สุนัขตัวนั้น
ฉันกำลังเดินมาตามถนนในซอยบ้าน บ้านหลังหนึ่งฉันอาศัยอยู่กับแม่สองคนเท่านั้น

ฉันกำลังเห็นแม่กำลังวุ่นวายอยู่กับอะไรบางอย่างที่หน้าบ้านของเรา ฉันจึงรีบตรงเข้าไปหา

ฉันเอ่ยถามแม่ทันทีที่เห็นสุนัขตัวสีทองสลับขาวตัวไม่ใหญ่มากนัก มันกำลังก้มหน้างับอาหารในชามใบเก่าๆ สีขาวเข้าปากของมัน มันดูเซื่องซึม แต่ด้วยความหิวของมันกระมัง เลยทำให้มันต้องกินเพื่ออยู่รอดไป

หมาใครหรอแม่

ฉันเอ่ยถาม

แม่เองก็ไม่รู้หรอก

ฉันเดินเข้าไปใกล้แม่ มันทั้งน่ารักและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

แม่บอกว่า

เหมือนมันอาจจะเป็นหมาหลงทาง เพราะแลดูมันไม่เหมือนหมาจรจัดเลยสักนิดนะ เหมือนหมาที่ถูกเลี้ยงไว้มากกว่า

แล้วแม่จะทำอย่างไรกับมันดีละครับ

เห็นแล้วก็สงสารมันนะ แม่กะว่าจะเลี้ยงเอามันไว้ก่อน ถ้าหากเราเห็นป้ายประกาศแปะไว้ที่ไหน ก็ลองติดต่อเจ้าของของมันให้ทีนะ สงสารมัน มันอาจจะคิดถึงเจ้านายแย่แล้วก็เป็นได้


และทุกๆ วันระหว่างเช้าเย็นที่ฉันเดินทางไปทำงานและเดินทางกลับบ้าน ฉันจะแวะมองหาป้ายประกาศตามเสาไฟฟ้า ข้างทาง หรือตรงไหนที่เจ้าของของมันจะติดแผ่นกระดาษเอสี่ตามหาสุนัขของเขาที่หายไปจากบ้าน และต้องแวะซื้อหาอาหารสุนัขให้กับมัน ส่วนวันหยุดฉันจะพามันออกไปเดินเล่น ตามจริงแล้วฉันอยากจะมีโอกาสที่เจ้าของของมันจะเดินผ่านไปผ่านแถวนั้นได้มาบังเอิญพบเจอมันเข้า ส่วนหนึ่งก็เป็นความคิดของแม่ด้วย แต่ก็ยังไม่มีทางพบเจอเจ้าของของมันเลยสักที

ช่วงสองสามวันแรกที่ฉันเริ่มมีความคิดแย่ๆ ว่า เจ้าของของมันคงจะปล่อยปละละเลย ไม่มีความรับผิดชอบที่จะดูแลมันแล้วหรอ

ซึ่งฉันก็ไม่ได้เอาความคิดแบบนั้นมาใส่ใจ ฉันและแม่ก็ตั้งใจดูแลมันแทนคนที่เป็นเจ้าของของมันต่อไป

หากมีความสัมพันธ์ต่อมันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันได้เจอเจ้าของของมันแล้วละ ในความรู้สึกก็ยังยากที่จะจากลา แต่ก็คงไม่มีสิทธิที่จะไปเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับสิ่งที่มีเจ้าของของมันอยู่แล้วได้

ฉันก็หวั่นในใจว่าข้อสันนิษฐานของฉันจะเป็นจริง ทว่า ในเช้าวันนี้ ที่หน้าบ้านของฉันก็มีแผ่นกระดาษมาติดไว้ที่กำแพงใกล้ๆ กับประตูรั้วบ้าน และที่เสาไฟฟ้าต้นหนึ่งที่หน้าบ้านของฉันก็ด้วย

