Our home sweet home
บ้านเดี่ยวสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่กลางซอยเล็ก ๆ
ในหมู่บ้านขนาดกลางที่แสนร่มรื่น
ภายในหมู่บ้าน มีทั้งสวนสาธารณะที่ชาวบ้าน
มักจะออกมาวิ่งเช้า ๆ ก่อนไปทำงาน
ผู้คนชอบที่จะมาเดินเล่น นั่งปิคนิค
และจับกลุ่มคุยกันช่วงเย็นที่แดดร่มลมตก
ในนั้นยังมีสนามเด็กเล่นขนาดย่อม ให้ลูกเด็กเล็กแดง
มาออกกำลังกายข้าง ๆ สายตาผู้ใหญ่

บ้านหลังที่พูดถึงในตอนต้น ตั้งอยู่ลึกเข้าไป
ในส่วนที่เงียบสงบ แต่ไม่ได้สันโดษ
ตัวบ้านสีไข่ออกนวล ๆ ตัดกับสีน้ำตาลเข้มอมส้ม
ของหลังคา ส่วนตกแต่งบนผนัง และพื้นภายนอก
มองจากช่องว่างระหว่างรั้วก็รู้สึกว่าบ้านนี้อบอุ่น
โดยไม่ต้องเข้าไปดูข้างในด้วยซ้ำ

แต่เล่ามาถึงขนาดนี้ จะไม่เข้าไปบรรยายลักษณะ
ในตัวบ้านก็ยังไง ๆ อยู่

เมื่อเปิดรั้วไม้สีน้ำตาลแดงเข้าไปก็พบกับรถเก๋งสองคัน
ของเจ้าของบ้านทั้งสอง คันหนึ่งสีขาวมุก อีกคันสีดำเงา
จอดเคียงข้างกัน ทั้งสองคันสะอาดเหมือนมีคนเช็ดอยู่เสมอ
ซ้ายมือข้างที่จอดรถเป็นทางลาด ถ้าขนของลงจากบ้าน
ก็เคลื่อนย้ายได้ง่าย ถ้ามีผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น
ทางลาดนี้ก็ใช้งานได้เช่นกัน

พื้นที่ด้านขวาถัดจากที่จอดรถ เสมือนสวนหย่อมย่อม ๆ
สนามหญ้าปูขนาบตลอดรั้ว ติดกับตัวบ้านเป็นบ่อน้ำเตี้ย
ยาวล้อมตัวบ้าน ในบ่อมีทั้งดอกบัวหลวง
และปลาหางนกยูงตัวเล็กหลากสีว่ายอวดโฉม
รอบรั้วเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นหอม ปลูกสลับสี
นานาพรรณ แทรกด้วยไม้ยืนต้นขนาดกลางเป็นร่มเงาหลัก
พื้นที่ส่วนนี้จึงถูกใช้เป็นห้องนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์
มีชุดโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่มุมหนึ่งไว้บริการผู้อาศัยให้มานั่ง
เปลี่ยนบรรยากาศในการทำกิจกรรมร่วมกัน


แค่รอบบ้านก็น่ารักแล้ว แล้วในตัวบ้านล่ะ ? 

จากที่จอดรถมีบันไดเล็กสามขั้นให้เดินเข้าไปในบ้าน
เปิดประตูเลื่อนเข้าไป เราก็เข้าสู่ห้องรับแขกทันที
สีสันในบ้านยังคงเป็นสีนวลสบายตาเหมือนภายนอก
พื้นทั้งหมดเป็นกระเบื้องยางพิมพ์ลาย
โซฟายาวรูปตัว L กับโต๊ะไม้ขอบมน วางเป็นชุดต้อนรับ
ด้านใต้มีพรมนุ่มสีเดียวกับขนเจ้าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์
ทีวีและเครื่องเสียงเต็มชุดวางอยู่ในชั้น Built-in
ที่เจ้าของบ้านทั้งสองร่วมกันออกแบบขึ้นมาเอง

