☆ในวันที่ผมได้พบกับเจ้าชายน้อย☆


“...เย็นวันหนึ่งเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ช่วงพลบค่ำก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ผมพาสุนัขไปเดินเล่นที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านตามปกติ ในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น ผมก็ได้พบกับเด็กชายคนหนึ่งผิวขาว ผมสีทองสวย เดินอยู่กลางทุ่งนาท่าทางเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่ เด็กชายเดินเข้ามาหาผม แล้วถามผมว่า “เธอเห็นหมาป่าของฉันผ่านมาทางนี้บ้างไหม” ผมตอบว่า “ฉันยังไม่เห็นหมาตัวอื่นเลย นอกจากหมาตัวนี้ของฉัน” เด็กชายมองมาที่สุนัขของผมแล้วกล่าวขึ้นว่า “นั่นเป็นหมาป่าของเธอใช่มั้ย ดีจัง...ฉันคิดถึงหมาป่าของฉัน ฉันอยากเจอเขาอีกสักครั้ง หมาป่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเสมอ” ผมไม่ได้ชวนเด็กชายคุยต่อ เพราะในสมองตอนนั้นคงคิดแต่เรื่องต่างๆ มากเกินไป ทั้งเรื่องอนาคตที่มืดมนของตัวเอง เรื่องภาระหนี้สินที่ท่วมตัวไปหมด เรื่องครอบครัวที่บ่อยครั้งไม่เข้าใจกัน เรื่องความรักที่ไม่เคยจะสมหวังสักเท่าไหร่ ผมได้แต่มองเด็กชายเดินจากไป และหายวับไปพร้อมกับแสงอาทิตย์อัสดง...หากเด็กชายคนนั้นคือเจ้าชายน้อย นั่นคงจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมได้เจอกับเขา และน่าเสียดายที่ผมมัวแต่คิดเรื่องอะไรมากมายจนไม่ได้สนใจที่จะคุยกับเขาต่อ ผมในตอนนั้นคงกลายเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว...”

ถ้าวันหนึ่งผมเจอผู้ใหญ่สักคนแล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็คงไม่มีใครเชื่อผมหรอกครับ แม้แต่คนที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ก็อาจจะกำลังหัวเราะเยาะผมในใจอยู่ก็ได้ แต่ถ้าตอนที่เล่าเรื่องนี้ผมแต่งตัวเท่ๆ ดูภูมิฐาน เปิดเสียงหรือคลิปวิดิโอที่ผมถ่ายเจ้าชายน้อยไว้จากกล้องรุ่นใหม่ล่าสุด หรือจากไอโฟน 11 pro max ให้พวกเขาดู พวกเขาคงร้องว่า “ว้าว!นั่นมันเจ้าชายน้อยจริงๆ ด้วย” ...พวกผู้ใหญ่ก็เป็นอย่างนี้แหละ...

ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึงวรรณกรรมระดับโลกจากฝรั่งเศสเรื่อง “Le Petit Prince หรือเจ้าชายน้อย” อยู่ หลายคนคงเคยรู้จักผ่านหูผ่านตา หรือเคยอ่านมาแล้วตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา แต่สำหรับผม เพิ่งจะมีโอกาสได้หยิบขึ้นมาอ่านครั้งแรกตอนอายุปาเข้าไปเลข 3 แล้ว ผมจำได้แม่นเลยว่าตอนผมอ่านจบ น้ำตาผมไหลอาบแก้มเต็มไปหมด และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็หลงรักวรรณกรรมเรื่องนี้และเจ้าชายน้อยอย่างสุดหัวใจ

รอบตัวผมเกือบทุกอย่างมีแต่เจ้าชายน้อย ผู้คนมักจะกล่าวกับผมว่า “ชอบเจ้าชายน้อยเหรอ น่ารักจังเลย” หรือ “ดูเหมาะกับเธอดี น่ารัก” หรือ “คาวาอี้!!! เนะ” (ภาษาญี่ปุ่น) ที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าชายน้อยมักถูกเชื่อมโยงกับโลกในฝันที่ทุกอย่างงดงาม มีความสุข แต่แท้ที่จริงแล้วมันตรงกันข้ามต่างหาก

เลอ ดองเดอ กาลอมแบ นักศึกษาปริญญาเอกที่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับวรรณกรรมเรื่องเจ้าชายน้อย กล่าวว่า “ที่จริงแล้วหนังสือเล่มนี้เศร้ามากๆ เมื่อเปิดอ่านรูปในหน้าแรกจะเต็มไปด้วยสีสัน แต่หน้าสุดท้ายกลับกลายเป็นขาวดำ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเราจะเห็นการคลี่คลายของเรื่องไปในทิศนี้ ทิศทางอันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ขณะที่เขียนเรื่องนี้ แซงเตกซูเปรี(ผู้เขียน) มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มาก เขามีปัญหาอย่างหนักกับภรรยา และสงครามโลกครั้งที่สองก็กระทบจิตใจเขามาก และด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ ทำให้เขาไม่สามารถขับเครื่องบินซึ่งเป็นงานที่รัก และไม่สามารถร่วมรบเพื่อช่วยกอบกู้ฝรั่งเศสได้”

