เป็นมาร์กซิสต์แล้วใช้ iPhone บาปมั้ย ?
อันที่จริงผมก็ไม่ควรใช้คำว่า "บาป" นะครับ เพราะชาวมาร์กซิสต์เราไม่เชื่อในศาสนาใด ๆ ดังนั้นพวกเราก็ไม่เชื่อเรื่อง "บุญ-บาป" ในแง่ที่หมายถึง ผลของการกระทำที่จะส่งให้เราลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ 

แต่ที่ผมเลือกใช้คำว่า "บาป" ในบทความนี้ ก็เพราะมัน "ได้ฟีล" ในแง่ที่เป็นสิ่ง "ไม่พึงกระทำ" ของคนที่สังกัดอยู่ในความเชื่อใดความเชื่อนึง เพราะถ้าทำสิ่งนั้นแล้วเราจะเป็นพวก  "hypocrtie" (พวกปากว่าตาขยิบ) เพราะการกระทำนั้นย้อนแย้งกับสิ่งที่เราบอกว่ามันถูกต้อง 

ตัวอย่าง เช่น 

กลุ่มการเมือง A ออกมาประท้วงรัฐบาลของ นาย B. "ว่าไม่โปร่งใส,ไร้ฝีมือในการบริหารประเทศ และ ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้" จนกระทั่งรัฐบาลของนาย B. ถูกโค่นลง

ต่อมามีการเลือกตั้งใหม่ และ ได้รัฐบาลของนาย C. มาบริหารประเทศ ผลปรากฏว่า รัฐบาลของนาย C. ก็ไม่โปร่งใส และ ไร้ฝีมือในการบริหารประเทศ มิหนำซ้ำยังคอรัปชั่นอีก 

แต่สิ่งที่กลุ่มการเมือง A แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ..
"อ๋อ เศรษฐกิจประเทศเราแย่ ก็เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกแย่น่ะ อย่าไปโทษรัฐบาลนาย C. เลย"
"ตอนนี้พวกเราเลิกสนใจการเมืองแล้ว" 

นี่เป็นตัวอย่างของพวก "ปากว่าตาขยิบ" คือ แสร้งว่ามีหลักการ แต่แท้จริงแล้วนำหลักการมาใช้ในกรณีที่หลักการนั้นมาสนับสนุนผลประโยชน์ของ "กลุ่มคน" ที่พวกเขาชื่นชอบ และ พวกปากว่าตาขยิบพร้อมจะทิ้งหลักการได้ทุกเมื่อ เหมือนโคลงโลกนิติ ที่เราเคยเรียนสมัยมัธยมว่า

๏ งาสารฤาห่อนเหี้ยน หดคืน
คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น
ทุรชนกล่าวคำฝืน คำเล่า
หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน๚ะ๛
(คำกล่าวของสาธุชน เหมือนงาช้างไม่มีวันหดคืน
แต่คำกล่าวของทุรชน เหมือนหัวเต่ายืดออกยาวแล้วหดสั้น เอาแน่นอนมิได้ฯ)

ดังนั้นแล้วในทุก ๆ ลัทธิความเชื่อ ไม่ว่าจะทางศาสนา หรือ การเมือง ล้วนให้ความสำคัญกับการมี "สัจจะ" ล้วนแต่มีสิ่งที่ "พึงกระทำ" และ "ไม่พึงกระทำ" อยู่ ล้วนแต่มี "สิ่งที่ดี" และ "สิ่งที่ชั่ว" อยู่ทั้งสิ้น

ทีนี้เรากลับมาดูที่ลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) ที่ก่อกำเนิดขึ้นในฐานะของปฏิกิริยา ต่อระบอบทุนนิยม (หรือพูดง่าย ๆ คือเกิดจากคนที่เห็นว่าทุนนิยมเป็นสิ่งที่ล้าหลัง 
เห็นปัญหาของระบอบทุนนิยม ที่จะสร้างความพินาศวอดวายสู่มวลมนุษยชาติ นั่นเอง) 


ดังนั้นแล้วการทำสิ่งที่ต่อต้าน "ระบอบทุนนิยม" ย่อมเป็นสิ่งที่ดี 
ในขณะที่การสนับสนุน "ระบอบทุนนิยม" ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรทำ

ทีนี้ก็เลยมีคน "คิดแบบง่ายๆ" ว่า 

"อ๋อ งั้นการต่อต้านทุนนิยม คือ การไม่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ ที่มาจากระบอบทุนนิยมน่ะสิ!"

