[Fic] RANDOM (3)

     " งั้นสรุปว่าเขามาขอร้องให้อาไปดูคนบาดเจ็บจากดินถล่มเพราะบังเอิญรู้ว่าอาเคยเป็นหมอ และดินมันถล่มมาปิดทางจนหน่วยพยาบาลไม่สามารถเข้ามาได้ตอนนี้งี้เหรอ สามเข้าใจถูกไหม? " สามกอดอกถามคนผู้เป็นอา

     " แบบนี้ก็ได้หรอวะ " สี่บ่นออกมา

     " ใจเย็นๆ ก่อนนะเด็กๆ พี่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกนะ " มินกยองพยายามบอกให้กับเจ้าฝาแฝดใจเย็นกันก่อน แม้ว่าเธอเองจะเป็นห่วงกับสถานการณ์ตอนนี้ แต่ก็แอบหงุดหงิดแทนเด็กๆ ไม่ได้ ไหนจะลมฝนจากพายุและเวลานี้ก็ดึกมากเช่นกัน มันอันตรายมากถ้าต้องออกไปข้างนอกในเวลานี้

     " อา ขอโทษนะ แต่อาคงปล่อยคนเจ็บไม่ได้จริงๆ " ฟานี่มองเด็กด้วยความรู้สึกผิด

     " ถ้างั้นบิ้นจะไปด้วย " เยบินที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้น และเมื่อเห็นว่าอาตัวเองกำลังจะปฏิเสธก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง

     " ไม่ค่ะ อันตรายขนาดนี้บิ้นปล่อยให้อาขับรถไปคนเดียวไม่ได้ ห้ามปฏิเสธนะคะ ส่วนกยองดูแลเด็กๆ อยู่ที่นี่นะคะ "

     " ห๊ะ แต่ว่า.... " กยองตั้งท่าจะเถียงแต่ก็ต้องเงียบเมื่อได้เห็นสายตาดุของแฟนสาวที่ส่งมาให้

     " แล้วบิ้นกับอาฟานี่จะรีบกลับมานะคะ " เยบินยิ้มให้กับคุณแฟนตัวสูง แน่นอนว่าหลังจากการยืนยันหนักแน่นของเยบินและหน้าที่ของฟานี่แล้วคนอื่นๆ เองก็ต้องยอมตามนั้น แม้ว่าจะเป็นห่วงมากก็ตาม แต่นั้นแหละใครจะกล้าสู้ผู้กุมอำนาจของบ้านอย่างสองคนนั้นได้กัน

     " อาฟานี่กับพี่บิ้นขับรถดีๆนะคะ ดูทางดีๆด้วย " หนึ่งพูดขึ้นขณะที่กางร่มออกมาส่ง

     " ได้จ๊ะ "

     " ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ทางนี้กยองกับตอจะดูแลน้องๆให้เอง " กยองยิ้มให้กับบุคคลทั้งสอง ก่อนที่เยบินจะจุ๊บแก้มกยองเป็นการตอบกลับ และทั้งสองก็เคลื่อนรถออกไป



      ก๊อกๆ

     " พี่แคนดี้ มีอะไรรึเปล่าคะ " ยูจินถามคนที่พึ่งเคาะประตูห้องนอนตัวเอง

     " ได้ยินสองมันว่าเธอลืมเอาผ้าห่มมา เลยเอามาให้...เอาไปสิ " ว่าแล้วสามยื่นผ้าผืนใหญ่ให้กับยูจิน

     " ขอบคุณค่ะ " คนตัวสูงตอบกลับ พร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง

     " อา... " สามที่เห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นมาเกาแก้มตัวเอง พูดอะไรไม่ออก

     " ...... "

     " ง..งั้นไม่มีอะไรแล้วพี่ไปละ " พูดจบสามก็รีบเดินออกไป ทิ้งให้ยูจินยืนงงก่อนที่จะรู้สึกเขินแปลกๆ เมื่อเธอเผลอไปสบตากับพี่หนึ่งที่พึ่งเดินขึ้นมา ไหนจะรอยยิ้มแปลกๆนั้นอีก

