CJ5 Off Road ในฝัน
บทที่25
เรือสำเภามันใหญ่ขึ้นๆ...มันเหมือนตึกระฟ้ารูปเรือสำเภาขนาดมหึมา ที่ลอยอยู่กลางหาว...
เราเดินเข้าหาแสงนั้นอย่างช้าๆ...คุณเล็กยังเดินอย่างเงียบๆ...สายตามองไปที่เรือลำนั้น..
เธอคิดอะไรอยู่...ผมไม่อาจทราบได้....
ผมปลดเซฟ SPRINGFIELD Explorer M6 Scout หักลำลงตรวจดูรังเพลิง..มันพร้อมอยู่แล้ว ...1991A1ยังเหน็บอยู่ที่เอว..ผมไม่มีความมั่นใจเลยว่า ในสถานการเช่นนี้ ไอ้เจ้าดุ้นเหล็กสองอันนี้ มันจะช่วยอะไรผมได้...แต่มันยังดีกว่าที่ผมจะเดินมือเปล่า..ผมคิดเช่นนั้น....
ไม่นานนัก..เราก็เดินมาถึงที่สุดทางแห่งแสงนั้น...ถึงเวลานี้ผมไม่แปลกใจอะไรอีกต่อไปแล้ว....
เมื่อพบว่า..เรามายืนอยู่กลางห้องโถงขนาดใหญ่ ที่ถูกประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม...
เครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นภายในที่นั้น..ล้วนทำด้วย ทองคำ สีเหลืองอร่ามสะท้อนแสงละลานตา..รอบๆด้านทั้งหมด มีลวดลายของเส้นแสงสีทอง เหมือนอักขระโบราณที่ผมอ่านไม่ออก...
แน่ละ..มันทำด้วยทองคำทั้งหมด..ผมหันไปมองรอบๆกายแล้วก็พบว่า..เส้นสายอักขระเหล่านั้น.. 
มันเหมือนกับจะเป็นปริศนาอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็เป็นแผนที่ของจักรวาล..หรือแผนที่ดวงดาว.. 
แสงสีฟ้าที่เราพบเห็นตั้งแต่แรก มันพุ่งออกมาจากจุดๆหนึ่ง ที่อยู่สุดปลายโถงกว้างใหญ่....
และที่ปลายห้องโถงใหญ่นั้น มันคือรูปสลักจากผลึกหินสีฟ้าครามก้อนมหึมา....
ที่กึ่งกลางหน้าผากของรูปสลักจากผลึกหินสีคราม มันคือต้นทางของแสงสีฟ้าสว่างใส..ที่เราเห็นตั้งแต่แรก..มันมาจากเพชร..เพชรสีฟ้าก้อนใหญ่ ขนาดเท่าบาตรพระ.....
ผมมัวแต่มองลำแสงสีฟ้า ที่พุ่งออกมาจากกลางหน้าผาก ของรูปสลักขนาดมหึมาอยู่นั่นเอง
โดยยังไม่ทันได้มองสิ่งต่างๆรอบกายเลยแม้แต่น้อย..ในวินาทีนั้น...ผมก็ได้ยินเสียงของคุณเล็กตะโกนดังลั่นขึ้นมา."การ์ตูน..น้องการ์ตูนอาเล็กอยู่นี่."..แล้วเธอก็โผวิ่งเข้าไป กลางลานโล่งของห้องโถงนั้นทันที.."ไปเล่นซนๆที่ไหนมา น้าเล็กตามหาแทบแย่แล้วรู้ไหม"..เสียงคุณเล็กละล่ำ ละลักออกมา..แล้วเธอก็โผเข้าไปถึงที่ซึ่งเด็กน้อยการ์ตูน นั่งเล่นอยู่คนเดียวกลางลานโล่ง ของห้องโถงใหญ่..ในมือของเด็กน้อยยังอุ้มตุ๊กตากระต่ายสีชมพู ที่ทำด้วยผ้าขนหนูนุ่มมืออยู่อีกเช่นเดิม..
.แต่เป็นที่น่าแปลกที่ว่า..ตุ๊กตากระต่ายตัวนั้น...มันเหมือนมีชีวิต..มันกำลังวิ่งเล่นอยู่กับน้องการ์ตูน...เมื่อตอนที่ เรากำลังเดินเข้ามาถึง."หนูมาที่นี่ได้อย่างไร พี่ตามหาแทบแย่เลยรู้ไหม".
เสียงคุณเล็กถามน้องการ์ตูน พลางอุ้มเด็กน้อยการ์ตูนขึ้นมาแนบกับอก..ด้วยความคิดถึง...