ถ้างั้นแล้วเราก็ไม่ควรใช้ iPhone กินMcDonald,กินโค้ก,ไม่เข้า 7-11,ไม่เดินเซนทรัล,ไม่ดูหนัง Hollywoods, ไม่ใช้เงิน แล้วออกจากเมืองไปปลูกพืชผักสวนครัวกินเอง อยู่แบบพอมีพอกินกันดีกว่า เวลาอยากดูหนังก็เชิดหนังตะลุงดูเองที่บ้านเดี๋ยวระบอบทุนนิยมก็สลายหายไปเอง 

ซึ่ง... ไม่ใช่โว้ย!

1. ระบอบทุนนิยมไม่มีวันล่มสลายหายไป จากการที่มีใครบางคนไม่กิน KFC หรือ ไม่เดินเซนทรัล
2. การปฏิบัติการของปัจเจก (ไม่ได้ทำเป็นขบวนการ)  ไม่ใช่วิธีคิดของมาร์กซิสต์ มิหนำซ้ำผิดตั้งแต่การสำนึกถึงตัวเองในฐานะปัจเจกแล้ว 

กล่าว คือ การมองไม่เห็นความสัมพันธ์ในการดำรงอยู่ของตัวเองกับมนุษย์คนอื่น ๆ คิดว่าเราเป็นตัวเราเองได้โดด ๆ โดยไม่เข้าใจว่า "ความเป็นเรา" ถูกประกอบสร้างจากการ "เลียนแบบ" พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกิดก่อนเรา (ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านสื่อ) และ ตัวเราจะเป็นใครนิสัยใจคอยังไง ก็ขึ้นอยู่กับว่า ณ โมเม้นนั้น "เรากำลังอยู่กับใคร"

ความเชื่อ,ความต้องการ,ค่านิยม ที่เราเข้าใจว่าเราเลือกเอง ก็เป็นผลมาจากกดไกทางอุดมการณ์ของรัฐและการเสพสื่อต่าง ๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นไปตกค้างในจิตใต้สำนึกของเรา จนเราคิดว่าสิ่งที่เราคิดนั้นเป็น "ธรรมชาติ" (อันนี้ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจนิดนึง)

ดังนั้นแล้วข้อเสนอของลัทธิมาร์กซ์ จึงไม่ใช่การ "ไม่ใช้ iPhone,ไม่เดินเซนทรัล,ไม่เข้าเซเว่น" 
ด้วยปัจเจกบุคคล (ก็คือต่างคนต่างทำนั่นแหละ) 
หากแต่เป็นการ ทำความเข้าใจ>รียนรู้ทฤษฎี>วางแผนการจัดรูปขบวนการให้เข้ากับบริบท (ของยุคสมัยและของพื้นที่นั้นๆ) > ลงมือปฏิบัติ (อย่างเป็นขบวนการ)> นำผลที่ได้จากการปฏิบัติมาแปรเป็นทฤษฎี เพื่อให้ได้วิถีการต่อสู้ที่มีพลัง,มีทิศทางที่ถูกทบทวนมาอย่างดี และ ได้ประสิทธิภาพที่สุด

ถ้าชนะก็ดีไป แต่ถ้าแพ้เราก็ต้องมีทฤษฎีที่ผ่านการปฏิบัติแล้ว
ให้ "มาร์กซิสต์รุ่นต่อจากเรา" ได้นำไปใช้พัฒนาต่อ ไม่ต้องเริ่มจาก 0 

3. ในยุคสมัยที่ "ระบอบทุนนิยม" ต่อสู้กับ "ระบอบศักดินา" 
นักต่อสู้ภายใต้อุดมการณ์แบบทุนนิยม (เรียกว่าเสรีนิยมก็ได้) ก็ต้องเผชิญกับข้อครหาว่า