ฉันดึงมันออกมาดูแผ่นหนึ่ง ฉันก็ได้เห็นว่ามันเป็นแผ่นประกาศสุนัขหาย ซึ่งเป็นสุนัขตัวเดียวกันกับที่อยู่ในรั้วบ้านของฉันมานานถึงห้าวันแล้ว ตอนนี้สงสัยมันยังไม่ตื่นนอน มันน่าจะนอนหลับอยู่ที่หลังบ้าน

ฉันมองผ่านกระดาษประกาศตามหาสุนัข และได้เห็นแผ่นหลังไวๆ ของชายร่างสูงโปร่งที่มีแผ่นกระดาษปึกหนึ่งในวงแขนของเขา ก่อนที่เขาจะหายไปจากสายตา

หากเวลานี้ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะต้องตามเขาไปให้ทัน หรือติดต่อเขาในเวลานี้ และไม่อยากจะรบกวนแม่ จากนั้นก็เดินทางไปทำงานเสียก่อน ไว้หลังเลิกงานที่พอจะมีเวลาเหลือเฟือ จะได้ติดต่อเขาไปว่าสุนัขของเขาที่หายไปอยู่ที่บ้านของฉัน

ฉันที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ที่หน้าบ้านของฉัน มีชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าบ้านของฉัน เขาสวมแว่นกรอบเหลี่ยมสีดำ หันมองมาที่ฉัน ขณะที่ฉันเดินตรงเข้าไปหาแม่

ฉันจึงได้มีโอกาสเอ่ยถาม

คุณคือเจ้าสุนัขตัวนี้หรอครับ

เขาจึงตอบว่า

ใช่ครับ

แล้วเขาก็กล่าวอีกว่า

ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่คอยดูแลมันแทนผม ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณต้องมาเดือดร้อนเพราะผม

แม่ตอบทันทีว่า

ไม่เป็นไรหรอก พ่อหนุ่ม ป้าเห็นป้าก็เลยสงสารมัน ดีกว่าปล่อยมันผ่านเลยไป มันอาจจะหลงทางไปเจอหมาเจ้าถิ่นตัวอื่นทำร้ายเอาได้

เขากล่าวต่อ เมื่อคำพูดของแม่ของฉันชวนคิด

ยังไงผมก็รู้สึกสำนึกขอบคุณอย่างมากเลยนะครับ มันอาจจะเลวร้ายมากถ้าไม่เจอคนใจดีๆ อย่างพวกคุณสองคุณ

เขาจึงกล่าวต่อว่า

จริงๆ ก็อาจไม่ใช่แค่หมาด้วยกันเองหรอกครับ ที่จะทำร้ายมัน หากมันไปเยี่ยวหรือไปขี้เรี่ยราดหน้าบ้านใครเขา หรือไปเจอคนไม่ชอบหมา มันอาจจะโดนทำร้ายก็เป็นได้นะครับ

แม่กล่าวว่า

นั่นแหละที่ป้าเองก็คิดกลัวเหมือนกัน จึงเก็บมันไว้ในรั้วบ้านของป้าเอง ดูแลมันแทนคุณไปก่อน หากมันได้เจอเจ้าของของมันจริงๆ ก็จะได้ส่งมันคืนให้ทันที

เขาก็กล่าวหลังจากนั้น

ยังไงผมก็ต้องขอบคุณพวกคุณทั้งสองมากๆ เลยนะครับ มะ เจ้าโบ้ กลับบ้านเรากันเถอะ

แล้วเขาก็นั่งลงชันเข่าข้างเดียว ลูบหัวของมันไปมา พลางกระซิบกับมันว่า

ฉันตามแม่ของแกกลับมาไม่ได้วะ

น้ำเสียงและคำพูดของเขาฟังแล้วหดหู่ใจ มีความสั่นเครือในนั้น เขายกแขนขึ้นข้างหนึ่งปาดหน้าตัวเอง ก่อนจะสวมปลอกคอจูงสุนัขให้มัน และลุกขึ้นมามองหน้าฉันกับแม่พร้อมกับรอยยิ้มที่บัดนี้ไม่ได้มีความสดใส จนน่าฉงนว่าเกิดอะไรขึ้นกับรอยยิ้มของเขานั้น ฉันรู้สึกเห็นใจเขาเหลือเกิน แต่ก็ไม่ใช่ธุระกงการของฉันจะเข้าไปยุ่งยากเรื่องของเขา

