จากฉัน; ถึงตอนจบที่(ไม่)สมบูรณ์



โปรดฟังคำเตือนของฉันเถอะ
โปรดรู้ไว้ว่าคุณ'...กำลังฟังความข้างเดียว 
-Peekthum-  







สวัสดี, ตัวฉันอีกคน
สวัสดี, 20 พฤศจิกายนที่อากาศไม่หนาวอย่างที่คิด แต่ดวงอาทิตย์กลับลาลับขอบฟ้าแสนไว





ฉันกำลังจะเริ่มต้นบทความนี้ ด้วยเรื่องเล่าจากส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน มันคือส่วนหนึ่งและเป็นความรู้สึกส่วนตัว ดังนั้น มันจึงช่วยไม่ได้ ที่เรื่องเล่านี้ จะค่อนข้างเอนเอียงและไม่เป็นธรรมสำหรับใครบางคน




ใช่..เพราะมันคือเรื่องเล่าจาก ฉัน'เพียงฝ่ายเดียว 




พวกคุณกำลังฟังความจากฉันฝ่ายเดียว ซึ่งแน่นอนฉันไม่อาจรับรู้ถึงคำตัดสินใดๆ หลังจากนี้ ไม่รับรู้แม้กระทั่งว่า พวกคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้ ให้ประโยชน์หรือให้โทษกับใคร มันก้ำกึ่งระหว่างความคาดหวังและการปล่อยวาง มันก้ำกึ่ง.. ระหว่างเจ็บเจียนตายและได้ชีวิตใหม่





แต่ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของฉันเถอะ ปล่อยให้ฉันได้จัดการความรู้สึกตัวเอง ฉันแค่หวังว่า ท้ายที่สุดแล้ว พวกคุณจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวของฉัน และเข้าใจว่ามันเป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งในอีกร้อยพันรูปแบบของตอนจบในชีวิตของใครอีกหลายคน... 






ซึ่งในชีวิตจริง...
ไม่มีคำว่า 'สมบูรณ์แบบ' โดยแท้







ฉากจบ...หนึ่งบทในช่วงชีวิตของฉันยังคงติดอยู่ในหัว ภาพของฉันที่ดิ้นทุรนทุรายจากพิษความรักยังคงฝังลึกกลายเป็นภาพจำ ภาพของฉัน ผู้ซึ่งลิ้มรสแห่งความโศกสรรค์กำลังร้องไห้ระงม เสียงบอกรักที่ได้ยิน คำบอกลาที่ไม่เคยมีที่มา และ.. ภาพฟ้าผ่ากลางหัวใจ



รูปภาพม้วนเดิมที่ถูกฉายซ้ำๆ ในหัว น้ำเสียงเดิมที่ถูกกดเล่นใหม่ไม่หยุดหย่อนในหู รูป รส กลิ่น เสียง ที่เคยสัมผัส ล้วนสร้างความทรมานใจ




ทุกอย่างกลายเป็นภาพจำ...ฝังลึกลงในหัวใจ






เหตุการณ์ถูกสรุปได้ด้วยตัวของมันเองจากบทความที่ผ่านๆ มา อย่างที่พวกคุณอ่านมาบ้างนั่นแหละ



มันเป็นฉากจบที่ไม่ได้สวยงามนัก ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยความรวดร้าว แตกสลาย สูญสิ้น ร่วงล่นและสร้างบาดแผลรอยใหญ่มหึมาให้กับฉัน







               พัง...ทลายไม่เหลือชิ้นดี







จุดเริ่มต้นของเรื่องนั้นแสนสวย ภาพการพบกันครั้งแรกยังติดตา กลิ่นกรุ่นยังคงติดตรึง สัมผัสอุ่นๆ ยังอวลในความรู้สึก แต่ตอนอวสานกลับไม่เป็นอย่างใจ และภาพจำสุดท้าย.. กลายเป็นฉันที่ดำดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่งความหฤโหดของจิตใจตัวเอง 






ฉันทำได้เพียงยอมรับและโอบกอดเศษซากความแตกร้าวเอาไว้ โอบกอดตัวเองในวันที่แทบไม่เหลืออะไร กอบเอาซากหัวใจพังๆ แนบอก ปล่อยให้น้ำตารินไหล และเดินเข้าโรงพยาบาลจิตเวชในตอนจบ




นั่นแหละ ตอนอวสานเรื่องราวของเธอและฉัน





ฉันแตกสลาย แต่ก็ได้มีโอกาสบอกรักตัวเอง โลกมันบิดเบี้ยวและโหดร้าย แต่ก็ยังมีฉันที่ยังหายใจอยู่ นักจิตฯ บำบัดบอกแบบนั้น เขาให้เหตุผล..เพราะถ้าฉันไม่รักตัวเอง ไม่อยากหายใจต่อ ฉันคงไม่พาตัวเองเดินเข้ามาหาจิตแพทย์ที่นี่ 




