เศษฝุ่นในฤดูหนาว
“เมื่อตัดสินใจไปแล้ว, ตัวเลือกอื่นย่อมหมดความหมาย” ฉันเอ่ยถ้อยคำนี้เพียงแผ่วเบาข้างหูซ้าย ก่อนวันที่คุณจะไปแล้วไม่หวนกลับมาอีกเลย... นับแล้วก็ราวหนึ่งปีเจ็ดเดือน อันที่จริงฉันควรจะลืมคุณไป แต่ไม่รู้ทำไมในทุกวัน เรื่องราวระหว่างเรามันจึงวนเวียนอยู่อย่างนั้น ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าในทุกเช้า และก่อนนอน ภาพเปลือยเปล่ารูปร่างสูงโปร่งสมส่วนไม่มีส่วนเกินของไขมัน นอกจากกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬานั่นเป็นภาพซ้ำที่กรอกลับไปมาอยู่เสมอในทุกคราที่คิดถึง

ในสัปดาห์นั้นเราหมกตัวอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันพฤหัสบดี ถึงวันอังคาร กิน, นอน ดูทีวีและมีความสัมพันธ์ทางกาย วนเวียนอยู่อย่างนั้น แลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตระหว่างกันไปมา – คุณถามซ้ำซาก เบื่อคุณหรือไม่ หน่ายในรสที่ได้รับบ้างแล้วหรือยัง ฉันได้แต่หัวเราะ, คุณไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น? หึงหวงกระทั่งคนที่ไม่มีอยู่จริง คุณเหมือนเด็กงอแงและรับไม่ได้ที่ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง

“ผมอุตส่าห์รีบคุยโทรศัพท์ แล้วรีบกลับมาหาคุณ, แต่คุณกลับออกไปโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้ – ทั้งที่คุณบอกว่าเวลาของคุณเป็นของผม แต่คุณก็ยังแอบไปคุยกับคนอื่น คุณบอกผมว่าคุณไม่มีใคร แต่คุณก็ไม่กล้าที่จะคุยโทรศัพท์ในระหว่างที่เราอยู่ด้วยกัน”

“คุยกับเพื่อน... ผู้หญิง”

“แล้วทำไมคุณต้องออกไปโทร. ข้างนอก ปกติเวลาคุณจะคุยสายกับใคร คุณก็ไม่เคยทำแบบนั้น”

“ไม่อยากรบกวนคุณไง ดึกแล้วคุณอาจจะง่วงนอน... ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ไม่สบายใจ” ท่าทีคุณอ่อนลงจากคำขอโทษนั้น คุณพลิกตัวมากอดฉัน แล้วพูดขึ้นมา

“รู้มั้ยว่าที่จริงผมพิพากษาไปแล้วล่ะว่าคุณน่ะ ต้องคุยกับชายอื่นอยู่แน่นอน ผมแค่โกรธที่คุณโกหก คุณบอกว่าคุณไม่มีใครแต่คุณคุยกับใครก็ไม่รู้ระหว่างที่เราอยู่ด้วยกัน... แต่พอมาคิดๆ ดู เออนะ, คุณมีสิทธิ์ที่จะมีคนอื่นนี่นา อีกอย่างตอนที่คุณกลับเข้ามาในห้อง คุณร้องไห้ ผมก็เลยไม่อยากจะไปซ้ำเติมคุณเท่านั้นแหละ แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกดีนะที่ไม่แสดงอารมณ์ เกรี้ยวกราดใส่คุณ และดีใจที่เอาชนะความโกรธของตัวเองได้”

“คุณไม่ได้โกรธ... คุณแค่หึง”

“ซึ่งผมไม่มีสิทธิ์”

“ขอบคุณนะ อย่างน้อยฉันก็แน่ใจว่าคุณรู้สึกดีกับฉันจริงๆ คนที่ฉันคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อกี้น่ะ เป็นเพื่อนสนิทฉัน เราสองคนต่างก็มีเรื่องราวร้าวใจในชีวิตไม่ต่างกัน เราเพียงแลกเปลี่ยนความทุกข์ เศร้า และเติมเต็มพลังบวกในชีวิตเพื่อให้อีกคนอยู่ต่อให้ได้อย่างแข็งแกร่งเท่านั้นเอง คุณไม่ต้องกังวลหรอกว่าฉันจะมีคนอื่น, เพราะนับตั้งแต่มีคุณเข้ามาในชีวิต คนอื่นก็หมดความหมายอย่างสิ้นเชิง”

เราจบบทสนทนาเท่านั้น, กอดและจับมือกันหลับไป

ฉันไม่ได้บอกคุณหรอกว่า เรื่องราวที่สนทนากับเพื่อนสาวจนทำให้ต้องน้ำตานองหน้านั้นคือเรื่องใด บางที,คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรอกว่าคุณมีค่ากับชีวิตฉันแค่ไหน ในความเป็นจริงที่ความรักระหว่างเรานั้นไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันไม่โทษคุณที่แกล้งกระซิบข้างหูจนทำให้หัวใจฉันหวั่นไหว แต่ฉันโทษตัวเองที่ไปตกหลุมรักรอยยิ้มของคุณจนเดินเข้าไปทักทายกลายเป็นคนรู้จักและพลั้งใจปล่อยให้ความสัมพันธ์นั้นเลยเถิดมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปยังจุดเริ่ม

แต่คุณไม่รู้หรอกว่า... ฉันเจ็บร้าวกว่ากี่พันเท่า

“จะมีผู้หญิงสักกี่คนในโลกที่ยังระรื่นอยู่ ระหว่างที่ช่วยคุณเดินเลือกซื้อเครื่องซักผ้าเข้าบ้านที่คุณกับคู่สมรสตามกฎหมายไว้อยู่ด้วยกัน”

“ผมขอโทษ... ถ้าคุณไม่สบายใจ เรากลับกันก็ได้นะ”

“จะกลับได้ยังไง คุณยังไม่ได้เลือกเครื่องทำน้ำอุ่นเลย คุณต้องเลือกที่ความปลอดภัยสูงๆ ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับลูกๆ ของคุณ”

ฉันทำได้เพียงอยู่เงียบๆ ในที่ของฉัน, ฉันรักคุณ.... มากพอที่จะแสร้งว่ายอมรับได้ในสถานะที่ได้รับ แต่ก็นั่นแหละนะ รักที่จับต้องไม่ได้ เป็นเจ้าของไม่ได้ในชีวิตจริง มันจะต่างกันตรงไหนกับพลุไฟปีใหม่, สว่างวาบวาววับแล้วดับหาย...

หนึ่งปีเจ็ดเดือนแล้วที่คุณหายไป,

คุณไม่ได้หายไปเพราะคุณต้องการจะไป ฉันรู้... คุณเองก็รักฉันไม่น้อยไปกว่าที่ฉันรักคุณหรอก

แต่ฉันรับมือกับความหายนะที่ค่อยๆ เกิดขึ้นกับหัวใจตัวเองไม่ได้ คุณควรเป็นพ่อที่ดี, สามีที่อบอุ่น

ฉันเป็นเพียงเศษฝุ่นที่เข้ามาทำให้คุณเป็นภูมิแพ้,

ฉันจึงจำเป็นต้องไป—เพื่อให้คุณหายจากการเป็นภูมิแพ้นั้น.... /

SHARE
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments