ผมเคยเรียนอาชีวะแล้วมันไม่เป็นอย่างที่เราคิด
ผมเรียนปวช สาขาภาษาต่างประเทศ(เรียน2555- 2558) ของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ. สกลนคร

นตอนนั้นผมรู้สึกไม่ชอบที่ รร.เก่า เพราะ ตอนม.ต้นไม่มีความสุขกับการเรียนเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพแวดล้อม เช่น ถ้าวิชาไหนไม่ชอบก็พากันโดดเรียนยกห้อง หรือ มีแต่พวกอันธพาลในโรงเรียน อาจารย์ก็เฉยชา เป็นต้นที่เราที่เรียนอยู่บวกกับตอนนั้นเราถูกทำให้รู้สึกว่าเรียนอาชีวะทำให้เราได้งานมากกว่ามีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า แล้วแม่ไม่เราก็ไม่ส่งเสริมให้เราเรียนกฏหมายหรือนายร้อยในความฝันนะตอนนั้นนะ เราไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไงดี ตอนนั้นเรากำลังเริ่มจูนภาษาอังกฤษได้แล้ว เราบอกว่าไปเรียนพาณิชสิ แล้วก็เชื่อเค้าตอนนั้นเราว่าจะเรียนคอมธุรกิจแล้วจะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองเอา แล้วบอกเราว่าว่า ให้ไปเอกภาษาก่อนแล้วไปต่อปวสคอมทีหลัง ผมเราก็เชื่อเค้า ตอนนั้นเราก็โง่มากคิดว่าเค้าจะสอนดีให้เราเป้น ปรากฏว่าคิดผิดอย่างแรงเลย พูดถึงภาพรวมตลอด 3 ปี ที่เราเจอเลยนะเหมือนหลอกเด็กมาเรียน ปัญหาที่เราเราพบสภาพแวดล้อมไม่ส่งเสริมการเรียนเลย ทำร้ายเด็กอีก ขอสรุปเหตุการณ์ที่จำได้นะครับ

ปัญหาของอาจารย์ใน
- อาจารย์ไม่มีความรู้ที่สอนหรือความรู้พื้นๆ ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ แต่ละวันก็สอนแต่สนทนาง่าย ไวทยกรก็ไม่ไล่พื้นฐาน สอนมั่วไปหมด  
- อาจารย์นิสัยเสีย เช่น วันๆก็เอาของมาขายเด็กแทนจะสอนในเวลา หรือ พูดจาเหยียดเพศ เช่น เราเป็นผช.มาเรียนภาษา เค้าถามเราว่าเป้นเกย์รึเปล่า อันนี้อาจารย์นอกสาขาก็ถาม ซึ่งมันเป้นอะไรที่มันเสียมายาทมากๆ 
- อาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่ได้เลี่ยวแลอะไร นอกเรื่องขายของเท่านั้น วิ่งหาเด็กมาเรียน
ปัญหาอาจารย์นอกสาขา
- เราถูกคุกคามทางเพศ เช่น sms มาคุยกับเรา มาแตะเนื้อต้องตัวเรา บางครั้ง
- เราพูดจาไม่ดี เช่น แซวนักศึกษาหญิง หรือถามว่าเป็นเกย์รึเปล่า ด่าเด็กด้วยพูดที่หยาบคาย เห็นเด็กเป็นที่รองรับอารมณ์เหมือนโกธรใครแล้วมาลงที่เด็ก
- หาเรื่องเด็ก เช่น ตรวจเครื่องแต่งกาย 2 มาตราฐาน หลายสาขาห้องก็ใส่สั้นเหมือนกันแต่โดนแค่สาจาเราคนเดียว หรือ ตอนโดนสุ่มตรวจ เค้าก็รู้ว่าเราไม่ได้เสพอยู่แล้วก็ให้เราไปตรวจ ซึ่งตอนนั้นหลายคนบอกว่ามันค้านสายตามากเลย
- ไม่สอนเน้นจดตามหนังสืออย่างเดียว
ปัญหาผอ.
- วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่เรียกประชุมทั้งเด็กทั้งอาจานประชุมอย่างเดียวพูดอะไรก็ไม่รู้
- จ้องหาเรื่องเก็บเงินกับเด็กอยู่ตลอด แต่คนเรียน 3 ปีน่าจะหมดไปเป็นแสนแล้วมั้ง
- อวยแต่เด็กแต่ช่าง ส่วนสาขาเราปล่อยตามเวรตามกรรม 
- พยายามรั้งเด็กให้เรียนต่อปวส ด้วนการปล่อยวุฒิช้าจน ไม่สามารถไปสามารถเรียนมหาลัยอื่นได้ จะไปต่อปวสที่อื่น หลายที่แม่งก็เปิด หลายคนจะลาออกดันไม่ให้วุฒิเค้าอีกจนต้องไปขอวุฒิใหม่กับโรงเรียนเก่า
- เอาอาจารย์คุณภาพต่ำมาสอนเด็ก แถมเอาไปทำงานอื่นที่ไม่ใช่สอนด้วย 
- ช่วงใกล้จะเปิดเทอมมีการให้ค่ารายหัวอาจารย์หรือเด็กคนไหนก็ตามที่สามรถชวนรุ่นน้องมาเรียนต่อได้ ซึ่งเป็นอะไรที่ทุเรศมากเลย
ในแง่สังคมการเรียน
- ให้ 40 / 60 ละกัน ตั้งใจเรียน 40 ใจแตก 60 แต่เด็กที่นี่ออร่าความตั้งใจเยอะนะ แต่พวกไม่ดีก็เยอะเหมือนกัน