"หนูมาที่นี่ได้อย่างไร ตอบพี่ซิ"...คุณเล็กถามน้องการ์ตูน..น้องการ์ตูนยังคงอุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวนั้นอยู่...ซึ่งตอนนี้...ตุ๊กตาตัวนั้นมันนิ่งเงียบไปแล้ว..ไม่กระโดดโลดเต้นเหมือนในตอนแรก ที่ผมเห็นอีกแล้ว."หนูมากับพี่กระต่าย พี่กระต่ายพามาหาคุณย่า".เสียงเด็กน้อยการ์ตูน พูดขึ้นอย่างไร้เดียงสา..ในแววตาใสซื่อของเด็กน้อย เธอยังคงไม่รู้เรื่องราวอะไรมากไปกว่านี้..
"มากับพี่กระต่าย พี่กระต่ายพาหนูมาที่นี่หรือจ๊ะ"...คุณเล็กหอมแก้มน้องการ์ตูน แล้วถามต่อ.
"แล้วไหนละ คุณย่านะ น้าเล็กไม่เห็นเลย"..เธอถามขึ้น..หญิงสาวต่างวัยมองจ้องตากัน..
น้องการ์ตูนอุ้มตุ๊กตากระต่ายน้อยแนบกับอก..เอียงหน้าลงไปแนบแก้มกระต่ายตัวน้อย..
แล้วเธอก็หันไปทางรูปสลักจากหินสีฟ้าคราม ที่ผมและคุณเล็กเห็นเมื่อคราวแรกที่เข้ามาที่นี่...
เธอชี้มือไปที่นั่น.."โน่น..คุณย่าใจดีอยู่ที่โน่น"..เสียงเล็กๆไร้เดียงสาของหนูน้อยดังขึ้นมา....
..มันเป็นเหมือนเสียงที่สะท้อนดังก้องไปทั่ว ทั้งห้องโถงใหญ่นั้นดังกลับไปมากลับมา...
ผม คุณเล็กซึ่งอุ้มน้องการ์ตูนอยู่ ต่างหันไปมองทางทิศนั้นทันที....
มันเป็นรูปสลักของโขนเรือขนาดใหญ่ สูงมากกว่าตึกสามชั้น...มันถูกแกะสลักขึ้นมาจากหินทั้งก้อน..ในหินทั้งก้อนนั้น ยังคงมองเห็นร่องรอยของลวดลายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเนื้อของหินก้อนนั้นอย่างชัดเจน..มันถูกสลักเสลาขึ้นมาอย่างวิจิตรบรรจง จากปฏิมากรฝีมือเยี่ยม...
เยี่ยมจนแทบจะไม่น่าจะมีเกิดขึ้นได้ในโลกมนุษย์..ลายละเอียดทุกเส้นสาย ต่างล้วนถูกสลักเสลาอย่างเฉียบขาดชัดเจน..มันคือรูปสลักของ หญิงสาวที่สวยสะคราญที่สุด เท่าที่ผมจะจินตนาการได้
ไม่มีผู้ใดสวยเท่าเธออีกแล้ว ในบรรณพิภพนี้..เพียงแต่ว่า....เธอมีแค่ครึ่งตัวเท่านั้น...
...ส่วนครึ่งท่อนล่างนั้น มันหายเข้าไปในหัวเรือขนาดใหญ่แทน .....
"แม่ย่านางเรือ"..ผมเอ่ยขึ้นมาเบาๆ.."แม่ย่านาง มหาเทวีจันทราแห่งจักวาล".เสียงที่ตอบมากลับเป็นเสียงของเธอ..คุณเล็ก..ผมและคุณเล็กที่อุ้มน้องการ์ตูนอยู่....เดินเข้ามาถึงหน้ารูปสลักนั้น..เมื่อไรก็ไม่รู้ได้..เราเดินเข้ามาถึงตรงหน้ารูปสลักรูปนั้น โดยไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำไป....
ผมแหงนมองขึ้นไปยังภาพสลักหญิงสาวเลอโฉม ที่แกะสลักจากหินสีครามปนม่วงก้อนนั้น...
..มันเป็นจริงดั่งที่ผมคิดเอาไว้ไม่ผิดแม้แต่น้อยเลย ทุกเส้นสายของรูปสลักนั้น ช่างวิจิตรสวยงามเกินบรรยาย..มันถูกสร้างสรรค์มาอย่างดีเลิศ แบ่งสันปันส่วนของเนื้อหินได้อย่างลงตัวที่สุด...