     ส่วนหนึ่งที่พึ่งเดินขึ้นมาเห็นก็แอบขำกับท่าทางเหล่านั้น จึงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วจึงเดินไปทางห้องนอนของวอนยอง เพื่อเอาหูฟังให้น้อง หลังจากที่เธอได้ยินว่าน้องบ่นกับเพื่อนว่ามันหายไปในตอนที่มาถึง เธอจึงลองไปหาดูที่รถให้และก็พบมันตกอยู่ที่พื้นจึงตั้งใจจะเอามาคืนให้ เมื่อตัวเองแน่ใจว่าวอนยองน่าจะอยู่ที่ห้องจึงจัดการเรียกอีกคน แต่ทว่าคนที่เปิดกลับเป็นอีกคน

     " ห้องน้องมิ้นเหรอ สงสัยพี่เคาะผิดห้อง... ขอโทษนะคะ " หนึ่งรีบขอโทษทันทีที่เห็นว่าไม่ใช่คนที่ตัวเองตั้งใจมาหา แต่ก่อนจะไปก็มีเสียงเรียกขึ้นมาก่อน

     " พี่หนึ่ง! " เยนายิ้มออกมาเมื่อเจอคนที่ตั้งใจมาหา แต่ก็ยังสับสนที่เมื่อกี้เป็นมินจูมาเปิดประตูให้กัน และวอนยองเองก็น่าจะรู้จึงบอกเหตุผลที่มินจูอยู่ที่ห้องของเธอ

     " มิ้นมันกลัวผีเลยมานอนด้วยกันค่ะ " เยนาที่ได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะบอกจุดประสงค์ที่เธอมาหาอีกคน

     " พอดีพี่เจอหูฟังที่เราบ่นว่าทำหาย แต่พี่ไม่แน่ใจเลยเอามาถามเราว่าใช่รึเปล่า "

     " ใช่ๆ พี่หนึ่งไปเจอที่ไหนอะ วอนนึกว่าจะต้องซื้อใหม่ซะแล้ว ขอบคุณมากนะคะ "

     " ไม่เป็นไรค่ะ แต่พี่ไม่แน่ใจว่ามันจะโดนฝนมารึเปล่า ถ้ายังไงเราลองเช็คไมค์ดูด้วยนะ " เยนาว่าก่อนชี้ๆ ไปที่หูฟัง

     " ถ้างั้นวอนขอมือถือพี่หนึ่งหน่อยสิคะ "

     " คะ? " เยนามองเด็กตัวสูงที่พยักหน้าให้เธอรัวๆ ถึงแม้ว่าเธอจะงงแต่ก็ยังยอมยกมือถือให้อยู่ดี หลังจากได้รับมือถือมาแล้วเด็กตัวสูงก็ก้มหน้ากดอะไรบางอย่างก่อนจะยื่นคืนให้กับเธอ

     " อันนั้นเป็นเบอร์วอนเองค่ะ ไว้เดี๋ยวให้พี่หนึ่งลองโทรเข้ามา วอนจะได้เช็คว่าไมค์ยังใช้ได้รึเปล่า "

     " อ๋อ ได้สิคะ เยนาว่าพร้อมกับยิ้มออกมา " จากนั้นคนพี่จึงขอตัวกลับห้องเพื่อให้คนน้องได้มีเวลาพักผ่อนจากการเดินทางในวันนี้ วอนยองเองหลังจากเยนาไปแล้วก็เดินมานั่งลงข้างๆ เพื่อนสาวที่นั่งทำหน้ามั่นไส้กันอยู่

     " ไม่เนียนอะ บอกเลย " มินจูว่า

     " เนียนเถอะ "

     " แกลืมหรอว่าที่นี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ "

     " ......... "



      " วอนนนนนนน .....วอนๆ จ๋า.....วอนๆ ของมิ้น " น้ำเสียงออดอ้อนถูกส่งไปให้เพื่อนสนิทที่นอนอหลับยู่ข้างกัน

      " อะไร!! "

      " หิวน้ำอะ ไปส่งกินน้ำหน่อยจิ " ไม่พูดป่าวมินจูก็กลิ้งตัวขึ้นไปทาบทับอยู่บนตัวเพื่อนก่อนจะยื่นมือเข้าไปบีบแก้มสร้างความลำคานให้อีกคน

      " ไม่....แล้วกรุณาลงไปจากตัวด้วย หนัก! " วอนยองพูดขึ้นหลังจากต้องตื่นมาเพื่อจัดการกับมือปลาหมึกของมินจูแล้ว แต่ไม่วายเมื่อคนที่ทับอยู่ข้างบนกลับยื่นหน้าลงมาแทน