สุดท้ายตอนเราจบเราไม่ได้ภาษาอังกฤษเราไม่ดีขึ้นเลย ขนาดว่าขว้านขวายด้วยตัวเองแล้ว เราตัดสินใจไม่เรียนต่อ ปวส เพราะเรียนไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่า แถมไม่ได้ความรู้อะไรเลยเลยไปเรียนมหาลัยเอาดีกว่า

เราเกลียดตรรกะนี้มากเลย เรียนอาชีวะไม่ตกงาน ใช่มันไม่ตกงานเพราะหลายคนที่เรารู้จักเค้าที่ได้งานทำแต่งานนั้นไม่ได้ตรงกับความสามารถตามสาขาที่เค้าเลยส่วนใหญ่ทำงานโรงงานหรืองานอะไรก็ตามที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสาขาตัวเอง ตรงหน่อยก็พวกช่างแต่พวกช่างเค้ามีคอนเน็คชั่นอยู่ล้วเช่น ที่บ้านทำอู้ หรือไปทำงตามศูนย์เอาหลายคนเอารถเข้าแล้วมีปัญหา ส่วนนึงก็มาจากเด็กช่างพวกนี้แหล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเลือกเรียนที่ไม่ดีก็เตรียมตกนรกทั้งเป็นตลอด 3 ปีได้เลยนะ

ที่อยากบอกว่า คือ เรียนอาชีวะเป็นเรื่องดีแต่เลืิอกเรียนที่ดีๆหน่อยละกัน เอาจริงๆ ปวช วุฒิมันก็เท่า6นะ แถมเนื้อหาปวชก็ไม่ต่างกับปวสเท่าไหร่ต่างกันแค่เรียน 2 ปี

เอาจริงๆเรียนสามัญมันก็ไม่ตกงานนะ แต่ต้องจุดหมายว่าอยากเป็นอะไร เท่านั้นเอง 

สิ่งที่อยากจะบอกน้องที่กำลังขึ้นจบม3 คือ หาตัวเองให้เจอวาอยากเป็นอะไร ถ้าไม่ชัวก็เรียนสายสามัญดีกว่า แล้วค่อยต่อปวสเอาก็ได้

SHARE
Writer
Want_Post
writer
เขียนเก็บเองอ่านเอง

Comments