ส่วนที่เป็นใบหน้านั้น ถูกแกะสลักจากผลึกที่เป็นสีม่วงอ่อนใส ไล่โทนสีลงมาหาส่วนที่เป็นเครื่องแต่งกายสีครามเข้ม..เส้นสายในเนื้อหินที่เป็นสีน้ำเงินเข้มแซมม่วงแดง เป็นบางส่วนนั้นมันเกิดจากธรรมชาติของเนื้อหิน..มันถูกแกะสลักเป็นเครื่องประดับประดา อย่างลงตัวทุกส่วนสัดชัดเจนไร้ที่ติ..ไล่ลงมาด้านล่างใกล้แผ่นพื้นที่เรายืนอยู่ จึงกลายเป็นโทนผลึกสีรุ้งรูปสามเหลี่ยม..
ของฐานหัวโขนเรือสำเภาขนาดใหญ่ สูงท่วมหัวมากกว่าตึกสามชั้น....
แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุด คงไม่มีที่ใดเกินที่หน้าผากของรูปสลักนั้นไปได้...
ที่กึ่งกลางหน้าผากนั้น...กลับมีผลึกที่ใสเหมือนเพชรสีฟ้าอ่อน ฝังอยู่ในเนื้อหินเป็นชิ้นเดียวกัน ส่องแสงเป็นประกายสวยใส..ผมมัวแต่ตกตะลึงพรึงเพลิด จ้องมองสิ่งที่ประเมินคุณค่ามิได้ในโลกมนุษย์..จนไม่ได้สนใจสิ่งต่างๆรอบๆกายเลยแม้แต่น้อย...
..."แม่ย่า เทวีจันทราแห่งจักรวาล"..เสียงรำพึงแผ่วเบา ออกมาจากริมฝีปากคุณเล็ก..พร้อมกันนั้นเธอก็คุกเข่าลง...ผมยังคงยืนตะลึงอยู่ ยังทำอะไรไม่ถูกในเวลานี้...
...ในฉับพลันทันใดนั้นเอง...เสียงกังวานสดใส ก็ดังก้องขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง...
"ยินดีที่ได้พบพวกเจ้า...ทุกสิ่งทุกอย่าง...ล้วนแล้วแต่เป็นผลบุญบันดานให้เกิดขึ้น...
แม่หนูน้อย..เราสัมผัสได้ถึงแรงอธิษฐานจิตของเจ้า เจ้าอยากมาพบข้า..เวลานี้เจ้าได้พบแล้ว..."
..นั่นเป็นเสียงก้องกังวานของผู้หญิง มันมาจากที่ใดที่หนึ่ง ไม่มีใครทราบได้...
เสียงนั้น..มันสยบทุกสิ่งทุกอย่างให้หยุดนิ่งลง...แม้แต่ลมหายใจของผม..ก็เกือบจะนิ่งสนิทไปด้วย..ถ้าไม่มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาให้ผมได้ยิน..
"แม่ย่า..เป็นท่านจริงๆด้วย..เป็นเสียงที่หนูได้ยินในจิตสำนึกจริงๆด้วย."..เสียงเครือๆออกมาจากปากคุณเล็ก..เธอก้มลง..กราบไปที่รูปสลักนั้น...ผมยังมัวยืนตกตะลึงอยู่..หัวสมองชาด้านไปหมด 
"หนูมาขอความช่วยเหลือจากท่าน ได้โปรดช่วยหนูด้วย"..เสียงวิงวอนออกมาจากปากของเธอ...
"ทุกสิ่งในจักรวาล ล้วนเกิดจากวิบากกรรม พวกเจ้าก็เช่นเดียวกัน ไม่อาจหลีกพ้นมันไปได้...
อีกไม่นาน วิบากกรรมครั้งใหญ่หลวงในชีวิต จะบังเกิดแก่พวกเจ้า เจ้าต้องตั้งจิตให้เข้มแข็ง..
เผชิญวิบากกรรมด้วยใจที่เปี่ยมกรุณา แล้วพวกเจ้าจะรอดพ้นวิบัติภัย..".เสียงสดใสกังวาน..ยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง....
ในตอนนี้ผมก็ไม่ทราบว่าตัวเอง ได้นั่งคุกเข่าลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่...รู้แต่เพียงว่า...
สายตาของผมจ้องมองไปที่ ใบหน้าของรูปสลักสีฟ้าอมม่วงนั้น อย่างไม่กระพริบตาเลยแม้แต่น้อย..มันเหมือนกับมีสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ซ้ำซ้อน เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เราก้าวเข้ามาที่นี่..ใบหน้าของรูปสลักนั้น เหลียวมองมาที่ผม แล้วเผยยิ้มออกมานิดหนึ่ง...
