ความทรงจำที่หวนหากลับไป



       เคยได้ยินประโยคนี้อยู่บ่อยมาก 'ถ้าคนนั้นใช่จริงๆ ไม่ต้องพยายามยังไงก็หากันจนเจอ' มันเป็นประโยคสำหรับคนที่เจอรักแท้ หรือประโยคปลอบใจในช่วงเฮิร์ตหนักมาก ถ้าถามว่าเชื่อในคำเหล่านี้ไหม สำหรับฉันมัน70:30 ดังประโยคที่คล้ายๆกับข้างต้นว่า 'เดี๋ยวเทวดาอาจจะเหวี่ยงคนที่ใช่มาเอง เมื่อถึงเวลา'


          ต้องขอบคุณน้องสาวตัวดีที่ชวนมาดูหนัง (ไม่อย่างนั้นก็นั่งเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือเป็นออฟฟิศ ซินโดรมอยู่บ้านจนถึงเวลานอนและไม่ได้มีเรื่องให้เขียนวันนี้แน่นอน 555555) ตอนแรกคุณเธอมีหนังในใจอย่างDoctor sleep Midway และ Terminator แต่ที่กล่าวมาน้องสาวจะรอไปดูกับเพื่อนหมด และเหลือหนังไทยที่อยากดูมาตั้งแต่ทีเซอร์หนังแม้จะมีกระแสรีวิวค่อนข้างไม่ดีบ้างก็ตาม ...

         และสองพี่น้องก็เข้ามาพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง
      


ดิวไปด้วยกันนะ (2562)


       หลังจากที่ดูตลอด 2 ชั่วโมง สิ่งแรกที่ฉันและน้องต่างอุทานเหมือนกันคือ 'ได้เหรอวะ?' ก่อนที่จะมาเล่าสิ่งที่ได้จากหนัง เรามาขอชื่นชมการเลือกสถานที่ถ่ายทำดูแล้วเพลินตาอุดมไปด้วยสีเขียวธรรมชาติ และกลิ่นอายของสมัยก่อนคือถ้าไล่ไปก็อาจจะเหมือนดักแก่เบาๆ 
        ไม่ว่าจะ เพจเจอร์ เครื่องเทปบันทึกเสียง ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ ไส้กรอกเซเว่นแถมผักรีฟิลไม่อั้น หรือแม้แต่เพลงที่คุ้นหูอย่าง หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็จะชวนเธอมารักกันพร้อมเสื้อเจ้าเม่นสีคราม หรือเพลงที่มักจะเล่นพร้อมกับมุกไม่เคยมีคนเป่าผมเพราะในใจไม่เคยมีผู้ใด พอเห็นสิ่งนั้นแล้วมันทำให้นึกถึงอดีตดีๆที่มีต่อสิ่งนั้นๆ

        มาเข้าช่วงสิ่งที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดูแล้วสลับโหมดไม่ทันจริงๆ
        
       อย่างแรกเลยคือ ความรักแบบชายชายและการยอมรับเรื่องเพศทางเลือกในสังคม เรื่องถูกเปิดและเล่นกับประเด็นนี้บ่อยในช่วงต้นๆผ่านตัวละคร 'ภพ' และ 'ดิว' มันทำให้ฉันได้ย้อนกลับไปสมัยประถมใสๆ ที่เคยมีเพื่อนฉายแววความเป็นสาวในร่างหนุ่มแต่เด็กแต่ถูกพ่อทุบตีเป็นประจำ แสดงถึงการไม่ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเด็ก ราวกับบนโลกใบนี้มีเพียงสองเพศให้เลือกแบบช้อยส์ก.หรือข. ไม่สามารถเลือก ค. หรือ ง.ได้เลย ซึ่งน้อยคนมากที่จะยอมรับและเข้าใจความต้องการของเด็กในการแสดงออก ความรักก็เช่นกัน แต่เมื่อไม่ยอมรับก็นำมาด้วยบทลงโทษคือการฝึกฝนความเป็นชาย เมื่อเทียบกับปัจจุบันเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น เกิดความเข้าใจของคนในครอบครัวมากขึ้นและยอมเปิดใจกับความรักอีกกลุ่มหนึ่งให้เหมือนกับความรักทั่วๆไป แต่ยังมีเปอร์เซ็นต์น้อยนิดที่ยังคิดแบบเดิมเพิ่มเติมคือตัดความเป็นพ่อแม่ลูกก็มี...

