เรื่องสั้น (จริงๆก็ยาวเหมือนกันนะเนี่ย) : weird
 
.

ณ.ร้านกาแฟสีไม้สะอาดสะอ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองหลวงของภาคเหนือ ภายในร้านที่เพิ่งจะเปิดร้านนี้จึงมีเพียงหญิงสาวในเคาเตอร์ ผู้ซึ่งกำลังฟังเพลงที่ทางร้านเปิด พร้อมกับฮัมไปเบาๆอย่างอารมณ์ดีในยามเช้าวันทำงาน

.

‘Last Christmas, I gave you my heart

But the very next day, You gave it away’

.

ฮัมไปได้ไม่กี่ท่อน ก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นที่ปลายประตู แสงแดดอ่อนๆกระทบร่างชายหนุ่มร่างสันทัด ตัดผมสั้น สวมแจ๊กเก็ต Superdry สีดำเดินเข้ามาในร้าน

.

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ”

.

หญิงสาวร้องทักไป ซึ่งชายหนุ่มที่ก้มลงกดอะไรบางอย่างบนสมาร์ทโฟนจนเสร็จแล้ว จึงเงยหน้า ฉีกยิ้มกว้าง และตอบกลับง่ายๆ

.

“สวัสดีครับ”

.

“รับเมนูอะไรดีคะ?”

.

“ ถ้าเป็นพวกกาแฟดำมีตัวไหนแนะนำเป็นพิเศษมั้ยครับ?”

หญิงสาวตรงหน้าลังเลสักครู่ ยิ้มเจื่อนๆแล้วจึงพูด

.

“เราไม่ค่อยเก่งเรื่องกาแฟ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ จะเรียกคอฟฟี่มาสเตอร์มาให้ค่ะ”

.

พูดจบแล้วจึงเดินอ้อมไปด้านหลังร้าน เอ่ยชื่อชื่อหนึ่งออกมา

.

“นุช”

.

ไม่กี่อึดใจ ชื่อที่ถูกเอ่ยถึงก็ค่อยๆเดินออกมาจากด้านหลังร้าน หญิงสาวผมประบ่าสวมเอี๊ยมสีดำ คอฟฟี่มาสเตอร์ที่ชื่อ

‘นุช’ นั่นเอง

.

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?” ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เธอยิงคำถามใส่ชายหนุ่มก่อนทันที

.

“ถ้าเป็นกาแฟตระกูลแบล๊คคอฟฟี่ มีเมล็ดกาแฟแบบไหนแนะนำมั้ยครับ?”

.

ผู้ฟังยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปทางเค้าเตอร์ใหญ่ที่เกี่ยวกับการชงกาแฟโดยเฉพาะ

.

“ทางนี้ค่ะ”

.

ชายหนุ่มเดินตามอย่างว่าง่าย หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเค้าเตอร์นั้น ดวงตาสีน้ำตาลมองเครื่องชงกาแฟมากมายตรงหน้า และฟังคอฟฟี่มาสเตอร์สาวร่ายยาวเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟแต่ละประเภท การชงรูปแบบต่างๆที่ผู้ออเดอร์สามารถเลือกสรรค์ได้ตามใจ เขานั่งฟัง และลองนึกตาม

.

เมื่อคอฟฟี่มาสเตอร์สาวพูดจบแล้ว เขาจึงเอ่ยถามอีกครั้ง

.

“ ถ้าเป็นแบบผม คิดว่าจะเหมาะกับเมล็ดกาแฟ และลักษณะการชงแบบไหนครับ?”

.

‘เอกอุ* เรื่องกาแฟ’ กอดอกมองไปยังคู่สนทนา คิดพิจารณาเล็กน้อยแล้วจึงพูดขึ้น

.

“เมล็ดกาแฟ เอาเป็นกาแฟม่วนใจ๋แล้วกัน กาแฟม่วนใจ๋เป็นกาแฟจากทางภาคเหนือของเรา คั่วปานกลางโดยทำให้กาแฟมีรสชาติกรุ่นกลิ่นไอดิน ซึ่งเป็นจุดเด่นของภาคเหนือและจะแฝงไปด้วยกลิ่นของเครื่องเทศสมุนไพรจากอินโดนิเซียค่ะ”

.

หญิงสาวเว้นวรรคไว้เพื่อสังเกตกริยาของชายหนุ่ม แววตาคู่นั้นสุกใสตื่นตาตื่นใจ แล้วจึงพูดต่อ

.

“ส่วนการชง จะใช้เป็นการดริปกาแฟ เพื่อดึงรสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วบดออกมาได้เป็นอย่างดี ว่าไงบ้างคะ?”