ริมฝีปากบางเบาของรูปสลักนั้น เอื้อนเอ่ยออกมายังผมว่า...
"เจ้าก็เหมือนกัน เจ้าถูกเลือกเข้ามาเผชิญวิบากกรรมครั้งนี้ เพราะผลกรรมที่เจ้าก่อไว้แต่ปางก่อน..เจ้ากลับมาชดใช้ผลกรรมของเจ้า เราเห็นบางสิ่งที่เป็นเหมือนเงา ทับซ้อนอยู่ในตัวเจ้า".. .เสียงใสกังวานดังขึ้นมาจากรูปสลักนั้น.."บางสิ่ง..ที่เป็นเหมือนเงา..เงาอะไรหรือครับ ท่านแม่ย่านาง"..ผมถามออกไป..ขณะที่เส้นผมลุกชัน...
"ฮึ..ฮึ..ฮึ..เรามิอาจฝ่าฝืนกฎแห่งพรหม...แล้วเจ้าจะรู้ได้เอง..ขอจงมีเมตตาแล้วเจ้าพ้นภัย"...
..สิ้นเสียงกังวานใส ก็มีเสียงคุณเล็กดังแทรกขึ้นมาทันที..
"คุณพ่อของหนู..แม่ย่าโปรดช่วยคุณพ่อของหนูด้วย ท่านกำลังเจอภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง"..
เสียงวิงวอนของคุณเล็กสั่นเครือขึ้นมา...เธอก้มลงกราบไปที่รูปสลักนั้นอีกครั้ง อะไรไม่ทราบ..
ที่ทำให้ผมเขยิบเข้าไปใกล้ชิดคุณเล็ก."ทำใจดีๆไว้ครับ"..ผมกล่าวสั้นๆ...
ฉับพลันทันใด..ก็มีแสงแวววาวเล็กๆ เหมือนเกล็ดวูบวาบของแสงไฟ บังเกิดขึ้นรอบๆตัวคุณเล็ก...
"ความกตัญญูรู้คุณ จะทำให้เจ้าประสพแต่สิ่งดีงาม..แม่หนูน้อย..เราขอให้พรเจ้า...ความเมตตาของเจ้า...จะชนะทุกสิ่ง".เสียงสดใสกังวานกล่าวจบลง แสงแวววาววูบวาบ รอบตัวคุณเล็กก็หายวูบไปทันที...
"ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนครับ ท่านแม่ย่านาง"...ผมเอ่ยถามเรื่องที่ผมอยากรู้ทันที เมื่อผมตั้งสติได้...
...รูปสลักของแม่ย่านาง เทวีแห่งจักรวาล หันมามองผมอย่างช้าๆ..ริมฝีปากเอิบอิ่มสีชมพูของรูปสลักนั้น แย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วกล่าวออกมาว่า...
"เจ้าอยู่ในมิติส่วนลึกในตัวของเจ้าเอง มิติในส่วนที่เจ้าไฝฝันถึงมันมาเนิ่นนาน...แรงใฝ่ฝันของเจ้า..มันทำให้บังเกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น ทุกผู้คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกันเรื่องราวเหล่านี้...
ล้วนเกิดมาจากความใฝ่ฝัน...ในวัยเยาว์ของเจ้าเอง".."ความใฝ่ฝันในวัยเยาว์..ความฝันของผมมันมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ผมไม่เข้าใจเลย".ผมตอบแม่ย่านางออกไป ในสมองยังงุนงง "ผมเคยฝันอะไรแบบนี้หรือ..เมื่อไหร่กัน".."เจ้าคงจำไม่ได้"..เสียงแม่ย่านางดังสะท้านขึ้นมาภายในห้องโถงกว้าง.."เพราะเจ้ายังเยาว์วัย เราจะเท้าความย้อนกลับไปให้เจ้าฟัง"..
 "..ฤดูกาลแห่งอสงไข..ในค่ำคืนวันหนึ่ง..วันซึ่งตรงกับวันที่ดินแดนแห่งอสูรภพ เชิงเขาพระสุเมรุ..ได้ปลดปล่อยเปลวไฟบรรลัยกัลป์ เผาผลาญเหล่าบรรดาอสูรร้าย ที่ต้องโทษทันต์ถึงขั้นมิอาจอภัยโทษทันต์ให้กลายเป็นดีได้แล้ว...ให้มอดไหม้สิ้นดับไป...ในขณะที่เปลวไฟบรรลัยกัลป์ กำลังเผาผลาญเหล่าอสูรร้ายอยู่นั้น...มิมีผู้ในสามโลก จะคาดคิดได้ถึงว่า....