เขากำลังจะกล่าวลา

ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะครับ สำหรับเจ้าโบ้ที่ดูแลมันแทนผม ถ้ายังไง บ้านผมอยู่เข้าไปเกือบจะสุดซอย จะแวะไปหามันบ้างก็ได้นะครับ ผมไม่ว่าอะไร ในฐานะที่พวกคุณช่วยดูแลมันแทนผม

ฉันจึงกล่าวรับคำเชื้อเชิญออกไปในทันที

ไว้มีเวลาว่างๆ ผมจะแวะไปหามันบ้างนะครับ เมื่อรู้ว่าจะไม่มีมันแล้วก็อดรู้สึกโหวงเหวงยังไงชอบกล แต่ไม่ได้จะอะไรหรอกนะครับ ก็แค่ความผูกพันธ์ในช่วงเวลาสั้นๆ

เขากล่าวยิ้มประดักประเดิด

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจน่ะครับ พูดซะผมรู้สึกไม่ดีเองเลยนะครับ

ผมเปล่านะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คิดอย่างนั้น

อ่อ ถ้างั้นผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่เข้าใจผิดไปเอง

ฉันยิ้มหัวเราะร่าอย่างประดักประเดิด

เขาก็เช่นกันที่เกาหัวแกรกๆ ไปด้วย

แม่ก็เอ่ยปากขัดจังหวะ

เข้ามาดื่มน้ำเย็นๆ ในบ้านก่อนไหมละ พ่อหนุ่ม

เออ --- ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เขาปฏิเสธตะกุกตะกัก มีความรู้สึกผิดที่ปฏิเสธ ผมจะต้องรีบกลับบ้าน ทิ้งบ้านมานานแล้วน่ะครับ ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับ

ฉันไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรของฉันถึงได้พูดออกไปอย่างนั้น

ถ้ามีโอกาสหน้าละก็ ผมจะทำอาหารเลี้ยงมื้อหนึ่งเองเลย

เออ --- ทั้งเขาและฉัน --- ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสหน้าผมจะหิ้วท้องว่างๆ มาฝากไว้ที่อาหารบ้านนี้แล้วกันนะครับ

ฉันโบกมือลาเขาและมัน มองตามแผ่นหลังของทั้งคู่เดินจากไปจนกระทั่งลับสายตาไป

แม่กระแอมใส่ฉัน ทำเอาฉันสะดุ้ง

แม่รู้นะ อาการแบบนี้

ฉันส่ายหน้าปฏิเสธหน้าตาย

ยังไงก็ศึกษาเขาให้ดีก่อนละ แม่คิดว่ามันแปลกๆ นะ

ฉันเอ่ยถาม

ใครหรอ แม่

เขาน่ะ

ฉันเลิกคิ้วใส่แม่อย่างไม่เข้าใจ เมื่อฉันนึกขึ้นมาได้ หากฉันเป็นคนที่เจอกระดาษประกาศตามหาสุนัขหายเป็นคนแรก แม่คงจะออกมาดูแลความเรียบร้อยหน้าบ้าน จนเห็นแผ่นกระดาษที่เสาไฟที่หน้าบ้านของเราก็ได้ ฉันจึงเอ่ยถาม

แม่เป็นคนติดต่อเขาไปเองเลยหรอครับ

ก็ใช่น่ะสิ แม่ใช้โทรศัพท์เป็นนะ --- แต่เขาบอกจะมารับมันกลับไปหลังเลิกงาน แล้วเราไม่เห็นแผ่นประกาศตามหาหมาหายหรอ แม่จึงคิดว่าเราคงรีบๆ ไปทำงาน คงจะไม่ว่างสังเกตสังกาอะไร