.

เขาเพียงแต่ฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้าแล้วเอ่ยถาม

.

“แก้วนี้เป็นแก้วแรกของวันรึเปล่าครับ?”

.

“ใช่ค่ะ”

.

“ถ้าอย่างงั้น ก็สุดฝีมือเลยครับผม”

.

ว่าแล้ว ‘คอฟฟี่มาสเตอร์สาว’ ลงมือชงกาแฟทีละขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน ทุกท่วงท่า อิริยาบถล้วนอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม เขานั่งมอง สลับกับเงี่ยหูฟังเพลงที่เพิ่งเริ่มใหม่ เมื่อเห็นเป็นเพลงที่เคยฟัง จึงร้องเพลงคลอไปด้วย

.

‘Oh my pretty pretty boy

I need you

Oh my pretty pretty boy I do

Let me inside

Make me stay right beside you’

.

ปล่อยเวลาให้เพลิดเพลินไม่นาน การสั่นเตือนของโทรศัพท์ก็ดึงสายตาของเขาให้ก้มมองลงไป การสั่นเตือนที่แจ้งมา เป็นข้อความในช่องแชทสีเขียว ส่งมาสั้นๆว่า

.

‘รอหน่อย รถติด’

.

เขาเพียงแต่อ่านมัน แล้วยิ้มจางๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาดูขั้นตอนการชงกาแฟต่อจนถึงจังหวะของการดริป

.

‘เอกอุเรื่องกาแฟ’ ค่อยๆบรรจงเทน้ำร้อนจากกาลงบนกรวยกระดาษอย่างตั้งใจ เทวนรอบแล้วรอบเล่าโดยหยดน้ำร้อนไหลออกจากกาอย่างสม่ำเสมอ และหยดน้ำกับกาแฟดกรองผ่านถ้วยกระดาษ ไหลลงสู่ภาชนะด้านล่างช้าๆ แววตาของเธอดูจดจ่อตั้งใจ จนชายหนุ่มที่ลอบมองอยู่เผลอยิ้มออกมา

อย่างเสียไม่ได้

.

“ชอบฟังเพลงเก่าเหรอคะ?”

.

คอฟฟี่มาสเตอร์เอ่ยถามชายหนุ่มเพื่อทำลายความเงียบ ในระหว่างที่รอน้ำกาแฟหยด ซึ่งเขาก็ตอบไปตามธรรมชาติ

“ถามถึงความชอบเพลงสากลเก่า ผมชอบนะครับ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังสักเท่าไหร่ พอมาได้ยิน ก็อดร้องตามไม่ได้”

เธอยิ้ม สายตาสอดประสานขึ้นมา

.

“แล้วนุชเป็นคนเลือกเพลงพวกนี้เหรอครับ?”

.

เขาถามบ้าง ซึ่งเธอยิ้ม ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา



.

"เมื่อก่อนมีคนคนหนึ่งชอบค่ะ เลยเปิดเฉยๆ"

.

ชายหนุ่มยิ้มกว้างแล้วชูนิ้วโป้ง

.

“เยี่ยมไปเลย”

.

สนทนาเรื่องกาแฟกันเรื่อยเปื่อยไม่นานนัก สมาร์ทโฟนคู่ใจก็พลันสั่นแรงๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง บนหน้าจอปรากฏสายเข้าของคนที่เขารออยู่ จึงลุกออกไปรับสายข้างนอก

.

“ว่าไง?”

.

“ใกล้ถึงแล้วล่ะ รอแป้บนะ” เสียงปลายสายตอบมา ในเสียงคู่สนทนามีเสียงไฟเลี้ยวเจือปนอยู่ด้วย

.

“ครับ ให้ผมจองโต๊ะไว้มั้ย? แต่มันยังไม่มีคนมานะ จะนั่งตรงไหนก็ได้”

.

“งั้นเอาชั้นบน เจอกันชั้นบน”

.

“รับทราบครับ”

.

เพียงเท่านั้นปลายสายก็ตัดไป เขาจึงเก็บสมาร์ทโฟนไว้ในกระเป๋าแจ๊กเก็ต รีบตรงรี่ไปยังเก้าอี้เดิม ที่คอฟฟี่มาสเตอร์สาวได้ยืนรอพร้อมกับเครื่องดื่มที่ทำสำเร็จแล้ว

.

เป็นกาแฟดริปเย็นดูท่าทางจะเข้มจัดในแก้วพลาสติคใสที่พิมพ์ลายโลโก้ของทางร้าน กับเค้กโดนัทช๊อกโกแลตและวิปครีมในจานใบใหญ่ ทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าชนกัน

.

