Am ersten Tag
          เอาล่ะ หลังจากวันแรกที่ไปถึงบ้านโฮสต์ เค้าก็บอกข่าวดี(หรือร้าย?)กับเรา ว่าตลอดเวลา 4 สัปดาห์ที่เราอยู่ที่นี่นะ เค้าจะอยู่บ้านแค่สัปดาห์แรก หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ที่เหลือ เราต้องอยู่คนเดียว ตอนฟังก็งงว่าได้หรอวะ55555 คือเราอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่น เค้าจะอยู่ได้ใช่มั้ย ถึงเราพอสื่อสารได้ ก็ยังกังวลอยู่ดี ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแล้วจะมีใครช่วยมั้ย ตอนแรกก็เสียใจที่จะได้อยู่คนเดียว อยู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เราก็อยากอยู่คนเดียวนี่หว่า โอเค ดีใจก็ได้

          พอพูดเรื่องนี้ก็นึกถึงที่คุยกับโฮสต์ตอนแรกว่าแถวบ้านมันปลอดภัยใช่มั้ย เพราะเท่าที่เราเห็นทีแรก แถวบ้านคือไม่ค่อยมีคนเดินเลย แล้วบ้านอยู่กลางซอยจากถนนใหญ่ ตรงข้ามบ้านเป็นเหมือนสวนสาธารณะ ที่ดูไม่น่ารื่นรม เหมือนมีหญ้าเอาไว้ให้หมาขี้มากกว่าให้คนมาพักผ่อน เค้าก็บอกว่ามันปลอดภัย เค้ากลับตี 3 ก็ไม่เห็นมีอะไร ขนาด(ดู)เป็นคนต่างชาติ จะมีก็แต่ปล้นรถ แต่ปล้นคนน่ะ ไม่มี เอ้าาาาา เราควรสบายใจ ใช่มั้ย? 555555

          นั่งคุยกับโฮสต์ซักพัก เราก็ขอตัวไปนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเรียนเลย เราได้คลาสตอน 2 - 6 โมงเย็น ตอนแรกก็ดีใจว่าจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า แต่คิดไปคิดมา เราก็จะเสียเวลาวันนั้นไปเลยนี่หว่า ก็ไปบ่นกับโฮสต์อยู่แหละ ถ้าได้เรียนคลาสเช้า ตอนบ่ายเราก็ยังได้เที่ยว แต่ถ้าเรียนบ่ายนี่กว่าจะเลิกก็เย็นละ ถึงแม้จะมืดช้าก็เถอะ แต่ก็ไปเรียนก่อน ถึงเวลาค่อยว่ากัน รีบนอนก่อน พรุ่งนี้ต้องเจออะไรอีกเยอะ :)

          ตื่นมาตอนเช้า(ที่สายแล้ว) โฮสต์เตรียมกาแฟไว้ให้ ส่วนตัวเค้าออกไปทำงานก่อน เราก็รีบจัดการธุระตัวเองให้เรียบร้อย แล้วรีบออกจากบ้านเหมือนกัน จากบ้านต้องใช้เวลา(สำหรับเรา)เดินเกือบ 10 นาที แล้วไปสถานีรถไฟ ซึ่งต้องต่อรถอีก 2 ต่อ กว่าจะถึงสถานีที่ต้องลง และเดินไปที่เรียนอีกประมาณ 5 นาที รวมๆแล้วใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 30 นาที พอลงจากรถไฟก็มีเด็กต่างชาติที่เราดูออกว่าต้องเรียนที่เดียวกัน เราไม่ต้องเปิดกูเกิลแมปดูเลย เดินตามเค้าเอา ต้องใช่แน่ๆ ละก็ใช่จริงๆ 

