CJ5 Off Road ในฝัน
บทที่24...
...ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆกาย มันค่อยๆแปรเปลี่ยนไป... 
..สายหมอกสีขาวขุ่นๆ ค่อยๆแผ่กระจายเข้ามาปกคลุม..มันไหลเอื่อยๆบางเบา แผ่นดินที่เรายืนกันอยู่ค่อยๆ เลื่อนไหลเปลี่ยนรูปร่างไปทีละน้อย ทีละน้อย...ต้นไม้ใบหญ้า ค่อยๆเลือนหมุนเลือนจางหายไป เหมือนภาพมายาที่กำลังจะเปลี่ยนมิติ...
..ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆเลือนรางลงไป..มันหมุนวนไปด้านข้างอย่างช้าๆ..ผมฉุดมือคุณเล็กให้เข้ามาใกล้ๆ เมื่อภาพมายาลางเลือนต่างๆ ค่อยๆแผ่ขยายเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น....
"ขึ้นไปบนรถ เร็วเข้า".ผมตะโกนบอกคุณเล็ก..พร้อมกับฉุดมือเธอ แล้วหันหลังกลับวิ่งมาที่CJ5 อย่างเร่งรีบ..ทันทีที่เราทั้งสองคน ก้าวขึ้นมาอยู่บนรถได้สำเร็จ CJ5 มันก็คำรามกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง..มันติดเครื่องขึ้นมาเองเหมือนในครั้งแรก พร้อมกับแผ่นดินรอบๆด้าน ค่อยๆแปรเปลี่ยนไป..สีสันต่างๆรอบกาย ค่อยละลายเข้าหากันอย่างช้าๆ...
...ทะเลสาบกว้างใหญ่ข้างหน้าค่อยๆเลือนหายไป...ขุนเขาที่สูงเสียดฟ้า ก็ถูกม้วนเก็บเหมือนถาพวาด..แสงสีต่างๆรอบด้าน มันไหลวนเหมือนมีใครเอาสีกระป๋องหลายๆสี...เทลงไปในน้ำ..แล้วใช้ไม้คนให้สีต่างๆละลาย กลายเป็นเนื้อเดียวกัน...สรรพสิ่งรอบด้านค่อยๆเลือนหายไป กลายเป็นสีดำทีละน้อย ทีละน้อย..
"ทำใจดีๆไว้นะ"...ผมบอกคุณเล็ก พลางดึงมือของเธอเข้ามากุมเอาไว้....
"ไม่เป็นไร ฉันเห็นฉันสัมผัสได้ เรากำลังจะไปที่นั่น".เสียงคุณเล็กพูดออกมาแผ่วเบา...เธอหลับตาพริ้มลง.."เราจะไปไหน ..?!.." ผมถามเธอด้วยความงุนงง..จับต้นชนปลายไม่ถูก กับเหตูการที่เกิดขึ้น..รอบด้านในตอนนี้ ค่อยๆกลายเป็นสีดำมืดไปแล้ว...ในชั่วพริบตา...
..CJ5 มันก็เคลื่อนที่ มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในความมืดมิด...ไม่มีแสงใดๆให้มองเห็นได้...
รอบด้านมีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีพื้นดิน ไม่มีท้องฟ้า ไม่มีแสงดาว มีแต่ความมืด...
เวลามันอาจจะยาวนาน เหมือนเดินทางลงไปสู่อสงไขย หรืออาจชั่วอึดใจเดียว ผมก็ไม่แน่ใจนัก...
..CJ5 ดับเครื่องตัวของมันเองในความมืด มันจอดนิ่งสนิทอยู่ในความว่างเปล่า...
ณ.เวลานี้...ผมมองไม่เห็นหน้าคุณเล็กเสียแล้ว..ได้ยินแต่เสียงลมหายใจแผ่วเบา...
รอบด้านมันมืดสนิท...มืดยิ่งกว่ามืด..ไม่มีแสงแม้แต่ดวงดาว..มีแต่มือเท่านั้นที่ผมสัมผัสได้ ผมกุมมือเธออยู่...มือเธอเย็นเฉียบ...
