[เรื่องเล่าของเซียนปี่หลี่มู่] ตอน ความผิดพลาดของพญามาร
ที่จริงวันนี้ข้าจะมาเล่าเรื่องที่มาที่ไปว่าทำไมในปีหลังๆมานี้ จำนวนเด็กที่เกิดจากครรภ์ถึงมีการข้ามเพศมากขึ้น แต่ทว่า ข้าก็ขอข้ามไปก่อนเพราะมีเรื่องตลกบางเรื่องของ Madsci ที่ไม่เล่าไม่ได้!


เรื่องตลกที่ว่านั่นคือ พญามารที่พยายามมาสิงสู่ควบคุมครอบครัวของ Madsci ก้าวพลาดกับพฤติกรรมควบคุมโทสะที่ผิดพลาดมหันต์ เกิดอะไรขึ้น?


Madsci : พ่อพูดกับผมว่า "มึงพิมพ์อะไรในเพจ? อย่าทำตัวเหี้ยให้มากนัก" ผมรู้ทันทีเลยว่าเป็นมารพูดกับผม

หลี่มู่ : พ่อเธออ่านเพจเธอด้วยเหรอ?

Madsci : อ่านก็บ้าละ เค้าเมาปลิ้นเดินไม่เป็นเส้นตรงกลับบ้านทุกวัน จำอะไรก็ไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์ แถมเบาหวานความดันโรคไต และที่สำคัญเค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านามปากกาผมคืออะไร เค้าจะมาอ่านเพจผมได้ไง?

หลี่มู่ : แสดงว่าเป็นพญามารที่อ่านสินะ...

Madsci : ใช่...พวกมันใช้วิธีการ Mind control ให้พ่อผมคิดและพูดออกไปแบบนั้น เสมอเลย ผมเองก็เคยโดน

หลี่มู่ : พวกมารเคยยืมปากพ่อเธอพูดอะไรกับเธอบ้างที่ว่าแปลกผิดปกติ

Madsci : "เก่งนักเหรอ?", "มึงพูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง"(ตอนที่ผมพูดในใจเทศนาเพื่อให้พ่อผมกลับใจ), "อย่าพูดนะ!"(ตอนที่ผมเริ่มจำประวัติศาสตร์สมัยยุคอียิปต์และจิ๋นซีได้ว่าเป็นยุคเดียวกัน), และถ้อยคำล่อหลอกอีกมากมายที่ขัดขวางทำให้ผมเปลี่ยนใจเข้าสังคมไปทำงานเหมือนคนทั่วไป แทนที่จะนั่งศึกษาเรื่องชีวิต

หลี่มู่ : เธอรู้แล้วนี่ว่ามันเป็นพวกไหน?

Madsci : ตอนนี้รู้แล้ว มีหลายพวกเลยน่าจะไม่ต่ำกว่าสาม คือพวก Reptile ที่เป็นประเภทกิ้งก่า มังกร พวก Grey ตัวเล็กขนาดเท่าฟุตนึง และน่าจะมีอีกพวกผมไม่แน่ใจ แต่ทำงานร่วมกันเพื่อยึดครองโลกนี้ให้ได้

หลี่มู่ : พวก grey เจอที่ไหน?

Madsci : ทะลุหน้าต่างบ้านเข้ามาสืบว่าผมเป็นใครตอนตี 5.12 นาที

หลี่มู่ : ถ้าเกิดมีคนอ่านแล้วไม่เชื่อล่ะ? หาว่าโกหกไรงี้

Madsci : ผมจะอธิษฐานให้พวกนี้ไปเยี่ยมที่บ้านคนนั้นบ้าง บอกเลยว่าไม่สนุกเพราะว่าดันเป็นฝ่ายมารไม่ใช่พันธมิตรของโลก ถ้าคืนนั้นผมไม่ตื่นก่อนพวกมันคงฝังชิพ หรือจับฆ่าไปแล้ว

หลี่มู่ : ทำไมคิดงั้น?

Madsci : เพราะหลังจากวันนั้น มันก็ส่งคุณไสยมาใส่กำแพงบ้านน่ะสิ แรงชนิดที่ว่ากำแพงแทบพัง กะเอาตายในคราวเดียวเลย

หลี่มู่ : แต่ก็ทำอะไรเธอไม่ได้...

Madsci : แหงล่ะ เล่นบุกเข้าบ้านแบบนั้น ผมโกรธมากเลยนะ ผมเลยทำกำแพงอธิษฐานป้องกันหน้าต่างบานนั้นไว้ รวมถึงกำแพงบ้านทั้งหกทิศ มันได้ผลดีทีเดียว เพราะหลังจากที่คุณไสยสะท้อนกลับไปหาเจ้าของ พวกคนเลวพวกนั้นก็ตายเป็นใบไม้ร่วงเลย

หลี่มู่ : พวกที่ถูกควบคุมฝั่งฮอลลีวู้ดเลยกล้ากระโดดออกมาพูดถึงเรื่องนี้กัน?