 ..จะมีเด็กน้อยคนหนึ่ง อาศัยมากับรถจี๊ปทหารสีเขียว..พุ่งผ่าน*อวเคราะห์..เข้ามาด้วยแรงแห่งปรารถนา..หลุดเข้ามาในดินแดงแห่งรากษสอสงไขย...ที่กำลังมีเปลวเพลิงบรรลัยกัลป์เผาผลาญอยู่...แม้เปลวเพลิงของไฟบรรลัยกัลป์จะร้อนแรงมากเพียงใด สามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่งทุกอย่างให้มลายเป็นจุล..แต่ก็มิอาจที่จะเผาผลาญ ทิฐิแห่งแรงปรารถนาของเด็กน้อย และรถจี๊ปทหารคู่ใจคันนั้นลงไปได้....
..เพลิงไฟบรรลัยกัลป์ กลับกลายเป็นไฟเย็นไปในชั่วพริบตา..ในขณะที่เด็กน้อยและรถจี๊ปคู่ใจ หลุดเข้ามาในดินแดนต้องห้ามแห่งอสูรภูมิเทพ..เด็กน้อยคนนั้นมาจากที่ใดไม่มีใครรู้ได้ ไม่มีใครสามารถที่จะเข้าไปในมิติ แห่งแรงปรารถนาอันแรงกล้านั้นได้..เด็กน้อยเที่ยวเล่นอยู่ในดินแดนต้องห้าม เพียงชั่วครู่เดียวก็จากไป...แต่เด็กน้อยคนนั้นหารู้ไม่ว่า.. 
..วิญญาณของอสูรร้ายสองดวง ได้อาศัยช่องว่างเพียงน้อยนิดนั้น แอบหลบซ่อนแกะติดออกไปกับ เจ้ายานแห่งแรงปรารถนา..ที่เจ้าเรียกมันว่า CJ5.กลับออกมาด้วย..วิญญาณร้ายของอสูรทั้งสองดวง ได้ลงไปสิงสถิตอยู่ในโลกมนุษย์..หลบซ่อนอยู่ในม่านแห่งมายาในส่วนหยาบ..แล้วตั้งตนเป็นศัตรูกับเด็กน้อยคนนั้นแทน..กลายเป็นคู่อาฆาตของเด็กน้อยมาเนิ่นนานวัน ยิ่งนับวันยิ่งกล้าแข็งขึ้น..มันถูกฆ่าหลายครั้งหลายหน..วิญญาณก็ไม่ยอมดับสูญ... 
..เจ้าอยากรู้ไหม เด็กน้อยคนนั้นคือใคร..เด็กน้อยผู้มีแรงทิฐิอันแรงกล้า..
..เด็กน้อยคนนั้นก็คือเจ้า..ที่ยืนอยู่ต่อหน้าของข้า ณ.ที่นี้.."..เมื่อแม่ย่านางแห่งจักรวาล เล่าเรื่องราวแต่หนหลังออกมาจบลง..ผมเองถึงกับยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่า เพราะว่าคาดคิดไปไม่ถึงจริงๆ."คุณนี่..มันบ้าทะลุจักรวาลจริงๆ"..เสียงคุณเล็กเอ่ยมาแบบหยอกเย้า...แล้วเธอก็อมยิ้ม จนแก้มตุ่ย."แล้วทีนี้คุณจะแก้ไขยังไงกันละนี่ อยู่ดีไม่ว่าดีซนไม่เข้าเรื่อง ซนแม้กระทั่งความฝันก็ยังซน...คนผีทะเล".คุณเล็กยังไม่วายต่อว่าผมขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง...ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็ยังอุ้มน้องการ์ตูนอยู่..ผมหันไปมองทางคุณเล็ก แล้วพูดออกมาว่า.. "ผมไม่รู้ตัวจริงๆว่าได้ก่อเรื่องแบบนี้ขึ้นมา..แต่ว่ามันเป็นใครกัน ไอ้อสุรกายสองตัวนั่นนะ"..ผมยังงุนงงอยู่ เอ่ยถามออกไปแบบไร้จุดหมาย พลางพยายามคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต....
 แต่ดูเหมือนว่าสมองมันเหมือนเจอทางตัน คิดไปไม่ออก หาทางไปไม่เจอไม่รู้จะคิดไปทางไหน...

SHARE
Written in this book
Cj5. Offroad IntheDream
นวนิยายแฟนตาซี ที่เขียนมาจากความทรงจำบางส่วน

Comments