"เราอยู่ที่ไหนกัน"..ผมรำพึงออกมาเบาๆ...แต่เสียงมันสะท้อนออกมา เสียงดังฟังชัด...
เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมา จากคนข้างๆ...มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด...มองอะไรก็ไม่เห็น....
ฉับพลันนั้นเอง...CJ5 ก็เหมือนจะเอียงวูบลงไปทางขวา..ผมกำมือแน่นกับพวงมาลัยรถ...
แล้วมันก็เอียงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง..มีเสียงลั่นดังเอี๊ยดๆมาจากใต้ท้องรถ..มันเหมือนลอยอยู่ในน้ำ มันเหมือนกำลังโต้คลื่นอยู่ หรือว่า...ความคิดผมสะดุดอยู่เพียงแค่นั้น...เมื่อสายตาผมมองออกไปนอกรถ..แสงสีขาวอมเทา ก็ค่อยๆปรากฏขึ้นรอบกาย..มันค่อยๆพลิ้วไหวเป็นระลอก เข้าหา CJ5.. 
มันเหมือนริ้วหมอกสีเทา ที่ถูกสายลมแห่งรัตติกาล พัดพามาอย่างบางเบา...มันไหลเอื่อยเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า...บ้างเล็กบ้างใหญ่ มันมองดูเหมือนลูกคลื่นในทะเล...
CJ5 เหมือนเปลใบน้อย ที่แกว่งไกวไปตามกระแสคลื่น มันโยกไปมาอย่างอ่อนโยน....
ไม่นานนัก แสงสีเทาก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น....มันเป็นริ้วคลื่นจากท้องทะเลที่ไหนสักแห่ง...ผมคิด..ถึงตอนนี้...มันค่อยมีแสงเรือนๆขึ้นมา..ผมหันไปมองรอบๆกายอีกครั้งหนึ่ง...
...ในแสงรางเรือน ทำให้ผมมองเห็นหน้าเธอ...เธอนั่งนิ่ง หลับตาอยู่ในภวังค์...
ผมคลายมือที่กำข้อมือเธอจนแน่นออก...เหมือนเธอจะไม่รับรู้เรื่องราวใดๆทั้งสิ้น..ณ.เวลานี้...
...เราอยู่ที่ไหนกันนี่...มันเกิดอะไรขึ้นมา..มีใครอยู่บ้างไหม....
หลากหลายคำถามเกิดขึ้นในสมองของผม...แต่ผมไม่ได้ถามออกไป เพราะไม่รู้จะไปถามใคร..
ผมอยากเห็นสภาพโดยรอบที่ห่างออกไป...ผมจึงหันไปรื้อค้นของสิ่งหนึ่งในกระเป๋า..แล้วก็พบมัน...มันเป็นแท่งสำหรับจุดไฟสีแดงแท่งหนึ่ง ขนาดความยาวแค่ฝ่ามือ...ผมหยิบมันออกมา 
แล้วยืนขึ้นบนเบาะ CJ5..เอามือป้องหน้ามองออกไปในความมืดสลัว...
ผมดึงฝามันออกมาแล้วพลิกอีกด้านหนึ่ง ที่เป็นแถบสำหรับจุดไฟ ขีดมันโดยแรงลงไปที่ปลายแท่งสีแดง..แสงไฟสีแดงสว่างไสว ก็ติดพรึบขึ้นมาทันที ผมยื่นมือข้างซ้ายที่ถือเจ้าแท่งไฟสีแดงออกไปนอกรถ..มันสว่างไสวพอที่จะทำให้ผม มองออกไปเห็นรอบด้านได้อย่างชัดเจน...คุณพระช่วย..มันไม่มีอะไรเลย มันมีแต่ความว่างเปล่า..ผมยืนตกตะลึงอยู่บนเบาะรถ CJ5...นิ่งงัน งุนงง...