          เดินเข้าไปมันจะเป็นลานตรงกลางละมีตึกสีเหลืองๆอิฐๆล้อมรอบ แต่ละตึกก็จะมีสถาบันหรือบริษัทมาเช่าทำการ ชั้นใครชั้นมัน ตึกที่เราต้องไปอยู่ตรงกลางในสุด ที่ต้องเดินผ่านสถานีตำรวจทางขวามือ นี่ขนาดไม่ได้ทำอะไรผิด เดินผ่านทีไร รู้สึกระแวงทุกที55555 สถาบันที่เราเรียนอยู่ชั้น 4 มั้้ง ถ้าจำไม่ผิด เดินจนหอบทุกวัน เค้าแจ้งมาก่อนแล้วว่าเราได้เรียนห้องไหน ระดับไหน มาถึงก็เดินเข้าห้องได้เลย เข้ามาในห้องก็เจอเพื่อนๆหลายคนที่มาถึงก่อนแล้ว เราก็ไปนั่งที่ว่าง ข้างผู้ชายคนนึง เราได้เรียนระดับต่ำกว่าที่ควรจะเรียน เพราะตอนทำแบบทดสอบเราพลาดเองที่ไม่มีสมาธิและไม่ต้ังใจ เสียใจนะ แต่จะโทษใครได้ เพื่อนที่เจอในห้องก็มีหลายอายุ อาชีพ และเชื้อชาติ หลักๆในห้องก็จะมีกลุ่มเด็กจีน และญี่ปุ่น เรียนวันแรกก็คือง่ายแสนง่าย ง่ายจนยิ่งหงุดหงิดตัวเอง ครูที่สอนในห้องก็พยายามกระจายเด็กจีนและญี่ปุ่นออกมาคู่กับคนอื่นๆ เราก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคนอื่นๆบ้าง เรียนวันแรกผ่านไปแบบไม่แย่นัก นอกจากเนื้อหาเรียนที่ง่ายเกินไป แต่ แต่ แต่ พอหมดคาบ หนึ่งในกลุ่มเด็กจีนก็เรียกเราไปคุยว่า ขอเปลี่ยนกับเพื่อนเค้าคนนึงได้มั้ย เพื่อนเค้าได้เรียนระดับเดียวกัน แต่โดนคลาสเช้า เพื่อนบอกว่ายาก แต่เค้าเห็นเราเรียนเยอรมันมาก่อนแล้วเราเรียนได้ เลยจะมาขอเปลี่ยน ทีแรกก็งง จะมาอะไรกับเราวะ แต่คิดไปคิดมาก็เอาเถอะ คลาสนีี้มันก็ง่ายจนหงุดหงิด ได้เปลี่ยนไปตอนเช้าก็ดีเหมือนกัน อีกอย่างก็ไม่มีอะไรจะเสียนี่เนอะ คลาสนี้ก็รู้สึกว่าทุกอย่างยังไม่ลงตัวจริงๆ เพื่อนก็ไม่ค่อยคุยด้วย สุดท้ายเลยยอมตกลง เราเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่กัน แปปเดียวก็เรียบร้อย ได้ใบมาใบนึงเอาไว้ยื่นให้ครูในคลาสใหม่พรุ่งนี้ ก่อนออกจากห้องเด็กจีนบอกว่าจะเลี้ยงเครื่องดื่มเราที่งานเย็นนี้ตอบแทนที่ยอมช่วยเปลี่ยนคลาสให้ เราก็หัวเราะ เออออไป ในใจพูดว่าเลิกยุ่งกับกูได้แแล้ว

          นอกจากมีการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้ว สถาบันภาษานี้ยังมีกิจกรรมนอกห้องเรียนให้เข้าร่วมด้วย แล้วแต่ความสมัครใจของใครของมัน บางกิจกรรมก็ฟรี บางกิจกรรมต้องเสียเงิน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆหรืออะไรที่ให้ผู้เรียนมาทำกิจกรรมร่วมกัน เราก็ลังเลอยู่นะ ไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมดไปซะทีเดียว มีบางกิจกรรมที่เราคิดว่าน่าสนใจดี อย่างวันแรกนี้ ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ที่สวนอะไรซักแห่ง ด้วยความที่วันแรกยังไม่ได้มีเพื่อน เราก็สองจิตสองใจว่าจะไปดีมั้ย ในหัวกำลังตัดสินใจอย่างหนัก สองขาก็พาเราค่อยๆเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ขึ้นรถไฟต่อด้วยรถเมล์แบบงงๆ ลงรถมาฝั่งตรงข้ามสวน เงียบมาก... ดูไม่ใช่ย่านที่จะมีร้านอะไรให้คนมากินดื่มด้วยซ้ำ ความลังเลของเราทำให้มาถึงช้ามาก เลยเวลานัดไปแล้ว เราก็เอาเถอะ มาถึงแล้วก็เดินหาก่อน เจอแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเข้าไปมั้ย ข้ามถนนไปฝั่งสวน เดิินไปเดินมา หาทางเข้าสวนไม่เจอ ไม่เจอวัยรุ่นซักคน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เช็คสถานที่ในโทรศัพท์ดูแล้ว มันก็ใช่สวนนี้แหละ ร้านอยู่ในสวน แต่กูยังหาทางเข้าสวนไม่เจอ ฟ้าก็ใกล้มืด สุดท้ายก็เจอทางเข้า ซึ่งยังไม่เห็นร้านอยู่ดี เดินตรงไปซักพักเริ่มได้ยินเสียงคนเยอะๆคุยกัน เกิดอาการกลัว55555 เลยหันหลังกลับบ้าน ความกล้าพาชั้นมาไกลสุดเท่านี้ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ววัันนี้ ถึงแม้จะยังหาคนไม่เจอ แต่ได้ยินเสียงก็ถือว่าได้มาร่วมงานแล้ว ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่ทุกคน :) 
SHARE

Comments