“นุชครับ ผมไม่ได้สั่งเค้กโดนัทนะครับ”

.

‘นุช’ ยิ้มกว้าง ก้มเก็บอุปกรณ์การชง เดินมานั่งข้างๆ แล้วจึงกล่าวตอบ

.

“ไม่เป็นไรค่ะ คนแรกของวันนี่นา”

.

สิ้นเสียงคอฟฟี่มาสเตอร์สาว เขาก็พยักหน้าเบาๆ ตัดสินใจรวมรวมความกล้าเอ่ยถามคำถามบางอย่าง

.

“สบายดีมั้ยครับ?”

.

ผู้ฟังเลือกที่จะไม่ตอบ แต่ส่งยิ้มจางๆ และชูมือเรียวงามขึ้นแหวนเงินเกลี้ยงวงใหม่บนนิ้วนางเป็นคำตอบอย่างดี แต่กระนั้นเธอก็ถามเขากลับเช่นกัน

.

“แล้วต้นล่ะ เป็นยังไงบ้างคะ? ยังทำงานไกลๆอยู่รึเปล่า?”

.

“ครับ ผมก็ยังทำงานที่ไกลๆเหมือนเดิมนั่นแหละ, อ้อ ! ” พูดได้เท่านั้นเหมือนเขาจะนึกบางอย่างออก จึงชูมือซ้ายขึ้นเช่นกัน บนนิ้วนางมีรอยสีขาวจางๆ จากแหวนที่ถูกถอดออก และนิ้วนางในมือข้างขวาก็มีแหวนยางสีดำสวมไว้อยู่เป็นสัญญะบางอย่าง

.

"เด็กน้อย...."

กล่าวเพียงเท่านั้น เธอเพียงแต่ยิ้ม และเอื้อมมือมาลูบผมสั้นนิ่มของเขา โดยที่คนถูกลูบหัวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด กลับปล่อยให้เวลาไหลไปอย่างนั้น

.

เอื้อมมือสากกร้านไปจับมือที่ลูบหัว คล้ายกับจะดึงลงมาจูบ แต่ก็สำนึกสถานะตัวได้ จึงปล่อยมือข้างถนัดเสีย เมื่อเธอรามือออก เขาก็จ่ายชำระเงิน กล่าวขอบคุณ จากนั้นจึงยกถาดขึ้นไปยังชั้นลอยด้านบน หย่อนกายลงนั่ง หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะระบายลมหายใจยาว ถ่ายรูปตัวเองกับที่นั่งแล้วส่งรูปให้แก่ ‘ผู้กำลังมาถึง’

.

เพียงชิวหาสัมผัสแรก สัมผัสได้ถึงความเข้มจางมากับกลิ่นไอดิน เคล้ามากับเครื่องเทศจางๆที่รู้สึกได้ในปาก กาแฟน้ำหนักพอเหมาะ และให้ความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเข้ากับยามเช้าได้อย่างดี

.

หมดจิบแรก ก็ถึงกับร้อง อื้อหืมมม ออกมาเบาๆในลำคอ ฝีมือชงกาแฟของนุชไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว

.

นั่งพิเคราะห์รสกาแฟไปสักพัก กลิ่นน้ำหอมจางโผล่มาทักทายเป็นผัสสะแรก แล้วจึงตามมาด้วยสัมผัสแผ่วเบาจากด้านหลัง คนนั่งเหม่อไม่ทันได้หันไปมอง เจ้าตัวก็มานั่งอยู่ตรงข้ามเขาเรียบร้อย

.

“ไงคะ คอยนานรึเปล่า?”

.

‘ผู้มาช้า’ เป็นหญิงชุดลายทางสีฟ้าเข้ม ผมสั้นประบ่า รวบตึงไปด้านหลัง โครงหน้าสวย แววตาแก่นแก้วแสนซนส่งยิ้มละไมมาให้เขา แล้วจึงวางแก้วชาเขียวลงบนโต๊ะ ตั้งศอกค้ำ ประสานมือ วางคางไว้ตรงนั้นอย่างใจจดจ่อกับคำตอบ

.

เล่นตาต่อตากันไม่กี่วิ ชายหนุ่มก็ตอบขึ้นมา

.

“ไม่นานหรอกครับ คุยกับคอฟฟี่มาสเตอร์เพลินเลย ไม่นานหรอก”

.

เธอเอียงคอเล็กน้อย สายตาคู่ซนมองจ้องลงไปยังเครื่องดื่มสีดำสนิทของเขา สลับกับมองเค้กโดนัทและวิปครีมไปมา เอ่ยถามอย่างติดตลก

.