     " ไม่ จนว่าจะลงไปส่ง ไม่งั้นฉันจะบอ.../ หยุดเลยนะ ไปก็ได้ๆ " ว่าแล้วก็จัดการพลิกตัวคนด้านบนให้ลงไปอยู่ข้างล่างก่อนจะดันตัวเองขึ้นมา

     ทั้งสองคนเดินลงมายังส่วนของห้องครัวและในระหว่างทางขากลับ ภายในตัวบ้านเงียบสงบเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคนอื่นได้หลับเข้าสู่ห่วงนิทรากันแล้ว จะมีก็แต่เสียงร้องของแมลงตัวน้อยที่ออกมาส่งเสียงแข่งกันหลังจากฝนหยุดตก กับแสงจันทร์นวลส่องสว่างลอดเข้ามาภายในตัวบ้านให้พอเห็นทางเดิน และในระหว่างที่ยังสองคนดื่มด่ำกับธรรมชาตินี้ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังคล้ายจังหวะรัวกลองขึ้นจากชั้นบนของบ้าน

     " วอนได้ยินเสียงไรมะ "

     " ........... "

     " วอน! ฉันถามเนี้ย "
 
     " อิผี ไม่เคยได้ยินหรอเวลาไปเที่ยวต่างที่ต่างถิ่น ถ้าได้ยินเสียงแปลกๆ เขาห้ามทัก! "

     " แต่ฉันไม่อยากได้ยินคนเดียวนิ "

     " สองคนนี้ยังไม่นอนอีกหรอ " แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งขัดบนสนทนาขึ้นมาก่อน ก่อนจะปรากฏร่างของคนตัวเล็กที่เดินออกมาจากห้อง และเมื่อทั้งสองคนรู้ว่าเป็นใครก็ตรงเข้าไปกอดแขนคนตัวเล็กไว้คนละข้างก่อนจะเล่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้ให้ฟัง

    " พี่กุระ คิดว่าไงอะ " วอนยองที่ครอบครองแขนด้านซ้ายของตัวเล็กถามขึ้นมา และทันทีที่จบประโยคเสียงรัวกลองก็ดังขึ้นมาอีกครั้งราวกับเชิญชวนให้ทั้งสามคนมาหา

    " ด..ด..ได้ยินอย่างที่ฉันได้ยินไหม " คราวนี้เป็นมินจูที่เบียดตัวเข้ากับแขนด้านขวาของซากุระแน่น เอ่ยถามขึ้นมาแบบกล้าๆ กลัวๆ

    " พี่ว่าคงเป็นเสียงลมกระทบอะไรสักอย่าง "

    " น..แน่ใจหรอพี่กุระ อาจจะมีอะไรแปลกอยู่ข้างบนก็ได้นะ "

    " เอางี้...เพื่อความสบายใจ เราไปดูกันทั้งสามคนเลย! "

    " ห๊ะ !!!! "

     เสียงร้องประสานดังจากบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าน้อง หลังจากที่คนพี่ได้ชวนไปพิสูจน์ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะปฏิเสธก็ถูกลากจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องใต้เพดานชั้นบนสุดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นห้องที่ไว้ใช้เก็บของและยังเป็นที่เดียวกับที่ส่งเสียงแปลกๆออกมาให้พวกเธอได้ยิน

     แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามามากพอที่จะสามารถเห็นส่วนต่างๆ ภายในห้อง ห้องนี้ค่อยข้างกว้างใหญ่พอสมควร หลังจากพากันเดินเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความอับชื่นจากภายในห้อง จากที่สามารถมองเห็นห้องนี้เต็มไปด้วยฝุ่นหนาที่จับตัวกันแน่นตามสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่หนังสือจนไปถึงข้าวของเครื่องใช้ที่มีทั้งยังดีและพังไปแล้วอยู่รวมกัน แต่ก็ไม่มีอะไรที่บ่งบอกได้ว่าเป็นต้นตอของเสียงที่เกิดขึ้นได้เลย

