"ความบัดซบของนิทานอีสป" Ep. 1 - เด็กเลี้ยงแกะ -
"ความบัดซบของนิทานอีสป" Ep. 1 - เด็กเลี้ยงแกะ -

พูดถึงคำว่า "นิทาน" มีใครบนโลกมายาอันแสนจะลวงตาใบนี้ไม่เคยได้ยินคำที่ว่ากันบ้าง?

แทบจะไม่มี

ทีนี้ "นิทานอีสป" ล่ะ? 

อืม...น่าจะพอกัน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เริ่มจากนิทานอีสป เรื่องที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในโลกก็ว่าได้

"เด็กเลี้ยงแกะ"

ถ้ายังมีคนไม่รู้ว่าเด็กเลี้ยงแกะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังเอง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กเลี้ยงแกะผู้หนึ่ง อายุประมาณ 8-9 ขวบ ซึ่งสร้างเรื่องโกหกหลอกชาวบ้านว่ามีหมาป่ากำลังจะมากินแกะของเขา ทีนี้ชาวบ้านก็ตกใจรีบพาอาวุธกันออกมาหมายช่วยไล่หมาป่า ก่อนจะพบว่ามันเป็นเรื่องโกหก 

เด็กน้อยคนนี้สนุกสนานกับการทำแบบนั้น จึงได้ทำอีกเป็นครั้งที่สองสามสี่ ชาวบ้านก็หลงเชื่อคำพูดของเขา พากันออกมาช่วยทุกครั้งก่อนจะพบว่ามันเป็นเรื่องโกหก พวกเขาเริ่มเบื่อหน่ายกับ "การสร้างเรื่องของเด็กน้อย"

จนมาถึงวันหนึ่ง ปรากฏว่ามีหมาป่ามากินแกะจริง ๆ เด็กน้อยจึงวิ่งไปเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย แต่ไม่มีใครเชื่อเขาอีกต่อไปแล้ว

แกะที่เด็กน้อยดูแลก็ถูกกินเรียบ เด็กน้อยก็เสียใจมากและสำนึกได้ว่า การโกหกเพื่อความสนุกสนานนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำให้ไม่มีใครเชื่อคำพูดเขา นั่นหมายถึงจะไม่มีใครช่วยเหลือเขาอีกต่อไปหากเขาพูดความจริงเพราะเดือดร้อนจริง ๆ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : คนที่ชอบพูดโกหกเป็นประจำ เมื่อถึงคราวที่พูดความจริงก็จะไม่มีใครเชื่อ ซึ่งมีความหมายตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า "เด็กเลี้ยงแกะ" หมายถึงคนที่พูดโกหกจนเป็นนิสัย จนไม่มีใครเชื่อถือหรือให้ความสนใจกับคำพูดนั้น ๆ ซึ่งหากเด็ก ๆ อยากให้ตัวเองเป็นคนน่าเชื่อถือก็ควรพูดแต่เรื่องจริง ไม่พูดโกหก และไม่แต่งเรื่องที่ไม่ใช่ความจริงขึ้นมาเพื่อหลอกแกล้งผู้อื่น เพราะหากพูดโกหกเป็นประจำ เมื่อถึงคราวที่เราพูดความจริงหรือต้องการความช่วยเหลือ ก็จะไม่มีใครเชื่อเรา ดังเช่นเรื่องราวในนิทานอีสปเรื่องนี้ค่ะ [ อ้างอิงจาก baby.kapook.com ] 

แต่หากถามข้าพเจ้าแล้วล่ะก็ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้เยอะกว่านั้น เช่น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

- เด็กทำผิด ควรให้เจอผลลัพธ์ร้ายแรงด้วยตัวเอง อย่าหาวิธีสอน...คุณอย่าลืมว่าผู้ฟังนิทานพวกนี้ล้วนเป็นเด็ก และนั่นคือความคิดที่ถูกปลูกฝังในหัวเขาไม่ให้ทำความผิด...หรือทำพลาด เพราะเขาจะคิดว่าถ้าเขาเป็นอย่างเด็กเลี้ยงแกะแล้ว เขาจะพบเจอในสิ่งที่เลวร้ายแน่นอน

- ผู้ใหญ่หมู่บ้านนั้นไร้สมองเหรอ โดนเด็กหลอกมากกว่าสองครั้งน่าจะหาวิธีจัดการสอนได้แล้วรึเปล่า ทำไมถึงยังปล่อยให้เด็กหลอกซ้ำ ๆ แทนที่จะหาวิธีที่ดีในการแก้ปัญหา? 