ลองมานึกย้อนดูแล้ว ตอนที่ผมได้อ่านเจ้าชายน้อยครั้งแรกนั้น สภาพจิตใจของผมก็คงไม่ต่างจาก แซงเตกซูเปรีมากนัก จิตใจที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง ปัญหาครอบครัว ภาระต่างๆ ที่รุมเร้า สูญเสียงานที่ผมใฝ่ฝันอยากทำมาตลอดทั้งชีวิต สูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดนี้จึงทำให้ผมเข้าใจประโยคสุดท้ายของเรื่องที่บอกว่า “ได้โปรดอย่าปล่อยให้ฉันต้องโศกเศร้าอีกต่อไป” ได้อย่างชัดเจน

มันก็คงจะดีเหมือนกัน ที่ผมได้พบกับเจ้าชายน้อยในวันที่ผมย่ำแย่ที่สุด ในวัยที่ผมได้ผ่านอะไรต่างๆ มามากมายในชีวิต หากผมเจอเขาก่อนหน้านี้ ผมอาจจะไม่เข้าใจเขา และไม่ได้รักเขามากมายขนาดนี้

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วในชีวิตนี้ แต่เจ้าชายน้อยจะยังอยู่กับผม ทุกอย่างรอบตัวจะเตือนให้ผมนึกถึงเขาเสมอและตลอดไป

หากวันหนึ่งคุณมีโอกาสได้เจอกับเขาโปรดกรุณาช่วยส่งข่าวถึงผมด้วย อย่าปล่อยให้ผมโศกเศร้าอีกต่อไปเลย...

บทความโดย แมกซ์ รณภพ รากะรินทร์

ขอขอบคุณ: วรรณกรรม เจ้าชายน้อย โดย อองตวน เดอ แซงเตก–ซูเปรี, สารคดีพื้นที่ชีวิต ตอน อ่านเจ้าชายน้อยที่นอร์มังดี 

SHARE
Writer
Maxxronapob
Ordinary Person
↩️ Ex : Singer[GMM GRAMMY]🎙 | VJ MC [BANG CHANNEL]🎧 | Newscaster[MCOT9]🎥 | JP Sales [H.I.S] 💴 ▶️ Now : Cabin Crew

Comments

Fluke2ill
11 months ago
เราเคยอ่านเจ้าชายน้อยครั้งแรกตอนม.1 ตอนนั้นอ่าบจบไปก็ไม่ได้impactอะไรจากเรื่องนี้ พอกลับมาอ่านอีกครั้งช่วงหลังเรียนจบถึงรู้ว่าชีวิตมันของผู้ใหญ่มันเป็นแบบนี้นี่เอง เศร้ามาก ใจสลายเลย
Reply
Maxxronapob
11 months ago
ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่านนะครับ ผมแนะนำว่าลองอ่านปีละ 1 ครั้งก็ได้ครับ ยิ่งเราโตขึ้นเราก็จะเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนจะสื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เป็นกำลังใจและมาสู้กับโลกใบนี้ไปด้วยกันนะครับ ^^
nook99
11 months ago
อ่านครั้งแรก ในยุคสมัยของ msn มีเพื่อนออนไลน์ คนนึงซื้อแล้วส่งหนังสือเจ้าชายน้อยมาให้อ่าน ช่วงนั้นมีแต่เรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นทั้งนั้นเลย สงสัยต้องไปอ่านอีกครั้ง จะได้ระลึกความหลังซักหน่อย
Reply
Maxxronapob
11 months ago
หยิบมาอ่านได้ในทุกๆ ช่วงของชีวิตเลยครับ เล่มนี้ ^^
SuzzieCat
11 months ago
ชอบจังเลยค่ะ ที่มีคนชอบนักเขียนคนนี้ เคยอ่านเล่มนี้เป็นภาษาฝรั่งเศสเพราะต้องสอบ และน่าเศร้านักเขียนผู้นี้ขับเครื่องบินหายไปอย่างไร้ร่องรอย ชีวิตเขาเหมือนนิยายที่เขียนเลย

เรื่องนี้มี symbol มากมายให้ผู้อ่านได้ตีความ ยิ่งกลับเข้าไปอ่าน จะรู้ว่ามีอะไรให้อยากค้นหา นิยายของเขาถือเป็นผลงานอมตะมากๆ
Reply
Maxxronapob
11 months ago
เห็นด้วยมากๆ ครับ
dekreed
10 months ago
อ่านครั้งแรกก็ยังไม่เข้าใจ จนมาเจอบทความนี้
Reply
Capttitanic
10 months ago
อ่านเรื่องนี้จบต้องต่อด้วย The Tale of the Rose (Memoires de la Rose) ค่ะ 😊 แล้วเราอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นในอีกแง่มุมของดอกกุหลาบ
Reply