ความทรมานจากการเพ้อฝันของฉัน
กล่าวถึงการเพ้อฝัน การใช้คำนี้อาจจะดูไร้สาระไปกับใครหลายคน ถ้าใช้คำว่าจินตนาการน่าจะดีกว่า จริงไหมล่ะ? แต่ถึงอย่างไรทั้งสองอย่างก็เกิดจากการคิดของมนุษย์เราอยู่ดี

ในความคิดของฉันมีอะไรหลายอย่างมากมาย ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ความทรงจำดีๆ หรือความทรงจำอันแสนโหดร้าย ความคิดถึงอนาคต การเพ้อฝัน

ฉันรักในการเพ้อฝัน คิดอะไรเรื่อยเปื่อย การได้คิดอะไรที่ต่างจากความเป็นจริง ปล่อยให้ความคิดมันล่องลอยไปแบบไม่มีขีดจำกัด เหมือนกับผีเสื้อ การได้ใช้ความคิด การได้คิดถึงอะไรที่เราต้องการ เป็นเรื่องที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุด และส่วนมากความคิดเหล่านั้นมักจะไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงสักเท่าไหร่ ฉันมักจะคิดถึงเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง และแย่ไปกว่านั้นคือการคิดถึงเรื่องที่ไม่มีวันเป็นจริงได้เลย มันเศร้าน่าดูเลยใช่ไหมล่ะ ที่มันเกิดขึ้นจริงไม่ได้ แต่ฉันก็ยังปล่อยให้ตัวเองเพ้อฝันไปเรื่อยๆ ชอบที่จะได้เพ้อฝัน ฉันชอบฟังเพลงที่มี vibe หรือ mood ,melody ที่สามารถดึงฉันให้ดำดิ่งลงไปในความคิดของฉันด้วย แม้กระทั่งตอนนี้ ที่กำลังบรรยายความรู้สึกเหล่านี้อยู่ ฉันกำลังฟังเพลง house of card - bts อยู่ จริงๆฉันน่ะฟังเนื้อเพลงไม่ออกหรอก แต่ดนตรีมันทำให้ฉันดำดิ่งลงไปมากเลยล่ะมันเหมือนกับว่าดนตรีพวกนี้ทำให้ฉันหลับตาลงได้อย่างสบายใจ โดยไม่คิดถึงโลกความเป็นจริงอันแสนโหดร้าย ทำให้ฉันสามารถปลดปล่อยความคิดได้อย่างอิสระ ปล่อยให้ความรู้สึกมันล่องลอยไปกับดนตรีที่บรรเลงข้างหูฉัน นอกจากนี้เพลงอื่นๆที่ฉันชอบฟังเวลาปลดปล่อยความคิดส่วนมากก็จะเป็นเพลงของ lana del rey (เจ้าของมือบนรูปดิสของฉันเอง), the neighbourhood, kingdom come - rvv และเพลงอื่นๆของ bts และ red velvet เวลาที่ฉันได้ฟังเพลงพวกเขา ฉันรู้สึกฉันหลุดไปอีกโลก เป็นโลกที่ฉันชอบมากๆเลยล่ะ พอพูดถึงตรงนี้ พอจะนึกออกไหมล่ะ ว่าความทรมานจากการเพ้อฝันของฉันคืออะไร

ใช่แล้วล่ะ การที่ฉันดึงความรู้สึก ความคิดออกจากโลกเพ้อฝันไม่ได้ 
เคยเป็นกันไหม เวลาเจอเรื่องแย่ๆในชีวิตก็อยากหนีโลกความจริงให้ไกล ฉันน่ะเป็นบ่อยมากเลยล่ะ จนฉันเสพติดการเพ้อฝันไปแล้ว ฉันมีความสุขเวลาได้ใช้ความคิดตัวเองอย่างอิสระ จนฉันเริ่มมองโลกนี้แย่กว่าเดิม เพราะฉันรักโลกที่ตัวเองสร้างขึ้น ตอนนี้มันยังไม่ส่งผลกระทบกับโลกความจริงเท่าไหร่ แต่มันส่งผลกับบความรู้สึกของฉันมากเลยล่ะ ฉันทรมานทุกครั้งเวลาต้องคอยเถียงกับความคิดตัวเองว่าเลิกเพ้อฝัน และอยู่กับโลกความเป็นจริงได้แล้ว กลับกลายเป็นว่า 
การเพ้อฝันของฉันบินล่องลอยอย่างอิสระดั่งผีเสื้อ แต่การใช้ชีวิตโลกความจริงของฉันล่องลอยอย่างบังคับเองไม่ได้เหมือนเกสรดอกไม้ 
มันล่องลอยไปทั่ว ฉันบังคับมันไม่ได้ ล่องลอยแบบไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าจะไปตกบนดอกไม้ดอกไหน หรืออาจจะไปตกบนพื้นดินที่ฉันไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย
ความรู้สึกที่ต้องคอยเตือนตัวเองมันแย่มากเลยเพราะฉันอีกคนก็ไม่อยากอยู่กับความเป็นจริงอีกต่อไปแล้ว ทำไมกันนะ ฉันถึงปล่อยให้ตัวเองตกลงไปในภวังค์จนลุกขึ้นกลับมาอยู่ที่เดิมไม่ได้ .

ps.ขออนุญาตอ้างอิงถึงเลงและศิลปินด้วยนะคะ
SHARE
Writer
bellique
dreaming girl
deep down in my mind

Comments