วันนี้เพิ่งได้รู้...
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน จำได้ว่าอยู่ในช่วงเตรียมสอบเข้าเรียนมัธยมต้น... (คงพอจะเดากันได้ว่าตอนนี้ผู้เขียนอายุเท่าไหร่)

สมัยนั้นต้องแบ่งเวลาอ่านหนังสือ มีตารางเวลาชัดเจนว่าเวลาเท่าไหร่ควรอ่านวิชาอะไร แต่บางครั้งอ่านไปก็แอบหลับบ้าง เหมือนที่เขาว่ากันว่าหนังสือคือยานอนหลับชั้นดี มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

บางวันอ่านไปก็เครียด ซึ่งวิธีหนึ่งที่ใช้คลายเครียดคือการวาดการ์ตูน พอเริ่มเครียด เบื่อๆ จะหยิบเอาสมุดขึ้นมาแอบวาดการ์ตูน เพื่อผ่อนคลาย แต่โชคร้ายก็มาเยือน เพราะพ่อแอบมาเห็นสมุดเล่มนี้เข้า เหมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด แต่ไม่ได้เจออังกอร์ เจอแต่พ่อหยิบสมุดเล่มนั้นปาทิ้ง 

ช็อค!!! และไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องร้ายแรงขนาดนั้น กับแค่การวาดรูปเพื่อคลายเครียด ทำไมพ่อถึงต้องทำขนาดนั้น แต่โชคยังดีที่เราสอบติดรร.ที่ครอบครัวคาดหวังอยากให้เข้า

เวลาผ่านมา 20 ปีที่ยังคงหาคำตอบนั้นไม่ได้

จนมาถึงวันนี้ วันที่แฟนของเราปาแก้วใส่ผนังห้องจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ หลังจากที่ทะเลาะกัน ด้วยเรื่องบางเรื่อง... หลังจากนั้นเราก็มาคิดทบทวนว่า ทำไมเราต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ และเรื่องราวเมื่อ 20 ปีก่อนก็ย้อนกลับมา

ภาพทั้ง 2 เหตุการณ์ยังคงชัดเจน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากคนที่เรารักทั้ง 2 คน นึกถึงทีไรน้ำตาก็คลอได้ทุกที เป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างสะเทือนใจ แต่ทำยังไงถึงจะสามารถอยู่กับเรื่องราวนี้ได้อย่างเจ็บปวดน้อยที่สุด?

คิดแง่บวก คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด, มีสาเหตุอะไรที่ทำให้คนเราขาดสติ อาจจะเกิดจากความเครียดสะสมในหลายๆเรื่อง ที่ยังอยู่ในใจและขาดการระบายออกอย่างถูกวิธี จนกลายมาเป็นการระบายออกโดยใช้ความรุนแรง

ขาดสติ = ไม่ได้ตั้งใจ , ถ้าเมื่อเวลาผ่านไปสติกลับมาแล้ว เขาคงคิดได้ว่าไม่ควรทำแบบนั้นไปเลย มันคงไม่ดีแน่ โดยเฉพาะกับคนที่เขารัก

และเราเองก็ต้องกลับมาทบทวนว่ามีส่วนผิดที่ทำให้เขาขาดสติจนควบคุมตัวเองไม่ได้หรือไม่ ที่สำคัญ เรายังจะสามารถให้อภัยเขาได้อีกมั้ย?

วันนี้เพิ่งได้ดูคลิปน้าเน็ก คุยกับผู้หญิงคนนึงที่เธอบอกว่า "เธอคิดถึงคนที่จากไป เพราะนิสัยเอาแต่ใจของเธอ"

น้าเน็กเตือนสติผู้หญิงคนนั้นว่า 
อย่าเพิ่งเห็นคุณค่าของแสงอาทิตย์ เมื่อเวลาที่รู้สึกว่าหนาวเหน็บมาก"
 
เพราะมันอาจจะสายไปเสียแล้ว...

ถึงตอนนี้เราอาจจะให้อภัยในเหตุการณ์ร้ายๆที่ผ่านมาทั้ง 2 เหตุการณ์ แต่รอยร้าวในใจมันก็ยังคงอยู่ ทุกครั้งที่เราเห็นหน้าคนที่เรารักทั้ง 2 คน ภาพจำเหล่านั้นมันยังคงชัดเจน... แต่อดีตก็คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และการให้อภัยคือสิ่งที่จะทำให้เราไม่เป็นทุกข์ในปัจจุบัน

สุดท้ายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป... ให้ได้นะ :)
SHARE
Writer
LumiAil2
Writer
เขาว่ากันว่า .. ฉันคือหมอยาโรมานซ์ ฝากติดตามผลงานรวบรวมบทความ เรื่องเล่าจากหัวใจ เรื่องสั้น ภาพประกอบคำบรรยาย และปรัชญาการใช้ชีวิตได้ที่ https://www.facebook.com/KaweeCheewit/

Comments

Lotoflost
1 year ago
กอดนะคะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราว.
Reply
LumiAil2
1 year ago
กอดๆคร่า :)