I don’t wanna be like that again.
ตั้งแต่เปลี่ยนตัวเองแล้วชีวิตดีขึ้น มันก็ดีมากมาตลอด เป็นช่วงที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิดมา กลับมาเป็นตัวเองที่ร่าเริง แทบจะนับได้เลยว่าร้องไห้ไปกี่ครั้งกับเรื่องอะไรเพราะมันน้อยมาก ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเราจะกลับไปแย่เหมือนก่อนมั้ย แต่ตอนนี้เรื่องราวในอดีตมันทำอะไรเราไม่ได้อีกแล้ว 
.
.
.
.
.
.
.
.
ข้อเสียคือพอมันมีแต่เรื่องดีๆในชีวิตแล้วพอเจอเรื่องไม่ดีนิดหน่อยก็ทนไม่ได้จนร้องไห้ออกมา มันทำให้เราสับสนว่าที่เราร้องไห้มันเป็นอารมณ์เศร้าของคนทั่วไป หรือเป็นอารมณ์เศร้าแบบที่เราเคยเป็นในอดีต 

มันมีอยู่ช่วงนึงที่เกือบจะกลับไปเศร้าแบบเมื่อก่อนแล้ว มีครั้งนึงที่มาโรงเรียนตอนเช้าแล้วอยู่ๆก็รู้สึกเหงาเหมือนไม่มีใครอยู่กับเราเลย รู้สึกโดดเดี่ยวมากๆ เอาแต่ร้องไห้ฟุบโต๊ะเหมือนเเต่ก่อน วันถัดมาเผลอไปชนโฟมกีฬาสี ซึ่งมันไม่หักแต่ตอนนั้นมันมีแต่ความรู้สึกผิด แล้วก็นั่งกอดเข่าร้องไห้ รู้สึกว่าตอนนั้นตัวเองอาการหนักมาก ร้องไห้แม่แต่เรื่องอะไรแบบนี้ ทุกครั้งเพื่อนจะคิดว่าหลับเสมอ พอตื่นมาก็ต้องทำตัวปกติ แต่มันดีที่พอร้องไห้แล้วรู้สึกปลดปล่อย ไม่รู้สึกเหมือนถูกกักขังอีกแล้ว มันดีที่พอขึ้นวันใหม่เราก็กลับมาสดใส ไม่ซึมเป็นเดือนเหมือนเมื่อก่อน


แต่ว่า
.
.
.
.
.

เวลาที่เศร้ามันไม่รู้สึกเสียใจหรือเจ็บใจ ไม่รู้สึกเจ็ดปวดทรมานหายใจไม่ออกเหมือนก่อน มันเป็นความเศร้าที่ไม่เศร้า แต่มันคิดเป็นภาพการตายของเรา มันไม่มีความเศร้าแต่กลับมีแต่ความรู้สึกอยากหายไปทันที รู้สึกว่าเราสามารถตายได้จริงๆ สมองมันมีแต่ภาพงานศพของตัวเอง และภาพที่เพื่อนกำลังร้องไห้ที่เราจากไป มันรู้สึกว่างเปล่ามากๆ ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ทุกอย่างมันดีขึ้นหลังจากที่หลับไป และเอาแต่ภาวนากับตัวเอง
ว่าอย่ากลับไปเป็นแบบนั้นอีกเลยนะ 
ยิ้งย้ำน้ำตามันก็ยิ่งไหล ตอนนี้กลัวมากๆเลยล่ะ

ไม่อยากจะทรมานอีกแล้ว

ไม่อยากจะหายไปอีกแล้ว

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เพราะอย่างนั้น 
ใครก็ได้



ช่วยกอดฉันเอาไว้ที





SHARE
Writer
TheseMemories
Student
Thank you,bye

Comments