แต่รู้อะไรมั้ย ในใจฉันค้านคำนั้นนิดหน่อย

เปล่าเลย...ฉันไม่ได้รักตัวเองขนาดนั้น เพราะถ้าฉันรักตัวเองมากพอ ฉันคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้หรอก ฉันคงเผื่อใจไว้รักตัวเองบ้าง ฉันคงเตรียมใจไว้รอรับแรงกระแทกได้ดีกว่านี้ 


นาทีนั้น.. ฉันเหมือนคนหมดหนทางจะเยียวยาหัวใจตัวเองแล้วต่างหาก ฉันหมดหน..ทางจะพาตัวเองดำเนินชีวิตต่อนับตั้งแต่ทุกอย่างพังทลายลง 


ตัวฉันในสภาพที่พังยับแบบนั้น คิดดูเถอะ จะมีปัญญาที่ไหนรักษาแผลใจตัวเองให้หายดี ฟังดูน่าสมเพชมากเลยใช่มั้ย แต่นั่นแหละ ตอนจบของช่วงชีวิตในเวลาหนึ่งของฉัน




มันไม่ได้สมบูรณ์ ไม่เคยสมบูรณ์
และคงไม่สมบูรณ์...ตลอดกาล





ฉันไม่ได้เจ็บปวดน้อยลง แต่ก็ดีแล้วที่มันไม่เพิ่มขึ้นจากเดิม อาการซึมเศร้าของฉันยังไม่คงที่และยังต้องปรับยาอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะเจอตัวที่เหมาะกับฉัน แต่ก็ดีแล้วที่ฉันไม่ได้ร้องไห้หนักเหมือนเก่า


ผลข้างเคียงจากยาไม่ได้ลดน้อยลง แต่ก็ดีหน่อยที่ฉันเริ่มจะชินกับมันบ้างแล้ว อาการนอนไม่หลับยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับฉัน แต่ก็ดีแล้วที่ยังครองสติได้และมีชีวิตอยู่ในทุกๆ วัน 



และเพิ่มเติมอีกสิ่ง ที่กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้ฉัน อาการแพนิค ทำให้ฉันมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม ฉันไม่สามารถควบคุมอาการเหล่านั้นได้ แม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ทำได้ก็คือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ผู้คนแออัด เบียดเสียด และสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ



มันไม่ใช่หนทางรักษาหรอก แค่ไม่กระตุ้นให้เกิดอาการก็เป็นพอ และฉันมีนัดกับหมอในสัปดาห์หน้านี้ หวังว่าอาการของฉันจะไม่แย่ลงอีก...




ในตอบจบของเรื่องราวเรื่องหนึ่งถูกตัดบทลง แต่การเริ่มต้นของเรื่องราวตอนใหม่กลับกำลังเดินหน้าฉายอยู่ มีฉันคนเดิมกับตัวฉันอีกคนที่เพิ่มเข้ามา



เราทำสัญญาว่าจะสงบศึกกันสักพัก นั่นคือสิ่งที่ฉันภาวนา และถ้าตัวฉันอีกคนไม่ใจร้ายจนเกินไปนัก ฉันอยากให้บทเริ่มต้นของเรื่องนี้เต็มไปด้วย กำลังใจ คำปลอบโยน กรณีศึกษา และตัวอย่างหนึ่งของผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่




ฉันหวัง ให้เรื่องราวของฉัน ได้สร้างประโยชน์ต่อผู้ป่วยด้วยกันเอง และฉันหวัง ให้ตัวเองกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ กลับมาเป็นมนุษย์ปกติที่ยิ้มกว้างและมีพลังบวกในตัวเอง




กลับมาเป็นดอกเดซี่ที่แข็งแกร่งและทนทาน
กลับมาเป็นพืชคลุมดินที่สง่างามและมีคุณค่า


กลับมาเป็นตัวฉัน ในแบบที่ควรจะเป็น






ความไม่สมบูรณ์ สอนให้รู้ว่าฉันควรเติมเต็มจิตใจตัวเองให้เป็นก่อน

ความโดดเดี่ยว ทำให้ฉันต้องเข้มแข็ง

การไม่มี ทำให้ฉันรู้ว่าการได้มานั้นมีคุณค่า

ความพอใจในสิ่งที่มี แม้ฟังดูแล้วจะเป็นคำที่สวยหรู
แต่มันก็ไม่ทำให้เราเจ็บปวดจากความต้องการที่มากเกินจำเป็น

ความไม่เข้าใจ จะนำมาซึ่งความเข้าใจในช่วงเวลาที่เหมาะสม

เช่นในวันนี้...


หนังสือ: อย่าเสียดายหากพรุ่งนี้สิ่งที่เคยมีจะหายไป 
ผู้แต่ง: 1991
สำนักพิมพ์: springbooks 






จากฉัน,ถึงตอบจบที่(ไม่)สมบูรณ์
จากฉัน,ถึงฉันอีกคน



SHARE
Writer
Peekthum
เสพโศกแทรกเศร้า
ติดปีกให้ตัวอักษร กอดเศษหัวใจที่แตกสลาย ปล่อยปีศาจร้ายให้โบยบินในฝัน

Comments