ผมลอยอยู่กลางอากาศ...มีแต่สายหมอกสีขาวอมเทาเท่านั้นที่ลอยผ่านมา เหมือนเกลียวคลื่นจริงๆด้วย..ในขณะที่กำลังที่ผมยืนตกตะลึงอยู่นั่นเอง...สายหมอกที่ดูเหมือนลูกคลื่นลูกใหญ่...
ก็ลอยเข้ามาประทะ CJ5อย่างแรงครั้งหนึ่ง..แต่มันไม่มีเสียงคลื่นประทะ มีแต่เสียงลั่นดังเอี๊ยดๆ CJ5 เอียงวูบไปทางขวาอีกครั้ง มือผมผวาเข้าไปเกาะแน่นที่ขอบกระจก หน้ารถอีกครั้งหนึ่ง...
..แท่งไฟที่ผมถืออยู่ ก็หลุดจากมือผมทันที....มันหล่นวูบลงไป...ผมก้มหน้าลงไปมองมัน..มันจมหายลงไป ในความว่างเปล่าเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว...มันจมวูบลงไป...
...แท่งไฟแสงสีแดง จมหายลงไปในความมืดเบื้องล่าง..เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด...
CJ5เอียงวูบกลับมาดั่งเดิมอีกครั้งหนึ่ง ผมเงยหน้าขึ้นมาจากแสงไฟที่หายไปเบื้องล่าง....
แล้วผมก็ต้องตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง..เมื่อสิ่งหนึ่ง..ใหญ่โต มโหฬาร...กำลังลอยเข้ามาหา CJ5 อย่างช้าๆ....
..ในความเลือนราง มีแสงสีฟ้าระยิบระยับ ที่ยังพอมองเห็นได้อยู่บนนั้น..ในความรางเลือน..
 มันค่อยๆขยายใหญ่โตขึ้น..โตขึ้น...มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...ใกล้เข้ามา.....
โอ....พระเจ้าช่วย...เรือสำเภา..เรือสำเภาลำมหึมา กำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แสงสว่างจากแสงสะท้อนของสายหมอก สว่างนวลขึ้นมา ทำให้พอมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น..
บรรยากาศรอบๆกายทั่วไปในเวลานี้ เริ่มมีแสงริบหรี่ของดวงดาว ที่อยู่ห่างไกลออกไป ดาวหลายดวงกำลังกระพริบแสง..ส่งประกายสดใสหลากหลายแสงสี สี แดง เหลือง ม่วง คราม แสด ฟ้าสด ระยิบระยับไปทั่วท้องฟ้า..
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ผมไม่อาจรู้สึกได้ เพราะในช่วงเวลานั้น ผมทำอะไรไม่ถูก...จ้องมองภาพฝันเหม่อลอย..ผมอยู่ในอาการตกตะลึง หัวใจเต้นถี่ สับสน จนยากที่จะบรรยายมันเหมือนกับความฝัน..เรือสำเภาลำใหญ่ ลอยเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ด้านหน้า ของรถJeep CJ5...  
แสงสีฟ้านวลส่องเป็นลำฉายวูบลงมา.ที่CJ5...
CJ5 เหมือนกับใบไม้ใบเล็กๆ ที่ลอยละล่องอยู่ด้านหน้าเรือสินค้าลำใหญ่...
ทุกสิ่งทุกอย่างสงบนิ่งลง ณ.บัดนั้น...มีแต่สายหมอกที่เป็นเหมือนเกลียวคลื่นเท่านั้น ที่ยังคงไหลเอื่อยๆบางเบา...ผมยังคงยืนมองภาพของเรือสำเภาลำนั้น อยู่บนเบาะที่นั่งของ CJ5 เช่นเดิม ในสมองมึนงง..เป็นไปได้อย่างไรกัน...หรือมันเป็นภาพมายา...หรือว่าผมกำลังฝัน...ความคิดต่างๆนาๆ แวบเข้ามาในสมอง...เราอยู่ในห้วงจักรวาลอย่างนั้นหรือ เรากำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศ อันกว้างใหญ่ไพศาลอย่างนั้นหรือ..ชั่วขณะเดียวกันนั้นเอง ผมก็ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์ทั้งมวล..เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาของคุณเล็ก พูดขึ้นมาว่า...
