เราไร้พลัง จนเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้ไม่ได้เลยเหรอ?
เรื่องมันเริ่มมาจาก ประมาณอาทิตย์ก่อน เราไปแจ้งนิติคอนโดที่เราอยู่ ให้ช่วยทำใบเตือนพัสดุใส่ในกล่องจดหมาย แทนการมาเขียนรายชื่อกับจำนวนพัสดุในสมุด แล้ววางไว้ให้คนมาเปิดดูเอาเอง ซึ่งเป็นอะไรที่เช็คยากมากๆ ไม่สะดวกอย่างแรง เราได้รับพัสดุช้าเป็นเดือนๆ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าพัสดุมันส่งมาถึงเราแล้วตั้งแต่เมื่อไร จนเราต้องมาตามหาเองนั่นแหละถึงจะได้ของ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ด้วย จนเราอดไม่ได้ที่จะต้องมาบอก อยากให้นิติคอนโดทำอะไรสักอย่างกับปัญหานี้

ในตอนแรกเราอยากพิมพ์ในไลน์กลุ่มคอนโด แต่เราโดนแม่สั่งห้ามเอาไว้ แม่เราพูดว่า "อย่าทำตัวเด่น ให้คนอื่นเขาบ่นไป พิมพ์ไปเดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นไส้เอา" แม่เรากลัวว่าพอพิมพ์อะไรลงไลน์กลุ่มคนจะเห็นกันเยอะ จึงบอกว่า ถ้าอยากจะพูดนักก็ให้เราไปพูดเองกับพนักงานนิติคอนโดด้วยตัวเอง เราก็โอเค ตกลงตามนั้น

ตอนเราเดินลงไปบอกนิติคอนโดก็ไม่มีปัญหาอะไร เราไม่ได้ใช้อารมณ์โมโหโกรธอะไรเลย พูดแบบปกติทั่วไป ทางนั้นเขาก็รับทราบพยักหน้าเข้าใจ แล้วเหตุการณ์วันนั้นก็จบไป

ต่อมาเราได้ของรางวัลจากการเล่นกิจกรรมในเพจเฟสบุ๊คเพจหนึ่ง แน่นอนว่าการจะเช็คว่าพัสดุนั้นจะมาถึงเราเมื่อไร ก็ยังเป็นวิธีการเดิม คือการมานั่งเปิดสมุดที่พนักงานนิติคอนโดเขียนเอาไว้ด้วยลายมือ เราต้องมานั่งตาลายอีกรอบเพื่อพยายามหาชื่อตัวเองอย่างเบื่อหน่าย

เรามาบ่นเรื่องนี้กับแม่เรา แต่แม่เรากลับพูดประโยคหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สึกสิ้นหวังซะเหลือเกิน
"แม่บอกแล้ว ว่าแกพูดไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก ขนาดตอนประชุมเข้าของร่วม คนที่มีพาวเว่อร์มากกว่าแกตั้งเยอะเขาพูดไป พวกนั้นยังไม่เห็นสนใจจะแก้ปัญหาอะไรเลย แล้วแกเป็นใคร แกเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ไร้พลังคนหนึ่ง แกจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แม่บอกแล้วอย่าพูดไปดีกว่า อยู่เฉยๆ เงียบๆ น่ะดีแล้ว"

เราทำได้แค่นั่งเงียบๆ ปล่อยให้แม่เราอยากพูดสิ่งที่เขาอยากพูดไปเรื่อยๆ เพราะรู้ดีว่า ถ้าหากเราพูดแสดงความคิดตัวเองออกมาขัดแย้งกับแม่เพียงแค่คำเดียว แม่เราจะเริ่มโมโหแล้วเริ่มลากเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยมาอีกยาวแน่ๆ แต่ในใจก็อดโกรธแค้นตัวเองไม่ได้

เสียงของคนอย่างเราแค่เสียงเล็กๆ คนเดียว ใช่...มันไร้พลังเหลือเกิน
แต่ถ้าเรารวมกันเป็นหลายๆ เสียง ก็มีพลังขึ้นมาได้เหมือนกันนี่นา
แล้วทำไม? ถึงห้ามไม่ให้เราออกมาส่งเสียง เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ทำไมการออกมาเสนอความคิดอยากจะแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง
ถึงกลายเป็นการทำตัวเด่นจนเป็นภัยไปได้ล่ะ?

เรื่องอย่างนิติคอนโดไม่ยอมปิดป้ายเตือนพัสดุลูกบ้าน ดูเผิินๆ มันอาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เรื่องนี้มันทำให้เรา กลับมาคิดถึงสภาพสังคมในปัจจุบัน

ปัญหาหลายๆ อย่างทุกวันนี้ พวกเราเอาแต่เมินทำเป็นเหมือนว่ามันไม่มีอยู่หรือเปล่า พวกเรารักความสงบสุข ใช่ความสงบสุขเป็นสิ่งที่ดี แต่การตัดสินลงทัณฑ์ไปว่าคนที่ออกมาเรียกร้องการแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง กลับกลายเป็นผู้ที่สร้างความไม่สงบ สร้างความเดือดร้อน เพียงแค่เขาต้องการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้มันดีขึ้น มันดีแล้วหรือ?

เรามันแค่คนตัวเล็กๆ ไร้พลัง จนไม่สมควรจะเรียกร้องอะไรได้เลยหรือ? ทำไมการต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงทำให้เราดูกลายเป็นคนก้าวร้าว ไม่เคารพผู้ใหญ่? ทำไมการเรียกร้องถึงทำให้เราดูเป็นส่วนเกินของสังคม จนสมควรถูกประนาม?

เราต้องใช้ชีวิตอย่างปิดปากเงียบ ห้ามแสดงความไม่พอใจอันใดทั้งปวง ต้องชื่นชมเท่านั้น ห้ามเห็นต่าง ห้ามวิจารณ์ ถึงจะเรียกว่าเป็นคนดีงั้นหรือ?

เรารู้สึกไม่พอใจแนวความคิดนี้ของสังคมเลย เราอยากทำอะไรสักอย่าง
แต่ในความเป็นจริงเราทำอะไรไม่ได้เลย เราได้แต่เพียงตั้งคำถามมากมายในใจ

พวกเราจะต้องใช้ชีวิตกับแบบนี้ต่อไปจริงๆ หรือ? 
SHARE
Writer
Yoksin
Monster
สิ่งมีชีวิตในโหมดประหยัดพลังงานชีวิตเบอร์ 5 ที่ชอบเพลิดเพลินไปกันความคิดของตัวเอง

Comments

Stikpost
4 days ago
เรียกร้อง = ก้าวร้าว 
ความคิดแบบนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆน่ะแหละครับ ทำไมสังคมเราถึงมีความคิดแบบนี้ก็ไม่รู้นะ แต่คิดว่าคงมาจากบรรพบุรษยุคก่อนๆแหละ 

ผมว่าคนรุ่นเราอาจจะสามารถเปล่ี่ยนความคิดนี่ได้ซักวัน ช่องทางส่งต่อความคิดมันเยอะขึ้น ความรู้ที่ถูกต้องก็มีให้เรารับรู้มากขึ้น 

ตอนนี้ผมก็เลยเริ่มก้าวร้าวขึ้นบ้างแล้ว ถึงจะนิดนึงก็เถอะ
Reply
Yoksin
4 days ago
ใช่ค่ะ ได้แต่หวังว่าซักวันชุดความคิดในสังคมมันจะเปลี่ยนไปได้บ้าง จากการเปลี่ยนถ่ายคนในสังคมจากยุคสมัยหนึ่งไปอีกยุคสมัยที่ใหม่กว่า