คืนนั้น
18.30

[ฮัลโหล เมษ์อยู่ไหน]

“อยู่หน้าหอ รออยู่เนี่ย”

[เค ๆ กำลังไป]



เสียงดนตรีสดดังขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้รู้ว่า งานดนตรีประจำปีได้เริ่มขึ้นแล้ว

งานดนตรีนี้จัดเพื่อต้อนรับนักศึกษาปีที่ 1 มีการแสดงดนตรีสดจากวงที่มีชื่อเสียงหลายวง และการประกวดดาวเดือนของมหาวิทยาลัย

“วันนี้คนเยอะแน่เลย ว่าไหม”

“ก็ต้องเยอะสิ มีแต่วงดัง ๆ ทั้งนั้น จะทันไหมเนี่ย” ฉันบ่นพร้อมเดินไวกึ่งวิ่ง เพื่อไปให้ทันงานดนตรี

“เอาน่า อย่าบ่น รีบ ๆ เดินเข้าไป”

ตอนนี้หน้างานการแสดงเนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาหลากหลายชั้นปี ทุกคนต่างแต่งตัวประชันความสวยหล่อ ยืนถ่ายรูปกับป้ายงานขนาดใหญ่ บ้างก็เข้าซุ้มกิจกรรมเพื่อรับของรางวัล

“เข้าไปก่อนเลย พวกฟ้า แอน กัน รออยู่หน้าเวที เดี๋ยวไห้องน้ำก่อน”

“โอเค รีบตามมานะ”




ตื้อดึง~

เสียงแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างไลน์ก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อคุ้นเคย “อาจารย์น้ำตาล”

: ตอนนี้อยู่ไหน

: อยู่หน้างานค่ะ ฝั่งห้องน้ำหญิง อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าคะ

: มาหาหน่อยสิ

: อาจารย์อยู่ไหนคะ เดี๋ยวหนูไปหา

: อยู่ตรงบันไดฝั่งประตูซี เดินเลยห้องน้ำหญิงมาเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอ อยู่ขวามือ

: ค่ะ

ฉันยังคงทำหน้างงกับข้อความในมือถือ ‘ทำไมต้องให้ไปหาด้วยนะ’ แต่ขาก็มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางที่อาจารย์บอกไว้

~...คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น….~


‘อยู่ตรงนี้จริง ๆ ด้วยแหะ มานั่งทำอะไรที่มืด ๆ คนเดียวเนี่ย’


“สวัสดีค่ะอาจารย์”

อาจารย์สาวพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มหวานเป็นการรับไหว้ คนหน้าใส ขาวเนียน มีรอยหยักปรากฏบนใบหน้าเล็กน้อย คิ้วโก่งงาม จมูกเป็นสัน ปากชมพูระเรื่อดูอวบอิ่ม พร้อมด้วยเสื้อเชิร์ตฟ้าอ่อนแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ

“มานั่งทำอะไรมืด ๆ คะ” ฉันพูดพร้อมเดินเข้าไปนั่งลงข้างอาจารย์

“อยากฟังเพลง”

“ไม่เขาไปข้างในล่ะคะ”

”คนเยอะน่ะ แล้วมีแต่นักศึกษาด้วย เข้าไปงานจะกร่อยเอา” หันมาตอบด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ

‘ทำไมตาเศร้าขนาดนั้น’ ฉันไม่กล้าถามอะไรหรอก ได้แค่ส่งยิ้มให้

แล้วเราก็เงียบไปสักพักนึง อาจารย์จึงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“ขอโทษที่รบกวนนะ แต่ช่วยอยู่ด้วยกันก่อนได้หรือเปล่า ” คนพูดยังคงจ้องไปยังกำแพงข้างหน้า

“ได้ค่ะ”

~...ทำไมแค่ลมเพียงแผ่วเบา ยังทำให้เหน็บหนาว แค่ เพียงแผ่นฟ้าที่ว่างเปล่ายังทำให้มีน้ำตา ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน อ่อนแอจนเกินจะเข้าใจ…~

ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำหรือพูดอะไรออกไป ได้แค่นั่งนิ่ง ๆ เป็นเพื่อนคนข้าง ๆ ที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ในขณะที่สมองของฉันคิดคำถามไปเรื่อย ก็รู้สึกหนักถึงแรงกดตรงไหล่ขวา ทำให้หันไปมองโดยอัตโนมัติ อาจารย์พิงไหล่ฉัน แต่ไม่พิงเปล่า เพราะฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสะอื้น เพื่อความแน่ใจ ฉันจึงก้มลงไปมองหน้าคนพิงไหล่ พร้อมมือเชยคางเพื่อให้เห็นหน้าชัด ๆ น้ำตาไหลอาบเต็มแก้ม ร้องไห้หรอ ร้องทำไม ฉันจะทำยังไงดี ฉันนึกอะไรไม่ออกแล้ว หัวมันตื้อไปหมด

ความเงียบเข้าปกคลุม ได้ยินเพียงเสียงเพลง และเสียงของลมหายใจ ที่ตอนนี้มันติดขัด

~...ขอฉันนั้นขอดูแลเธออยู่ตรงนี้ พร้อมเพราะฉันพร้อมจะเข้าใจ ใส่ใจมอบสิ่งดีๆ…~

ฉันยังคงจ้องสายตาคู่ตรงหน้า ด้วยความเป็นห่วง หน้าใกล้กันไม่ถึงคืบ และเข้าใกล้เรื่อย ๆ โดยคนหน้าสวยที่ยังเต็มไปด้วยน้ำตา ฉันหลับตาพริ้ม รับความรู้สึกนุ่มที่ริมฝีปากครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนออก ฉันลืมตามองคนตรงหน้า ที่ตอนนี้เหมือนตกใจในสิ่งที่ตัวเองทำ รีบพูดขอโทษ ก่อนจะทำท่าทีเหมือนจะลุกขึ้น ฉันรั้งมือคนตรงหน้าไว้ ส่งสายตาบ่งบอกว่าอย่าพึ่งไป คนตรงหน้าหันมาสบตา นั่งนิ่งอีกครั้ง ฉันใช้มืออีกข้างเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มนวล เลื่อนหน้าเข้าประกบริมฝีปากอวบอิ่ม

‘นุ่มนวล’

‘นุ่มนวลที่สุด’

~...ฉันนั้นก็พร้อมที่จะไปกับเธอได้สุดทาง ที่ๆ มีเธอและฉัน

มันก็เป็นเหมือนใจกลาง ความรู้สึกดีๆ ...คือความรู้สึกดีๆ…~




 


ดินแดนแห่งความรัก -เครสเชนโด้

เปราะบาง –บอดี้สแลม ver.Peach Panicha

ใจกลางความรู้สึกดีดี - เอ๊ะ จิรากร สมพิทักษ์

SHARE
Writer
McatM
Cat

Comments