    " เห็นไหมว่าไม่มีอะไร...คงเป็นพวกหนูหรือลมกระทบ.. " ยังไม่ทันได้จบประโยคดี คนตัวเล็กก็สังเกตเห็นเงาอะไรบางอย่างสะท้อนเหนือหัวพวกเธอ และคงไม่ใช้แค่เธอที่เห็นแน่ๆ เพราะตอนนี้มินจูเองก็ยกมือชี้ไปที่เงานั้น ก่อนทั้งสามจะหันขึ้นไปมองยังต้นตอของเงา


    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



     " พี่ไม่เห็นมีขี้ค้างคาวเลย " มินกยองที่เดินขึ้นมาสำรวจห้องในตอนเช้า หลังจากที่ทั้งสามคนบอกว่าเห็นค้างคาวเมื่อคืน เขาเดินไปรอบๆ ห้องก่อนจะวนกลับมาตรงหน้าประตูอีกครั้ง

     " แต่น้องวอนบอกว่าหน้าตาแบบนี้ " หนึ่งเปิดหนังสือพร้อมกับชี้ให้แฟนพี่สาวดู และหันไปมองสามสาวที่ยืนยันว่าเห็นจริงๆ กำลังยืนเกาะขอบประตูอยู่

     " นี่มัน...ค้างคาวสเปกตรัม? เป็นค้างคาวที่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นของภูมิภาคอเมริกากลาง ตั้งแต่ตอนใต้เม็กซิโก จนถึงตอนเหนือของบราซิล และหมู่เกาะต่างๆ ของตรินิแดด... ที่นี่เกาหลีนะ ไม่มีหรอก " มินกยองพูดขึ้นมาหลังจากได้เห็นภาพและอ่านหนังสือที่หนึ่งเปิดให้ดู

     " ค้างคาวสเปกตรัม? " เป็นมินจูที่หันไปถามวอนยองกับซากุระ แต่ก็ได้รับเพียงการสายหน้ากลับมาเพียงเท่านั้น และมินกยองเองก็รับรู้ถึงความสงสัยนี้ จึงรีบอธิบายต่อ

     " ค้างคาวสเปกตรัมหรืออีกชื่อเรียกว่าค้างคาวแวมไพร์แปลง เป็นค้างคาวที่ถูกจัดเป็นค้าวคาวขนาดใหญ่ เป็นค้างคาวชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Vampyrun "

     " งั้นก็ดูดเลือดได้ แล้วแปลงร่างได้เหมือนแวมไพร์หรอคะ 0.0! " วอนยองรีบโพรงออกมาด้วยความตกใจ และก็เรียกรอยยิ้มขำจากคนฟังได้เป็นอย่างดี

     " ไม่ใช้สิ ค้างคาวแปลงร่างได้มันก็มีแต่ในหนังหรือตำนานเท่านั้นแหละ แต่ที่เรียกว่าค้างคาวแวมไพร์แปลง เพราะมีพฤติกรรมคล้ายกับค้างคาวแวมไพร์ (ค้างคาวดูดเลือด) แต่นี่จะไม่ดูดเลือดแต่จะกินพวกสัตว์เป็นอาหารพวกหนู นก โดยเฉพาะนกพิราบหรือค้าวคาวเหมือนกัน " มินกยองพูดจบก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กๆ ตรงหน้า

     " เอาละ พี่ว่าเราลงไปข้างล่างกันดีกว่านะ "

     แต่จะว่าไปก็เคยได้ยินว่ามีคนเห็นในปี1919นะ? มินกยองได้เพียงพูดกับตัวเองในใจก่อนจะเดินลงตามเด็กๆ ไปข้างล่างของบ้าน

     " เป็นไง? เจอไรไหม " อึนซอที่สังเกตเห็นว่ามินกยองกำลังเดินเข้ามาภายในห้องอาหารที่เธอกำลังจัดโต๊ะอยู่

     " ไม่เจอไรนะ สงสัยเด็กๆจะตาฝาด แล้วนี่ทำไรวะ " มินกยองเอ่ยถาม

     " จัดโต๊ะเตรียมแดกข้าวเนี่ย ไอสามกำลังทำกับข้าวอยู่ " มินกยองพยักหน้ารับรู้ก่อนจะอาสาช่วยอีกแรง รวมถึงยูจินกับสี่ที่ตามมาช่วยในตอนหลัง

     " ว่าแต่อาฟานี่กับบิ้นจะกลับมาตอนไหนวะ "