“พอจะเดาออก ว่าคุณชอบกาแฟดำ แต่ผู้ชายโหดๆอย่างคุณกินโดนัทกะวิปครีมด้วยเหรอ?”

.

ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆออกมา แล้วกล่าวพาซื่อ

.

“เขาแถมให้ บอกว่าผมเป็นคนแรกของวัน ว่างั้นน่ะ”

.

เธอจ้องมองรอยยิ้มสดใสของคู่สนทนา พลางยกชาเขียวเย็นขึ้นจิบ เขาเองก็จิบกาแฟเล็กน้อยเช่นกัน แล้วหยิบมีดกับส้อมโลหะง่วนกับเค้กโดนัทตรงหน้า

.

“กินเป็นเด็กน้อยเลยค่ะคุณ”

.

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ มุมปากเปื้อนด้วยคราบวิปครีม เรียกเสียงหัวเราะน้อยๆจากเธอออกมาจนได้

.

“อะไร?” รอยยิ้มของผู้สงสัยกว้างออกอีกยังไม่หุบ เธอกลั้นหัวเราะแล้วชี้ไปที่มุมปาก เขาที่รู้ตัวก็หัวเราะบ้าง พลางเอาทิชชู่เช็ด จิบกาแฟชั้นเลิศ เปิดปากเอ่ยถามแก้เขิน

.

“เอ้อ ปิงปองครับ ทำไมถึงนัดมาร้านนี้ล่ะ?”

.

หญิงสาว ไม่ตอบ แต่กลับจ้องมองเข้าไปในแววตาสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่ม ภายในราวกับมีเรื่องเล่านับร้อยๆเรื่องโลดแล่นอยู่ข้างใน และมีเรื่องที่เจือปนด้วยความเศร้าโศกรวมอยู่ด้วย

.

ภาพความคิดถูกทำให้พังทลายลง โดยที่ชายหนุ่มจ้องกลับเข้ามาในดวงตา พลางยักคิ้วขึ้นมาหนึ่งข้าง ปิงปองยกชาเขียวขึ้นจิบอีกคำรบ แล้วตอบคำถามที่ค้างคา

.

“อ่ออ...ช่วงก่อนหน้านี้ ตอนที่แอบส่องเฟสต้น เค้าเคยเห็นต้นเช็คอินที่นี่บ่อยๆ น่าจะชอบร้านนี้ ช่วงวันก่อน เค้ามาลองกินชาเขียว ก็ว่าใช้ได้เลยล่ะ เลยนัดมาร้านนี้ไงคะ ว่าแต่ ทำไมเหรอ?”

.

ตอบคำถาม และยิงคำถามกลับ ผู้ฟังเพียงแต่ยิ้มกว้าง ตอบสั้นๆ ว่า “ถามเฉยๆ” แล้วก้มหน้างุดลงจดจ่อกับขนมต่อไป

.

เธอเองก็ยกชาเขียวขึ้นจิบ สลับกับการจ้องมองคู่สนทนา รอยยิ้มแสนซื่อของเขา ทำให้เจ้าหล่อนอดเขินขึ้นมาไม่ได้

จากนั้นไม่นาน มือเรียวหยิบสมาร์ทโฟนออกมา แอบถ่ายรูป ‘เด็กน้อย’ ที่กำลังกินเค้กโดนัท ไว้ แล้วถ่ายรูปตัวเธอเอง กดส่งไปในช่องแชท

.

พลันนั้นเอง โทรศัพท์ของต้นก็สั่นแรงๆหนึ่งครั้ง ชายหนุ่มละมือจากขนม จิบกาแฟเล็กน้อย จากนั้นจึงปลดล๊อกหน้าจอ ดูสาเหตุของการสั่นครั้งนี้

..

เป็นรูปหน้าของหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ที่แลบลิ้นทำหน้าตลก เขายิ้ม และกดอัดวิดีโอ ส่งกลับไป

เธอกดเปิดวิดีโอนั้น เป็นชายหนุ่มกำลังกะพริบตา และโคลงเคลงหัวเล็กน้อย ภาพเล่นซ้ำๆจนเธอหัวเราะน้อยๆออกมา

.

เมื่อกินเค้กเสร็จแล้ว จึงเริ่มเข้าสู่บทสนทนาที่เป็นสาระสำคัญ บางช่วงตอนที่เพลงโปรดดังขึ้น เขาจะร้องออกมาเบาๆบ้าง เป็นครั้งคราว

.

