุ้งในบ่อได้ เหมาเป็นชั่วโมงได้กี่ตัวก็เอาไป ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีกำไรอย่างมาก อาจเป็นเพราะว่าทำเลดีมีคนเข้าไปอุดหนุนตลอด แต่สุดท้ายธุรกิจนี้ก็ดูเหมือนจะไปไม่รอด เป็นผลมาจากขาดการบริหารจัดการเงินที่ถูกต้อง เงินได้เท่าไหร่เอามาใช้หมดเพราะเห็นว่าได้เยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีต้นทุนที่ต้องจัดการก่อน ค่าเช่าที่ ค่าลูกน้อง ค่ากุ้งที่ต้องไปรับมา พอไม่มีการจัดการเรื่องเงินที่ดีร้านก็ดูเหมือนจะไปไม่รอด ทั้งที่จริงแล้วก็มีกำไร เป็นเพราะเจ้าของร้านใช้จ่ายเกินตัวจึงทำให้เกิดปัญหา ที่นี้วกกับมาเรื่องการเทรดบ้าง ทำไมการบริหารเงินจึงมีความสำคัญกับการเทรด เช่นเดียวกันกับการทำธุรกิจ ต่อให้ระบบเทรดของเราดีแค่ไหน มี win rate ถึง 60% ถ้าเราไม่รู้ว่าจะเทรดเท่าไหร่ดี มากหรือน้อยดี ถ้าใส่เงินเยอะเกินไปเวลาเจอ Drawdown ต่อเนื่องก็จะทำให้มีปัญหาได้ ใส่น้อยไปพอร์ตก็อาจจะไม่โตหรือโตช้าไปอีก แต่ผมแนะนำใส่น้อยดีกว่านะ เรียนรู้ไปก่อน
Method 10%
    ในที่สุดก็มาถึงเรื่องที่ทุกคนรอคอย Method หรือวิธีการเทรด วิธีการลงทุน ทำไมถึงให้ความสำคัญน้อยที่สุด เพราะว่าวิธีการที่จะทำให้ได้มาซึ่งกำไรนั้นมันไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ไม่มีอะไรตายตัว สามารถเลือกใช้วิธีอะไรก็ได้ที่เราคิดว่าเหมาะกับเรา เปรียบเหมือนการลงทุนทำธุรกิจ เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนมา ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจเดียวกัน เราอาจจะทำห้องเช่า บางคนทำงานเงินเดือน ขายของออนไลน์ สารพัดวิธี มันจึงถูกให้ความสำคัญน้อยที่สุด ต่างจากเรื่องของ Mindset และ การบริหารเงิน ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตามแต่ แนวคิดนี้ก็ต้องมีเหมือนกัน เทรด Method ต่างกันได้ แต่ต้องมีเรื่อง Mindset และ การบริหารเงินเหมือนกัน หรือคล้ายกัน เมื่อมันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีเหมือนกัน มันเลยถูกให้ความสำคัญเยอะ Method ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ ความสำคัญของมันก็เลยน้อยที่สุด เพราะสามารถเลือกได้ตามความถนัดของแต่ละคนเลย

    บทความทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง ผิดถูกยังไงต้องขออภัย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย ขอบคุณครับ
SHARE

Comments