สิ่งที่จำไม่ได้ ในปีนี้
      วันนี้เป็นวันใกล้สิ้นปีแล้ว แอบดีใจนะที่มันจะผ่านไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่ได้จดจำสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีเลย ลืมไปแล้วว่าเข้ามาเขียนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่ดีใจนะที่ไม่ได้เข้ามาบ่อบ ๆ เพราะถ้าเข้ามาเมื่อไหร่ก็จะรู้ได้เลยว่า อ่าาาา เธอไม่สบายอีกแล้ว
      
       ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ หลังจากเขียนเสร็จก็อยากจะกลับไปอ่านเรื่องราวที่เขียนมาทั้งหมดของปีนี้จังเลย แต่คงอ่านไม่เข้าใจถึงอารมณ์ตอนนั้นหรอกใช่ไหมล่ะ 
      
       เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในปีนี้มีทั้งเรื่องที่ทำให้ได้เรียนรู้ มีทั้งเรื่องสุขและทุกข์ มีทั้งรอยยิ้มและเรื่องราวที่ทำให้เจ็บปวดจนเสียน้ำตา แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็สามารถหวนกลับมาได้แม้ว่ามันจะเคยเป็นบทเรียนของเราแล้วก็ตาม

      จุดที่คิดว่าทำให้ปล่อยวางกับเรื่องราวแย่ ๆ ได้มากหรือเก่งขึ้นมากแล้วคือการที่จำไม่ได้ว่าปีนี้เสียใจเรื่องอะไรบ้าง แม้จะพยายามนึกแต่ก็ยากมาก ขอบคุณที่ลืมมันอย่างสนิทใจเลยนะ แล้วหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเรื่อง  I decide to live as myself แล้วมันทำมุมมองให้การคิดเปลี่ยนไปมากจริง ๆ หนังสือทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการเลิกโทษตัวเอง และเหตุผลในการที่เรายังต้องใช้ชีวิต มันดีมากเลยล่ะ อยากให้ทุกคนลองไปอ่านดูนะ

     จริง ๆ แล้วที่จะเขียนนี้ตั้งใจให้มีสาระ เป็นการบันทึกเรื่องราวของปีนี้ที่มันกำลังจะผ่านไป แต่ก็นะ เล่นจำอะไรไม่ค่อยได้เลยสิ เลยได้เรื่องราวอะไรไม่รู้ แต่ก็คิดว่าถ้าบันทึกไว้ก็คงดี เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกมั้งนะที่เข้ามาเขียนด้วยอารมณืที่มีความสุข

     ปีนี้ได้ทำสักอย่างสองอย่างเลยหล่ะที่เป็นสิ่งที่ชอบ ครอบครัวคนรอบตัวไม่ห้าม หรือมันอาจจะเป็นแค่เราที่มองข้ามเอง เลิกมองว่าทุกคนใส่ใจเรา แค่นี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะเมื่อก่อนเราจะฟังทุกคนว่าสิ่งที่เราทำ ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ เสียเวลา เสียเงิน มันเลยทำให้เราเจ็บปวด บางทีการเดินออก การไม่อ่่าน ไม่ให้ค่าสายตาเหล่านั้นมันทำให้เราดีขึ้นเยอะ เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นโดยไม่ต้องสนใจสายตาใคร
       
        อยากจะเขียนให้มาก ๆ เลยกับสิ่งที่ทำในปีนี้ อย่างที่จำได้เลยก็คือการได้ไปดูคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ปลอบโยนใจเรามาก ได้ไปเห็นคนที่เราชอบยืนอยู่บนเวที จากที่ดูจออยู่บ้านมันได้ไปเห็นเค้าจริง ๆ ก็อิ่มเอมใจบอกไม่ถูก
      
       การได้ตัดสินใจตีตัวห่างออกจากใครบางคนที่ทำให้เราเจ็บปวดเป็นระยะเวลานาน มันรู้สึกว่าเหมือนเราต้องเสียเพื่อนเเต่ก็เป็นอีกความรู้สึกที่ดีอีกอย่างที่ทำให้ชีวิตเดินไปด้วยความไม่ลำบากใจอีกแล้ว
     การพยายามพูดในสิ่งที่คิดให้ได้มากที่สุด หมายถึงว่าเรากล้าที่จะพูดออกมามากขึ้นในการที่จะแสดงสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ออกมา ชอบ ไม่ชอบ บางทีมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร บางคนเขาก็ไม่ฟังเรา แต่ถือว่าเราได้พูดแล้ว แค่มันเป็นสิ่งที่ทำร้ายใครก็พอ เรายึกแค่ข้อนี้แหละตอนนี้ พูดออกมาเถอะสิ่งที่คุณรู้สึก ที่ต้องการ อย่าปล่อยให้มันสะสมอัดอั้นตันใจไว้อีกเลย
     
      สิ่งที่เสียดายและอยากทำคงไม่มี เพราะเมื่อปีก่อนเจ็บปวดกับเรื่องราวมากมาย เริ่มต้นของปีนี้เลยไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้เลย เพราะแค่รักษาอาการตัวเองก็เจ็บปวดมากพอแล้ว เลยยังไม่อยากเพิ่มสิ่งที่มากวนใจเท่าไหร่ ก็ทำได้สำเร็จนะสำหรับการค่อย ๆ ปลอบโยนตัวเองจนดีขึ้นมาก
    
      ส่วนเรื่องที่ต้องปรับตัวเองในปีนี้ก็คือพูดให้น้อยลง อย่าโยนความรำคาญให้คนอื่นมาก ๆ เสียใจมากที่พยายามพูดให้น้อยลงเเล้ว แต่ก้เป็นปัญหาให้คนอื่นอยู่ดี

      สำหรับอีกหนึ่งวันกว่า ๆ ที่เหลือก่อนจะปีใหม่ ทุกสิ่งที่ผ่านมาก็คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อย่าไปคิดถึงมันอีกเลย สำหรับเรื่องที่เข้ามาในชีวิต ก็ขอให้เป็นเเค่เรื่องราวที่เราเคยได้เรียนรู้ อยู่กับปัจจุบันให้มากและใช้ชีวิตของคุณกันเถอะ ใช้ชีวิตที่คุณชอบ เลือกสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข แต่ไม่ต้องไปโฟกัสหาความสุขมาก สำหรับเราความเรื่อย ๆ นี่ล่ะดีที่สุด 
     

SHARE
Writer
__ANNE19
learner
alone

Comments