      อีกเรื่องแต่มาอยู่ช่วงกลางๆถึงท้ายเรื่อง นั่นคือการโหยหา(ความรักใน)อดีต เชื่อว่าต้องมีโมเม้นต์นึกถึงความทรงจำดีๆในอดีตกับคนๆหนึ่ง แม้จะผ่านมาหลายปีก็ตามแต่ก็ยังจำไม่เคยลืมเลือน เมื่อมองกลับไปตัวละคร 'ภพ' ที่โตขึ้นจากเดิม เริ่มต้นใหม่ด้วยการแต่งงานมีครอบครัวแต่..ยังคงนึกถึง 'ดิว' อยู่เสมอทุกครั้งที่ผ่านสถานที่เดิม แต่มีพีคกว่านั้นคือตัวละครใหม่ 'หลิว'ซึ่งตัวเอกมองว่าคลับคล้ายคลับคลากับคนที่นึกถึง และสิ่งหนึ่งที่ตัวละครเอกทำได้ก็คือรอให้ปาฏิหารย์ช่วยให้กลับมาพบกันอีกครั้ง (มาถึงขนาดนี้ก็เหมือนหลุดสปอยไปเยอะเลยครับ...TT)

       แม้เนื้อเรื่องจะดี ดูแล้วซึ้งกับความรักที่ตรงกับประโยค 'ถ้าคนนั้นคือคนที่ใช่จริงๆ ไม่ต้องพยายามก็หากันจนเจอ' และความกรี้ดกร้าดนักแสดงภพตอนวัยรุ่นหล่อเข้มกระชากใจ แต่ส่วนที่ทำให้ทั้งฉันและน้องสาวพูด 'ได้เหรอวะ?' นั่นคือรักต้องห้าม แม้ทั้งคู่จะเป็นคนที่ใช่ของกันและกันก็ตาม แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าต่างฝ่ายต่างมีคนรักแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ควรเคลียร์กับคนที่รักมากไม่แพ้กันเสียก่อนนะ หรืออยากให้จบ(ตามที่คิดนะหลังจากที่ดูจบแล้ว)ว่าให้เก็บไว้เพียงความทรงจำที่ดีต่อกันและอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด
          

      สุดท้ายขอฝากประโยคโดนๆจากหนังเป็นตอนที่อาจารย์ที่เคยสอนสมัยภพยังเรียนมัธยมได้บอกไว้ว่า....

อย่าให้บาดแผลในอดีตมาฉุดรั้งไม่ให้เราเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เลยนะ
      

       เพราะทุกคนต่างมีความทรงจำที่ดีกับคนๆหนึ่งไว้นึกถึงกัน แต่อย่าจมมากจนเกินไปจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้เหมือนกับตัวละครหลักของเรื่องนี้ก็พอ...


        
          
      
SHARE
Written in this book
ดูอย่างศิลป์ฯ
มีอาจารย์คนหนึ่งที่เคยสอนวรรณกรรมบอกว่า เมื่อคุณได้เรียนศาสตร์นี้มากๆ มันจะทำให้การอ่านและการดูหนังของคุณเปลี่ยนไป นั่นคือเรื่องจริง และนี่คือการรีวิวหนังและหนังสือแบบตามใจฉัน (เผลอหลุดสปอยไปบางทีก็ขออภัยด้วยค้าบบ)​
Writer
Akifallingtone
A Person in Autumn
เมื่อใดที่คิดฟุ้งซ่าน ให้เขียนระบายออกมา​ | หากฉันหายไป...ฉันอ่านหนังสือเตรียมสอบ​;-; | แวะมาถามตอบได้ที่Ask.fm​ :molibirado​

Comments