- คิดว่าตอนที่เด็กขอความช่วยเหลือครั้งที่ 1, 2 หรือ 3 คนทั้งหมู่บ้านออกไปช่วยรึเปล่า? ถ้าไม่ใช่ แปลว่ายังมีคนที่ไม่ได้ออกไป นั่นหมายความว่า ตอนที่เด็กมีปัญหาจริงและไม่มีใครออกไปเลย มันมี "คนที่เลือกเชื่อคำพูดของคนอื่นเลยว่า เด็กนั่นโกหกนะ อย่าช่วย" แบบที่คนเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนใครสักคนทำความชั่วหรอก แต่ตัดสินคนที่ได้ชื่อว่าทำความชั่วว่าเป็นคนชั่วไปแล้ว "จากสื่อที่ได้รับ" อย่างที่เราเห็นกันประจำในสังคมออนไลน์ปัจจุบันนี้

- ห้ามทำพลาด คนที่ทำพลาดจนถึงระดับที่สังคมกำหนด ไม่ควรได้รับการให้อภัย และควรถูกตราหน้าว่าเป็นคนประเภทนั้นไปตลอดชีวิต...คิดว่ามีเด็กกี่คนที่ถูกปลูกฝังจากนิทานเรื่องนี้จะคิดว่าการให้โอกาสเป็นสิ่งที่ควรทำ มันชี้นำไปในทางเดียวกันว่า ถ้าใครทำผิด เช่น การโกหก แค่ครั้งเดียวพอ คนคนนั้นต้องเป็นเด็กเลี้ยงแกะแน่นอน...คนที่โกหกครั้งหนึ่ง จะต้องเป็นคนโกหกตลอดไป...ตรงข้ามกับการสอนในเรื่องการให้อภัยและให้โอกาสมาก ๆ...อืม เป็นแนวคิดที่ปลูกฝังกันมาช้านานมาก...โดยที่ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมเลยว่า ถ้าจะมีเด็กคนหนึ่งโกหกพ่อแม่...เพราะกลัวถูกด่า ถูกตี ถูกซ้อม...เด็กคนนั้นนับเป็น...คนไม่ดีหรือไม่?

- นอกจากมันสอนในมุมของอย่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะแล้ว ยังสอนให้คน เลือกที่จะทำตัวเหมือนชาวบ้าน...เมินเฉยต่อปัญหาที่คิดว่า "ไม่เกี่ยวกับกู"...ใจแคบ...หูเบา...ไม่ให้โอกาสคนอื่น...ตัดสินคนอื่น

ทีนี้ข้าพเจ้าอยากถามว่า ทำไมนิทานเรื่อง "เด็กเลี้ยงแกะ" จึงไม่มีอะไรประมาณนี้อยู่ เช่น...มีตัวละครสักตัวจากหมู่ชาวบ้าน ที่หลังจากเด็กโกหกครั้งที่สองหรือสาม ก็ไปเตี๊ยมกับคนที่หมู่บ้านไว้ สร้างฉากว่าแกะของเด็กถูกหมาป่ากินไปแล้วจริง ๆ สักตัวสองตัว จากนั้นตอนเด็กโวยวายมาขอความช่วยเหลือ ก็ให้คนเดียวไปช่วย แล้วค่อยพูดกับเด็กว่า "เห็นไหม นี่โชคดีนะที่ข้ามาทัน คนเกือบทั้งหมู่บ้านจะไม่เชื่อคำเจ้าเพราะเจ้าโกหก นั่นคือข้อผิดพลาดที่เจ้าควรจะแก้ไข เพราะถ้าเจ้ายังโกหกซ้ำอีก ครั้งหน้าข้าอาจจะมาช่วยไม่ทัน และตอนนี้มีหลายคนพร้อมใจจะเชื่อว่าเจ้าเป็นเด็กโกหกไปแล้ว หากหมาป่ามาอีก เห็นทีว่าแกะของเจ้าอาจจะโดนมันกินเสียหมดเอาเข้าจริง ๆ"

อืม...ไม่แปลกใจทำไมค่านิยมต่าง ๆ ถึงได้ทำร้ายสังคมเราเหลือเกิน ขนาดนิทานที่สมควรไร้พิษภัยยังมีพิษสงมากถึงขนาดนี้

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
SHARE
Writer
Lyaly
Writer
A writer with multiple mental illnesses

Comments