ฉันจึงบอกแม่ไปว่า

ตามจริง ผมก็เห็นตั้งแต่ตอนเช้าจะออกไปทำงานแล้วละครับ กะว่าตอนกลับมาถึงบ้านจะลองติดต่อไปหาเขาทันที

แม่พยักหน้าทำความเข้าใจ

แต่แม่ทำหน้าที่แทนก่อนผมไปแล้ว

แต่แม่ว่าเหมือนจะมีคนแถวนี้อยากทำหน้าที่มากกว่านี้นะ

ฉันส่ายหน้าปฏิเสธใสซื่ออีกครั้ง

ยังไงก็อย่าลืมที่แม่เตือนหัวใจของเราละ รักเขาก็รักได้ แต่ต้องดูให้ดีก่อนว่าเขามีรักให้กับใครอื่นอยู่หรือเปล่า หรือมีรักให้เราบ้างหรือเปล่าน่ะ

แม่ไม่เห็นต้องบังคับให้ผมมีใครเลย ผมยังอยากอยู่กับแม่ตลอดไปเลยนะ

จ้ะ แววตาเรามันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ เราก็คิดหาใครมาอยู่เคียงข้างดูแลเราได้แล้วนะ แม่ไม่ได้ว่าจะอยู่ตลอดไปหรอกหนา

ก็ไม่มีใครอยู่กับเราตลอดไปได้หรอกแม่

ฉันคิดไม่ทันตอนที่พูดออกไปแล้ว แม่มีน้ำตาที่ไหลออกมาจากเบ้าตา

ผมขอโทษแม่

แม่ปาดน้ำตา

ช่างเถอะ แม่ไม่เป็นไรแล้วละ ก็มีคิดถึงอยู่บ้าง แต่ก็ช่างประไร แม่มีเราอยู่ทั้งคน ความสุขและทุกสิ่งทุกอย่างของแม่

ฉันกอดแม่ตอบในจังหวะที่แม่โผเข้ากอดฉัน


ฉันจะไปไม่บ่อยจนเขาก็แอบคิดเล็กคิดน้อยไปบ้าง หรือทำให้เขารำคาญใจว่ามาทำหนักหนา แต่เขาก็ทำการต้อนรับฉันเป็นอย่างดีทุกๆ ครั้ง ราวกับเป็นแขกเครือญาติที่รู้จักกันอย่างไรอย่างนั้น

วันหยุดเราจะออกไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะละแวกใกล้ๆ บ้านด้วยกันกับเจ้าโบ้ของเขา บ้างก็เดินชวนพูดคุยกันไปพลาง มีวันหนึ่งที่เขาแวะมาที่บ้านฉัน หลังจากกลับมาจากที่ทำงาน แม่เตรียมอาหารไว้สำหรับสามคน เขาบอกกับฉันว่ามีของโปรดคล้ายๆ กับเขาเลย

ใครจะไม่ดีต่อใจได้กันละ เขาเล่นพูดออกมาซะอย่างนั้น

การสานความสัมพันธ์ของฉันกับเขามันยิ่งทำให้ฉันกระเถิบเข้าหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกใกล้ชิดราวกับคนกันเอง ทั้งที่มีใจให้กับเขาไปเรื่อยๆ หากว่าก่อนหน้านี้เราไม่เคยเป็นที่รู้จักกันมาก่อนเลย

เขาบอกกับฉันแบบไม่มีเก้อเขินใดๆ ทั้งนั้น เวลาเอ่ยปากชื่นชมใคร ราวกับรู้สึกอย่างไรก็บอกออกไปอย่างนั้นที่มีโอกาสเอื้ออำนวย ว่าฉันเป็นคนที่อยู่ด้วย หรือเวลาได้พูดคุยด้วยแล้วนั้น ฉันจะเป็นความสุข และเขาก็มองว่าฉันเป็นคนน่ารักสดใสได้ทุกๆ มุมมองของเขาเลยทีเดียว