"ระบอบที่แกต้องการมันไม่มีวันเป็นจริงหรอก! ดูสิ
 ในปัจจุบันแกยังต้องหากินบนแผ่นดินของ..........เจ้าที่ดิน อยู่เลย"  


และระบอบทุนนิยมก็ไม่ได้เอาชนะระบอบศักดินาได้ด้วยการ "ไม่ทำกินบนแผ่นดินของเจ้าที่ดิน"
หรือ การหนีออกไปค้าขายอยู่นอกเขตศักดินา

พวกเรา ในฐานะที่เกิดมาภายใต้ระบอบทุนนิยม เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่เราต้องได้บริโภคหรือผลิตสินค้าของระบอบทุนนิยม 

เราไม่สามารถไปรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และ ไปพูดที่เคาท์เตอร์การเงินว่า
"อ๋อ โทษทีนะครับ พอดีผมเป็นนักต่อสู้เรื่องรัฐสวัสดิการรักษาพยาบาลฟรี 
ดังนั้นผมขอไม่จ่ายเนาะ" 
หรือ ไปซื้อ iPhone แล้วบอกว่า
"ผมขอไม่จ่ายเงินนะครับ พอดีผมต่อต้านทุนนิยมอยู่" 

ดังนั้นแล้วการที่เราบริโภคหรือผลิตสินค้าภายใต้ระบอบทุนนิยม 
ไม่ใช่สิ่งที่ "บาป" (ไม่ใช่สิ่งที่ย้อนแย้งในตัวเองหรือผิดหลักการ) 

แต่เป็นการที่เรานิ่งเฉยหรือกระทั่งขัดขวาง,บ่อนทำลาย "ขบวนการสังคมนิยม" 
ด้วยความกลัวว่าตัวเองจะเสียผลประโยชน์ต่างหากที่เป็น "บาป"



สำหรับผมแล้ว ผมจะไม่เรียกร้องให้ใครทำอะไรในสิ่งที่ผมเองก็ทำไม่ได้ 
ผมเข้าใจดีในคำพูดที่ว่า "เราก็ทำในสิ่งที่เราพอทำได้" เช่น เดียวกับที่ Marx และ Engel เคยเสนอไว้ว่า "มนุษย์เราก็คิด และ ทำ ในสิ่งที่เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์กำหนดเท่านั้น เช่นนั้นแล้ว ลัทธิ Marx จึงต้องมีการ "แก้ไข" อยู่ตลอดใหเข้ากับบริบททางสังคม" 

ดังนั้นผมไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดเหนือไปกว่าสิ่งที่ "เราพอทำได้" 
ถ้าคุณเป็นนักดนตรี ก็แต่งเพลง,เป็นนักเขียน ก็เขียนหนังสือ,เป็นนักเคลื่อนไหว ก็เคลื่อนไหว หรือ แม้แต่เป็นนายทุน ก็อาจสนับสนุนทุนแก่ขบวนการสังคมนิยม ตามเท่าที่ตัวเองทำแล้วสบายใจ

ส่วนในภาคของจะทำอย่างไรให้
 "ความสบายใจและรู้สึกดี ในการกระทำเพื่อสนับสนุนขบวนการ"
นั้นแผ่ขยายขึ้น เป็นภารกิจของ ศิลปิน (นักสู้ในสนามของวาทกรรม) ที่จะต้องต่อสู้กันต่อไป 

ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน คือ 
ระบอบที่ไม่ดูถูกความเป็นมนุษย์ ระบอบเศรษฐกิจและสังคมที่ก้าวหน้า

เพื่อความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ ... ที่ดีกว่าเดิม 

---มือกลอง กบฏ 12/11/19--

**เพิ่มเติม** ในบทความนี้มีจุดอ่อนอยู่และมีผู้ได้ขยายความ ตามดูได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2632782090077638&id=100000376189990












SHARE
Written in this book
2019
Writer
K_Kabot
Drummer,Commissar,RappeR
Kalibut’s Drummer & Kabot Sabot’s Rapper --- "The Rebellion Writer" ----

Comments