     " ไม่รู้ว่ะ เมื่อเช้าก็พยายามหาสัญญาณโทรหาแล้วนะ แต่ก็ไม่ได้ผล " มินกยองพูดเสียงเศร้าเพราะเป็นห่วงที่ป่านนี้ยังไม่กลับกันมา

     " ไว้เดี๋ยวกินไรเสร็จ ฝนซาแกก็ลองขับรถไปดูตรงจุดพักรถแล้วกัน "

     " ก็คงงั้นแหละ "

     ส่วนสามที่ทำข้าวเสร็จแล้วนั้น ก็ออกมาบอกให้คนที่จัดโต๊ะกันอยู่เข้ามาช่วยกันยกออกไป ส่วนยูจินเองก็อาสาเดินไปตามคนอื่นๆ ภายในบ้าน

     " ข้าวเสร็จแล้วนะทุกคน มิ้นไปเรียนพี่สองกับพี่หนึ่งลงมาทีลงมาที " ยูจินเดินเข้ามาตามทุกคน ก่อนจะหันไปพูดกับมินจูให้ไปตามอีกสองคน และใช่ค่ะ ตอนนี้เธอสามารถเรียกบรรดาฝาแฝดทุกคนด้วยชื่อพิเศษแล้ว แต่ก็ขอเว้นพี่แคนดี้ไว้คนหนึ่งที่เธอยังไม่กล้าเรียกจริง พอคิดจะเรียกแต่ได้เห็นท่าทางนิ่งๆ นั้นเธอก็ไม่กล้าสักที

     ในระหว่างทางที่มินจูเดินไปเรียกพี่ทั้งสองคน เธอก็ได้ยินเสียงรัวกลองอีกครั้งหนึ่ง และนั้นก็สร้างความรำคานใจให้หญิงสาวไม่น้อย จึงตัดสินใจวิ่งขึ้นไปดู แต่จะไปคนเดียวก็ดูใจกล้าเกินไป และในจังหวะนั้นเองพี่สี่กำลังเดินตามเธอขึ้นมาพอดี เธอจึงฉุดมือให้อีกคนขึ้นไปด้วยกัน

     " เฮ้ยๆ เดี๋ยว นี่เธอจะพาพี่ไปไหน " ด้วยความตกใจที่อยู่ๆ คนตรงหน้าก็มาลากเธอให้เดินตามขึ้นมายังห้องใต้เพดานชั้นบนของบ้าน ทั้งที่เธอแค่จะเดินขึ้นมาเอามือถือแค่นั้นเอง

     " เมื่อกี้พี่สี่ไม่ได้ยินเสียงเหรอ "

     เสียง?

     แต่ไม่ทันได้สงสัยนาน เมื่อเสียงนั้นกลับดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสองร่างที่พากันมาอยู่ภายในห้องเรียบร้อย เสียงนั้นยังคงดังขึ้นมาเรื่อยๆ สร้างความสงสัยว่าดังมาจากที่ใด มินจูและสี่เดินตามหาต้นตอของเสียงจนมาหยุดอยู่หน้าตู้ไม้หลังใหญ่ ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่เสียงก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเท่านั้น

     " พี่ว่าเสียงน่าจะดังมาจากข้างบนตู้นี้นะ " สี่พูดก่อนจะใช้ความสูงที่มีของตัวเองยืดขึ้นดูแต่ด้วยความที่ตู้มาขนาดใหญ่และสูงกว่าจึงทำให้มองเห็นได้ไม่ถนัดนัก

     แล้วมินจูก็ลากเก้าอี้มาตัวหนึ่งก่อนจะพาตัวเองปีนขึ้นไปดู ก็พบว่าเสียงได้ดังออกมาจากกล่องสีเหลี่ยมของเล่นเก่าๆ เธอหยิบมันขึ้นมาก่อนจะปัดฝุ่นออกและเปิดดูข้างในก็พบว่ามันมีลักษณะเหมือนเกมกระดานทั่วๆ ไป แต่ก็น่าแปลกเพราะเธอได้ยินเสียงดังมาจากเกมนี้และเมื่อหยิบมันลงมาเสียงก็เงียบลง




SHARE
Written in this book
RANDOM
FanFiction
Writer
JZ
ETC.

Comments