วันอาทิตย์วันนั้น ฉันกะว่าจะเอาต้มข่าไก่ของโปรดของเขา และเขาก็ได้ลองชิมฝีมือของฉันแล้วรู้สึกชอบเป็นที่สุด ฉันจึงทำมาให้เขาหนึ่งชามมื้อเที่ยงนี้โดยเฉพาะ

ฉันต้องหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเขาทันที ฉันได้ยินเสียงเจ้าโบ้เห่าหอนอย่างเอาเป็นเอาตาย และก็ได้ยินเสียงของเขาร้องห้ามอ่อนวอนใครสักคนที่ดังผสมปนเป ว่าอย่าไป

มันมีความเจ็บปวดเหลือแสน

แล้วฉันก็เห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งกระชากกระเป๋าเดินทางของตัวเองให้หลุดจากมือของเขาที่ดึงรั้งไว้ไม่ให้เธอไป เธอร้องให้เขาปล่อยอย่างนึกรำคาญตลอดเวลา

ในที่สุดเขาก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะรั้งเธอไว้ เธอเดินจากไปอย่างไม่แยแสใดๆ เขาทิ้งตัวลงนั่งทั้งน้ำตาที่ไหลพรากผ่านแว่นตา ทุกหยดหยาดลงพื้นปูนแฉะเป็นดวงๆ ฉันที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนอึ้งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม

เมื่อฉันได้สติอีกครั้งก็เข้าไปช่วยเขากลับเข้าไปในบ้าน


แล้ววันหนึ่งเขาก็รบกวนฝากให้ฉันดูแลเจ้าโบ้แทนเขาที่จะไม่อยู่บ้านเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพราะจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเกิด เขากลัวว่ามันจะเหงา และเห็นว่ามันอยู่กับฉันได้ จึงไม่ต้องไปฝากร้านรับเลี้ยงสัตว์ดูแล เกรงว่าจะไปเจอร้านที่ไม่ดีเข้า ฉันเห็นด้วยจึงรับฝากด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง ไม่ถือสาอะไรเขาเลยสักนิด

เมื่อเขากลับมาบ้าน ฉันก็พาเจ้าโบ้ไปส่งคืนเขาทันที เขาที่กำลังจะลากสัมภาระทั้งหมดกลับเข้าไปในบ้าน ฉันก็ปล่อยให้เจ้าโบ้วิ่งเข้าไปในรั้วบ้านของเขาแล้ว ฉันจะไปช่วยเขาขนสัมภาระของเขาเข้าไปในบ้าน แต่เขาก็ปฏิเสธว่าทั้งหมดเขาทำได้ เขาแค่เกรงใจฉันเท่านั้น

แต่แล้วทุกการโต้เถียงไม่ยอมลดละของทั้งสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างก็เอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ก็ต้องหยุดลง ฉันถอยห่างจากเขา ขณะที่สายตาของฉันจับจ้องไปยังต้นเสียงที่เรียกชื่อของเขา

แล้วเธอก็บอกกับเขาว่า

เราขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไปนะ เรายังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม

ถ้าเขาตอบว่าได้ และหัวใจของเขายังซื่อสัตย์ในความรักนี้อยู่เหมือนเดิม ไม่อาจมีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงมันไปได้ และยังเฝ้ารอมันกลับมาอยู่เสมอ

ฉันก็คงได้เพียงแค่เดินจากเขามาอย่างเงียบๆ ถึงจะเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ก็ตามที

SHARE
Writer
iamtasmanian
Storyteller
เรื่องสั้นจากความรู้สึก

Comments

iamtasmanian
3 months ago
ฝากเพจเฟซบุค @iamtasmanian210240 และทวิตเตอร์ @iamtasmanian ทั้งเป็นกำลังใจให้ tasmanian คนนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
Reply