โคมไฟดวงนั้น
"นี่! เดินรอกันด้วยสิ เดี๋ยวก็หลงกันหรอก" เสียงตะโกนของเพื่อนสนิทดังแว่วๆ มาจากด้านหลัง แต่เพียงฟ้าไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เพราะกำลังให้ความสนใจกับโคมสีส้มแดงแสนสวย ที่ประดับประดาอยู่บนโรงน้ำชา สถานที่ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจจนกลายเป็นฉากนึงในโตโตโร่ แอนิเมชันที่เธอชื่นชอบ 

ตรงจุดถ่ายรูปยอดฮิตนั้น ทั้งที่มีผู้คนมากมาย และโคมนับร้อยประดับประดาอยู่ แต่ทำไมกันนะ สายตาของเธอ ถึงไปจับจ้องอยู่ที่โคมดวงนึงตลอดเวลา ทั้งที่มันก็เป็นเพียงโคมที่เหมือนเหมือนกับอันอื่น ไม่ได้มีอะไรแตกต่างออกไปเลย หญิงสาวคิด พลางออกเดินไปที่โคมดวงนั้น โดยไม่สนใจเสียงของเพื่อนที่ดังไล่หลังมา เช่นเดิม

เธอเดินลงบันไดไปเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ที่หน้าโคมดวงนั้นที่สะดุดสายตาเธอ มันเหมือนมีแรงกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้เธอต้องมายืนอยู่ตรงนี้ และจังหวะที่เธอกำลังจะหันกลับไปเรียกเพื่อนสาว เธอก็ชนเข้ากับชายคนหนึ่งพอดี


"ไม่น่ามาเลย" ตะวันเปรยกับตัวเอง พร้อมกับถอนใจ ตลาดจิ่วเฟินเป็นสถานที่ยอดฮิตของไต้หวันก็จริง แต่ด้วยความเป็นคนสันโดษ และไม่ชอบความวุ่นวาย เขาจึงไม่มีความคิดจะมาที่นี่เลยแม้แต่น้อย ที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะตามใจน้องสาวคนเดียว ที่รบเร้าจะมาให้ได้ แล้วตอนนี้ยัยตัวแสบกับเขาก็พลัดหลงกันเป็นที่เรียบร้อย เขาส่งข้อความบอกน้องว่าอยู่ตรงโรงน้ำชา หน้าบันได อย่างน้อยสถานที่ยอดฮิตที่คนยุบยับนี่ก็คงเป็นจุดนัดพบได้อย่างดี 

เขาเดินมาเรื่อยๆ จนสายตาไปสะดุดกับโคมอันหนึ่ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่แค่เห็นแวบแรกมันก็สะดุดใจ จนต้องเดินมาดูใกล้ๆ 

ฉับพลันนั้น ผู้หญิงคนนึงก็หันมาชนกับเขาเข้าพอดี

"อุ้ย! ขอโทษค่ะ, oh sorry" ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยคำขอโทษ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา 

"คนไทยหรอครับ" เขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว จนเขายังตกใจตัวเอง แล้วฉับพลันนั้น ความคิดก็เพิ่งตามมาหลังจากที่พูดออกไปแล้ว 'เราพูดบ้าอะไรออกไปวะเนี่ย'


เพียงฟ้าที่เพิ่งจะเอ่ยคำขอโทษด้วยความตกใจออกไปนั้น สบตากับผู้ชายคนนั้นด้วยความแปลกใจ แต่เพียงแวบเดียว เธอก็ระลึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่มาถึงไต้หวันเธอก็เจอคนไทยตลอด ไม่เห็นจะแปลกเลย 

"อ้อค่ะ ใช่แล้วค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ คุณไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ยคะ" หญิงสาวเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง พร้อมกับกวาดสายตาไปทั่ว เพื่อสำรวจความเสียหาย เมื่อมองกลับมาสบสายตาคู่นั้นอีกครั้ง ก็มองเห็นแววขบขันพาดผ่านดวงตาสีดำ ที่เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง 

"ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บอะไรเลย คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ" ผู้ชายคนนั้นกล่าว และยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร

"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ถ้ายังไงแล้วก็ ขอตัวนะคะ" เธอกล่าวสั้นๆ แล้วรีบเดินออกมา ทำไมไม่รู้ เพียงแค่สบตาคู่นั้น หน้ามันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาซะอย่างนั้น 


ตะวันมองตามเธอไปจนลับสายตา พลางคิดว่า ถ้ามีโอกาสได้เจออีกก็คงจะดี 

เขาหันกลับมามองโคมแดงดวงนั้นอีกครั้ง แล้วแสงวิบวับบางอย่างก็สะท้อนเข้าตาเขา จนต้องก้มลงมอง โทรศัพท์มือถือของเธอคนนั้นน่ะเอง

'เรื่องบางเรื่อง มันอาจจะเป็นโชคชะตากำหนดก็ได้นะ' เขาคิดพลางยิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือในมือ 

เรื่องราวของสองหนุ่มสาวจะเป็นอย่างไรต่อ เราก็มิอาจรู้ แต่โคมดวงนั้น ก็ยังส่องแสงสีแดงอมส้มสวยเช่นเดิมต่อไป รอให้ใครบางคนสังเกตและได้ชื่นชมความงามของมันอีกครั้ง 

ความคิดถึงที่ส่งไปไม่ถึง

22.11.2019


SHARE
Written in this book
While out of home
แค่เรื่องราวที่ผู้เขียนนึกขึ้นได้ระหว่างทาง
Writer
Lamiel
Daughter, Sister
หัวใจกระดาษ

Comments

Alicen
17 days ago
น่าเสียดายแทน 😭
Reply
Alicen
17 days ago
เสียดายที่ความคิดถึงมันไปไม่ถึงไง
Lamiel
17 days ago
ตอนนี้มันอาจจะไปถึงแล้วก็ได้นะ 😊
Alicen
17 days ago
แน้ ถึงแล้วก็ไม่บอก