"ไปกันเถอะ ท่านให้เราเข้าไปพบท่าน"..ว่าพลาง..คุณเล็กก็ก้าวเท้าลงจากCJ5...
ผมหันไปมองเธอ..ในทันทีทันใดผมต้องตกใจวูบในทันที..ผมเอื้อมมือออกไปสุดแขน แล้วคว้าข้อมือเธอเอาไว้ทันท่วงที.."เดี๋ยวก่อนครับ..อย่าเพิ่งลงไป".....ผมดึงมือเธอเอาไว้ พลางมองลงไปที่พื้นด้านล่างที่ว่างเปล่า..
"ถ้าคุณลงไปเวลานี้ ผมว่าคุณจะร่วงลงไปในความว่างเปล่า ที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้เลย"..ผมบอกเธอ...
คุณเล็กหันมามองหน้าผม...เธอยิ้ม..แล้วกล่าวขึ้นมาเบาๆ เหมือนเช่นเดิมว่า...
"ไม่หรอก..ไปกันเถอะ"...แล้วเธอก็ก้าวเท้าลงไปยืน บนอากาศที่มีสายหมอกบางเบาอีกครั้ง..
ทันทีที่เธอก้าวเท้าลงไป สัมผัสสายหมอกบางเบาเบื้องล่าง..เส้นผมบนหัวของผม..มันเกิดอาการลุกซู่ขึ้นมาทันที..จะเป็นเพราะความกลัว หรือความเสียวฝ่าเท้าแทนเธอก็ไม่ทราบได้...ที่ทำให้ผมเกิดอาการเช่นนั้น...แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น มันก็หายไป..เมื่อสายตาผมมองไปที่เธอ...
...คุณเล็กเธอลงไปยืนสงบนิ่ง อย่างมั่นคงอยู่บนสายหมอกบางๆเหล่านั้น..
"ลงมาเถอะ "..เธอเรียกผมสั้นๆ แล้วเธอก็หันหน้าไปทางเรือสำเภาลำมหึมานั้น....
ผมค่อยๆหย่อนขาข้างซ้าย ลงไป ช้าๆในความว่างเปล่า..ช้าๆ..เหมือนกลัวว่ามันจมหายลงไป จมหายไปในห้วงลึกแห่งอสงไขย..พื้นนิ่มๆหยุ่นๆ สัมผัสได้ในทันที ที่พื้นรองเท้า Convert All Star แตะลงไปที่สายหมอกบางๆสายนั้น..อืม.ๆๆ..มันมีพื้นที่มองไม่เห็นจริงๆด้วย...แต่มันกว้างขนาดไหนกัน...ผมนึก..แล้วถ้าผมเดินต่อไป...แล้วเกิดหลุดลงไปที่ขอบเหวที่ผมมองไม่เห็นละ....
..นึกได้แค่นั้น....เส้นผมบนหัวก็ลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง..คุณเล็กเดินออกไปแล้ว...เธอเดินตรงไปที่เรือสำเภามหึมาลำนั้น...แสงสีฟ้าที่ส่องเป็นลำลงมาที่CJ5 ค่อยๆเลื่อนตามเธอไป..
ก่อนที่ผมจะก้าวตามเธอไป ยังสำเภาลำมหึมาลำนั้น..ผมไม่ลืมที่จะคว้ากระเป๋าสะพายใบเก่งติดไปด้วย..ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะหยิบ SPRINGFIELD Explorer M6 Scout ติดมือไปด้วยอีกเช่นกัน..ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปสมทบกับคุณเล็ก ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา....