ติดกับหลังโซฟาเป็น Partition ระแนงไม้ที่ถ้าแอบส่อง
ก็จะพบว่าหลังห้องรับแขก เป็นห้องทำงานนั่นเอง
ผนังของห้องนี้ ส่วนล่างเป็นผนังปูน ส่วนที่เหลือเป็น
ผนังกระจก โต๊ะทำงานสองตัวมีชุดคอมพิวเตอร์พีซีตั้ง
จอใหญ่สะใจคุณพ่อ และเผื่อที่สำหรับวางแล็บท็อป
ส่วนตัวอีกเครื่อง ทั้งสองโต๊ะหันชิดผนังคนละด้าน
ให้คนนั่งมองวิวทิวทัศน์สีเขียวสลับกับสีดอกไม้รอบรั้ว

นี่ล่ะ ที่มาของสวนหย่อมที่คุณแม่แสนจะตั้งใจออกแบบ
ที่จริงก็แค่อยากให้คุณพ่อได้พักสายตาด้วยสีเขียว ๆ บ้าง


อีกมุมหนึ่งของห้องปูพรมหนาสีเดียวกับพรมหน้าทีวี
มีโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กขอบมน ๆ และกล่องของเล่น
ตั้งไว้ ให้ตรงนี้เป็นมุมนั่งเล่นเจ้าตัวเล็กอีกมุมหนึ่ง
ชั้นวางต่าง ๆ ออกแบบเป็น Built-in ลอยตัวติดผนัง


ทั้งหมดออกแบบตามไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่
ผู้เป็นเจ้าของบ้าน และคิดเผื่อลูกชายลูกสาววัย 5 ขวบ
ตัวซนประจำบ้านที่กำลังเรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ
ที่เห็นรอบตัว



ถัดจากห้องรับแขกและห้องทำงานไปก็เป็นห้องน้ำ
และบันไดขึ้นสู่ชั้น 2

ส่วนห้องครัวที่เจ้าของบ้านให้ความสำคัญมากไม่แพ้
ห้องรับแขกและห้องทำงาน ต้องเปิดประตูหลังบ้านออกไป
เพราะส่วนนี้ยื่นเป็นส่วนหนึ่งกับภายนอก
หลังคาส่วนครัวเป็นเพียงชายคาที่ต่อเติมออกไป
เป็นพื้นที่หลังบ้านที่ยาวชนกับสนามหญ้าที่ขนาบข้างรั้ว
จะเรียกว่าเป็นห้องอาหารเอ้าท์ดอร์ก็ไม่ผิด
พื้นครัวยังเป็นพื้นปูน แต่พื้นส่วนกินข้าวเป็นพื้นไม้สีน่ารัก
แปลกประหลาด แต่เอาใจคุณแม่สุด ๆ

เคาน์เตอร์ครัวเป็นเกาะลอย ให้คนนั่งรอบนโต๊ะกินข้าว
มองเชฟประจำบ้านขยับตัวทำอาหารได้เต็มตา
อันนี้ไม่ใช่รีเควสคุณแม่ คุณพ่อต่างหากที่ขอมา
เพราะอยากนั่งมองดูภรรยาทำอาหาร


น่ารักทั้งบ้าน
น่ารักทั้งเธอ



คุณคนอ่านอาจจะสงสัยว่านี่บ้านใคร หรือนิยายเรื่องไหน
แต่นี่เป็นสิ่งที่เขากับฉันวาดไว้ร่วมกัน
เขาอธิบายได้แสนจะน่ารัก ส่วนฉันที่จบ Interior Architect
ก็อดจะเห็นมันเป็นภาพในหัวไม่ได้

บางทีการจินตนาการสิ่งใดไว้ล่วงหน้าก็น่ากลัวจะผิดหวัง
แต่ก็ดีกว่าไม่เคยมีภาพจินตนาการเหล่านั้นเลย
ทั้งที่วินาทีนี้ ทุกอย่างมันดีมากแท้ ๆ

ฉันเชื่อนะ การที่เราเห็นภาพและเล่าออกมาได้อย่างละเอียด
สักวันมันจะเกิดขึ้นจริง ๆ

ถ้าแต่งงานกัน เรามามีบ้านแบบนี้กันนะ
You said,
SHARE
Written in this book
Love like a movie
99% based on true (love) story
Writer
guesswho
crush on a letter
i love to read, sometimes i love to write :)

Comments