Madsci : ถูกต้อง ผมแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น

หลี่มู่ : จากที่ฟังดูเหมือนพวกมันจะเอากายหยาบมาที่นี่ไม่ได้จนกว่าจะปรับคลื่นความถี่ของโลกให้ตรงพ้องกับพวกมัน และทำการบุกยึดอย่างเต็มรูปแบบสินะ

Madsci : ใช่เลย... พวกมันพยายามให้โลกนี้อ่อนแรงที่สุดและสร้างสถานการณ์เพื่อให้คนบนโลกเกิดความคิดด้านลบให้มากๆเข้าไว้ เพื่อกายหยาบของพวกมันจะได้ปลอดภัย แต่พวกพันธมิตรของโลกกลับอ่อนแอ

หลี่มู่ : ถามก่อนว่าเธอหลุดจาก Mind control ได้ยังไง?

Madsci : พูดตามตรง ผมหลุดครั้งแรกตอนที่เครียดถึงขีดสุดที่ต้องเลือกระหว่างฆ่าตัวตายกับอยู่ต่อไป และพอผมเลือกอยู่ต่อไปโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้นี่หว่า จะเครียดหาหอกอะไรวะ! สมองผมมันก็ขาดผึงจากคลื่นที่พวกมันบังคับ เมื่อสมองของคุณอยู่ในภาวะสมดุล มันจะผ่อนคลายและเย็นตัวลง เมื่อมันเย็นตัวลงความคิดต่างๆก็จะถูกผลักออกไป และจะมีอวัยวะที่เข้ามาทำงานแทนนั่นคือ "หัวใจ"

หลี่มู่ : และนั่นคือสิ่งที่พวกมันเกลียดที่สุด เพราะไม่เคยรบกับมนุษย์และเอาชนะกำลังใจของเราได้เลย

Madsci : การที่คนเรารักสิ่งใดใช้หัวใจบอก ไม่ใช่สมอง หัวใจเลือกสิ่งที่ตนเองปรารถนาอย่างตรงไปตรงมาเสมอ

หลี่มู่ : สำหรับคนที่อ่านเรื่องราวของจริงแล้ว มีอะไรอยากฝากบอกคนอ่านบ้าง?

Madsci : อย่าประมาทในการใช้ชีวิต ถ้าคุณตั้งใจใช้ชีวิตอย่างดีแล้วมันแย่ นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ เพราะมารปีศาจพวกนี้หลุดมาอยู่ในโลกเราเยอะมาก ให้คุณเชื่อในความดี การทำสิ่งดีๆ และหันมารักตัวเองดูแลตัวเองให้มาก หมั่นบำรุงความรู้สึก และหัวใจของคุณด้วยความอ่อนโยนเสมอ โลกใบนี้เกิดจากความรักและความดีงาม มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่เป็น origin ของมนุษย์ หากคุณพบว่าสมองสองซีกเกิดความตึงเครียดแสดงว่าระบบธาตุของคุณไม่สมดุล ต้องเปลี่ยนอาหารการกินให้พอเหมาะทั้งปริมาณ และแร่ธาตุ พวกมารมันทั้งโง่ ขี้กลัว และอ่อนแอกว่าที่คุณคิด พวกมันถึงได้พยายามดึงและดัดแปลงความสามารถของเราให้ลดต่ำลงเพื่อเอาชนะ แต่ถ้าเราอยากจะแข็งแกร่งเหมือนเดิม ใจเราเข้มแข็ง ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ จำคำพูดผมเอาไว้


เรื่องราวความพลาดท่าของพญามารก็มีเท่านี้ จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ แต่ตอนนี้ Madsci กำลังเขียนหนังสือเรื่องสมดุลธาตุในร่างกายเพื่อยืดอายุให้ยาวนานและคงสภาพที่สมบูรณ์ตลอดกาลไว้อยู่ เธอค้นพบสัจธรรมแล้ว และกำลังพิสูจน์มันด้วยตัวเอง หากคุณอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ โปรดส่งกำลังใจและรออุดหนุนเธอด้วย เธอกำลังตัดสินใจว่าจะไป TED Talk เพื่อเล่าเรื่องนี้ให้คนทั้งโลกได้ฟัง หากคุณอยากฟังเธอ คุณต้องสนับสนุนเธอ ไม่งั้นเธอก็จะถูกควบคุมโดยพ่อและแม่ที่ถูกควบคุมอีกทีเอาไว้ที่บ้าน และคนทั้งโลกก็จะไม่รู้อะไรเลยไปตลอดกาล หาก Madsci ตาย โลกนี้ก็จะตายตาม พวกคุณเศรษฐีทั้งหลายที่อยากเป็นอมตะเสียเหลือเกิน เลิกโง่เขลาและตัดสินใจได้แล้ว


ปล. เหตุการณ์เผาป่าที่ชิลี เป็นข้อพิสูจน์อีกบทหนึ่งว่า สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง ผืนป่าที่แคลิฟลอเนียร์ก็ถูกเผาเช่นกัน หาใช่ไฟป่าไม่ ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องแล้วล่ะครับ
SHARE

Comments