..ในความรู้สึก...พื้นที่ผมเหยียบมันอ่อนและแข็งได้..มันอ่อนนุ่มเมื่อผมเหยียบมันลงไปเบาๆ...
แต่มันแข็งขึ้นเมื่อผมก้าวเท้าออกวิ่ง..มันเปลี่ยนไปตามน้ำหนักเท้า ที่ผมเหยียบย่ำลงไปสัมผัสกับมัน..สายหมอกสีขาวขุ่นที่เราเดินกันอยู่ ค่อยๆมีสีเข้มสว่างใสขึ้น เมื่อเราเดินกันมาเกือบถึงครึ่งทางแล้ว..."เราอยู่ในโลกของความฝัน"...ผมบอกเธอ...เธอไม่ตอบไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา...
ผมหันออกไปมองรอบๆด้าน..ในหมู่ดวงดาวน้อยใหญ่ที่ไกลออกไป...มันยิ่งทำให้ผมตกตะลึงเพิ่มมากขึ้นไปอีก...
.. มีกลุ่มดาวที่เหมือนแกแล๊กซี่ ที่ผมเคยเห็นแต่ในภาพถ่าย หมุนเป็นวงน้อยใหญ่ไกลออกไปหลายวง..บางวงก็ตั้งเอียงขึ้น บางวงก็นอนตะแคงหันไปทางด้านนอก ดาวตกผ่านวูบไปเป็นระยะ...
กลุ่มดวงดาวที่รวมกันเป็นเส้นสีขาวสว่างใส พาดยาวเป็นเส้นโค้งทางด้านขวามือ..มันอ้อมหายไปทางด้านหลังเรือลำนั้น..แล้วมันก็โผล่ออกมาอีกด้านหนึ่ง...เลือนหายไปในความมืด..
..หรือว่ามันคือทางช้างเผือก..ผมคิด...ผมหันไปมองทางด้านหลัง ทางด้านที่CJ5จอดอยู่...แล้วก็พบว่า..CJ5มันจอดสงบนิ่ง อยู่ในแสงวงกลมสีฟ้าสว่างใสขนาดใหญ่ มีแสงสีฟ้าเช่นเดียวกันทอดยาวมาที่ผม..แสงสีฟ้าเส้นนี้มันทอดยาวผ่านเลย ไปยังเรือสำเภามหึมาลำนั้น...
ผมหันมองกลับไปกลับมา...นี่มันเหมือนกับ...ผมคิด...จริงด้วยนี่มันเหมือนกับว่า...CJ5 มันพาเรามาจอดเทียบที่สถานีอะไรสักอย่างในอนาคต..เพื่อส่งเราทั้งสองคนให้เข้าไปยัง ยานอวกาศลำใหญ่ ที่ล่องลอย อยู่กลางอวกาศอันเวิ้งวา้งอย่างนั้นหรือ...
ผมหันไปทางคุณเล็กเพื่อที่จะบอกเธอ ในสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ในเวลานี้..แต่ผมต้องแปลกใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง..ในแสงสีฟ้าสว่างสดใส คุณเล็กเธอเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จังหวะก้าวย่างสม่ำเสมอ...แต่ว่า เสื้อสีชมพูและกางเกงยีนส์ ที่เธอสวมใส่อยู่ในเวลานี้ มันเหมือนมีแสงเรืองสว่างขึ้นมา เหมือนกับว่ามันเรืองแสงได้ ร่างของเธอเหมือนมีแสงเรืองรอง โอบล้อมเอาใว้ 
.ผมยกมือของผมขึ้นมาดู ก็พบว่ามันเป็นเช่นเดียวกัน...
..เมื่อเรายิ่งเดินเข้าไปใกล้เรือสำเภาลำนั้น มากขึ้นเท่าใด...แสงมันก็สว่างมากขึ้นๆ.  
 
SHARE
Written in this book
Cj5. Offroad IntheDream
นวนิยายแฟนตาซี ที่เขียนมาจากความทรงจำบางส่วน

Comments