เสียงกระดิ่งของประตูเริ่มดังขึ้นสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณว่าลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้าน เครื่องดื่มทั้งสองแก้วพร่องลง แต่บทสนทนากลับเข้มข้นขึ้น

.

จนเธอสังเกตว่ามีหญิงวัยกลางคนพร้อมกับเด็กชายตัวน้อย เดินตรงเข้ามานั่งบริเวณด้านหลัง ตาดูสองคนผู้ที่มาใหม่ แต่หูก็ฟังชายหนุ่มพูดไปเรื่อยเปื่อย เล่า(โม้)กล่าวถึงเรื่องราวที่เคยประสบพบมา

.

ไม่นานนัก เด็กชายตัวน้อยชะโงกหน้ามาจ้องมองเธออยู่หลายครั้ง ด้วยความนึกสนุก จึงจ้องกลับ จนเด็กชายกลับมามองอีกครั้ง ตาต่อตา เธอจึงแลบลิ้นปลิ้นตา ทำท่าทางแปลกๆให้แก่เด็กชายที่จ้องมอง ผู้กำลังนั่งจ้ออยู่ สังเกตได้ถึงความผิดปกติ จึงหันไปยังทิศทางสายตาของคู่สนทนา

.

ปรากฏเด็กชายตัวน้อย กำลังตั้งท่าเบะปากจะร้องไห้ หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยสายตาตำหนิของผู้เป็นแม่ ชายหนุ่มรีบหันมาขมวดคิ้วให้หญิงสาวแล้วหันกลับไปขอโทษเด็กน้อยและคุณแม่ เธอเลยหยุดแกล้ง เมื่อแม่และเด็กรีบลุกออกไป จึงกลั้นหัวเราะกั๊กๆอยู่คนเดียว

.

“หัวเราะอะไรเล่า ตลกตรงไหนกัน”

.

ต้นเอ็ดเบาๆ พลางตีที่หลังมือเรียวของคู่สนทนา คนถูกตีขมวดคิ้ว ย่นจมูกใส่

.

“คุณน่ะ ทำอะไร?”

.

“ผมตีเด็กดื้อ เด็กดื้อจะแกล้งเด็กน้อยทำไม?” เสียงเข้มๆยังคงดุต่อเนื่อง

.

“ก็....น้องน่าแกล้ง” ต้นได้ยินดังนั้นจึงจึ๊กปากแรงๆออกมา แล้วพูดต่อ

.

“.....เกรงใจแม่เขาบ้าง ลูกเขาร้องไห้นั่นน่ะ ทำหน้าน่ารักๆหน่อยไม่ได้รึไงเล่า?”

.

“.......” พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

.

“ชอบอะไรแปลกๆจริงๆเลยนะคุณเนี่ย” บ่นไปพลาง ยกกาแฟขึ้นจิบไปพลาง แต่คู่กรณีสวนกลับทันควัน

.

“ชอบคุณด้วย”

.

คนฟังค้างท่าจิบกาแฟไว้แบบนั้น หน้าแดงไปถึงใบหู เธอจึงยกแก้วชาเขียวขึ้นดูดจนหมด แล้วเอ่ยทำลาย Dead Air

.

“ชาเขียวเค้าหมดแล้วค่ะ อยากกินขนม อยากกินพุดดิ้ง

อร่อยๆ” ว่าจบ หญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้น เก็บกระเป๋าก้าวออกไปจากโต๊ะ ชายหนุ่มรีบจัดการกาแฟที่เหลือนิดหน่อยให้หมดเช่นกัน แล้วลุกตามไปเอ่ยถาม

.

“ที่ไหนครับ?”

.

“ที่ไหนก็ได้ ที่มีคุณ” ปิงปองสะบัดหน้ากลับมาตอบ เว้นวรรคเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “แต่คุณเลี้ยงนะคะ”

.

ชายหนุ่มเพียงฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้าแล้วเดินตามไปพลาง งอศอกฝั่งข้างเธอขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวก้มมอง และสอดแขนไปคล้องอย่างรู้ใจ เป้าหมายต่อไปคือร้านขนมแสนอร่อย (ที่เขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าจะพาไปที่ไหน)

.

จบ.



*เอกอุ คือความหมายประมาณว่า เป็นเลิศ เป็นที่หนึ่งครับ



ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ มีเรื่องที่เป็นเค้าความจริงแค่ 5 % จากทั้งหมดเอง ที่เหลือก็แต่งล้วนๆครับ

ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกคนเสมอครับ
SHARE
Writer
Stormwind
Villain's Leader
เป็นเพียงชายคนหนึ่ง ที่พูดน้อย...ด้อยคำหวาน

Comments