กองไฟและไอศกรีม

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ 


บรรยากาศโดยรอบดูวังเวง มืดจนทุกอย่างเกือบจะเป็นสีดำ อาจเป็นเพราะป่าแถบนี้มีต้นไม้ที่สูงชันขึ้นอยู่ทั่วผืนป่า กิ่งก้านที่มากมายระโยงระยางทั่วบริเวณปิดบังแสงจันทร์ที่เป็นแหล่งแสงเพียงแหล่งเดียวในคืนข้างขึ้นเฉกเช่นคืนนี้ เสียงที่ได้ยินมีไม่มากนัก นอกจากความเงียบ ก็มีเพียงเสียงบ่นฮึมฮัมของใบไม้ที่ถูกลมหนาวกระทบเบาๆในยามค่ำคืน ไม่มีเสียงของสิ่งมีชีวิตให้ได้ยินแม้แต้น้อย อาจจะเป็นเพราะพวกมันก็คงง่วงนอนแล้วกระมั้ง กลิ่นคละคลุ้งของดินและหญ้าลอยเข้าจมูกอยู่ตลอดทางในป่า มันเป็นกลิ่นที่ไม่เหม็นและไม่หอม แต่กลับแฝงไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของธุลี

เมื่อเข้าไปในป่าลึกสักนิด ก็พลันมีแสงอื่นส่องสว่างให้เห็นในความมืด เจ้าสิ่งนั้นคือกองไฟกองน้อยที่ใครก็ไม่รู้มาจุดและปล่อยมันนั่งเหงาหงอยอยู่อย่างนั้น กองไฟกองนี้มีฟืนอยู่ไม่มากนักน่าจะพออยู่อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะมันถูกจุดมานานแล้วก็เป็นได้

หากสังเกตุดูดีๆ ข้างๆกองไฟสีเหลืองส้มมีไอศกรีมรสช๊อคโกแลตแท่งหนึ่งวางอยู่บนพื้นข้างๆ จากสภาพไร้ซองพลาสติกหุ้มของมัน ทำให้พอทายได้ว่าเจ้าของไอศกรีมแท่งนี้คงจะทำมันตกและไม่ได้นำมันไปทิ้ง แต่หากถามว่าแล้วเจ้าของไอศกรีมหล่ะเป็นใคร อันนี้ก็เกินที่จะคาดเดาได้

สภาพของพื้นที่รอบกองไฟนี้เหมือนเคยมีผู้อาศัยมาก่อน เศษขยะและร่องรอยของมนุษย์มีให้เห็นอยู่ประปราย พวกเขาหายไปไหนไม่มีใครทราบ รู้เพียงแต่มนุษย์กลุ่มนี้ช่างเป็นมุษย์ที่ไร้ความรับผิดชอบซะจริงๆ ขยะไม่ทิ้ง ไฟก็ไม่ยอมดับ

จู่ๆเสียงสองเสียงก็ดังแว่วมาจากที่ใกล้ๆ เสียงหนึ่งเป็นเสียงของหญิงสาวและอีกเสียงเป็นเสียงของชายหนุ่ม และเมื่อหันไปหาต้นเสียง กลับพบว่าเสียงสองเสียงนี้ดังมาจากกองไฟตรงกลางและไอศกรีมแท่งข้างๆ



“นี่ ทำไมเธอมานอนอยู่ตรงนี้หล่ะ”
“แล้วทำไมเธอมานั่งจุ้มปลุ้กตรงนี้หล่ะ”
“ก็ฉันขยับไปไหนมาไหนเองไม่ได้นี่หน่า”
“ผมเองก็เหมือนกัน”
“กวนหรอ”

“ก็ผมไม่รู้จริงๆนี่ว่าทำไมมาอยู่ตรงนี้
ผมมองไม่เห็นอะไรเลย
มารู้ตัวอีกทีก็มานอนอยู่ตรงนี้แล้ว”

“เห้อ ฉันก็เหมือนกัน
อยู่ดีๆก็เหมือนตื่นจากฝัน
พบผู้คนมากมายนั่งล้อมรอบฉัน
แต่อยู่ดีๆพวกเขาก็หายไป”

“เธอเศร้าหรอ”

“เปล่าสักหน่อย
จะเศร้าไปทำไมอีกเดี๋ยวฉันก็มอดแล้ว”

“ปากแข็ง”
“รู้ดีจังเป็นฉันหรอ”
“ป่าวหรอก แค่น้ำเสียงและหน้าตาของเธอตอนนี้มันบอกอย่างนั้น”
“มั่ว”

กองไฟกองน้อยสนทนากับไอศกรีมบนพื้นขณะที่ไฟของเธอเองก็เริ่มจะแผ่วเบาลงเรื่อยๆ แสงที่เคยสว่างไสวเป็นรัศมีวงกว้างตอนนี้กับแคบลงเหลือเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ไอศกรีมที่เคยเย็นชื่นใจและหอมหวาน ตอนนี้เริ่มหลอมละลายเพราะอุณหูมิของอากาศและความร้อนของเปลวไฟผสมผสานกัน อีกไม่กี่อึดใจเขาคงจะหายไป


“สรุปเธอเศร้าหรือเปล่า”
“ไม่”
“แล้วถ้าเธอไม่ได้เศร้าผมจะขอนั่งเป็นเพื่อนเธอได้หรือเปล่า”
“ได้สิ ก็เธอขยับไปไหนมาไหนไม่ด้อยู่ละนี้”
“ขอบคุณนะ”
“ทำไมต้องทำน้ำเสียงอย่างนั้นด้วย”
“ก็ฉันมีความสุข”

“ความสุขบ้าอะไร
เธอกำลังละลาย กำลังจะหายไป
ส่วนฉันที่อยู่ตรงนี้ก็เป็นใครก็ไม่รู้
เพิ่งจะเคยเจอหน้าเธอครั้งนี้ครั้งแรกเท่านั้น”

“แต่เธอทำให้ฉันมีความสุข”
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“ไม่รู้เหมือนกัน”

“ฉันจะทำให้เธอมีความสุขได้ยังไง
ฉันร้อน ฉันกำลังทำให้เธอละลายเร็วขึ้น”

“แต่สำหรับผมเธอไม่ได้ร้อนเลยนะ
ผมคิดว่ามันเรียกว่าอบอุ่นมากกว่า
อีกอย่าง เธอสว่างไสวและก็สวยอีกด้วย”

“ฉันว่าเธอใกล้บ้าแล้วแหละ”

“ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสัมผัสอุณหภูมิสูงกว่าศูนย์องศาเลย
อุณหภูมิที่ผมสามารถคงอยู่ได้มันหนาว
หนาวซะจนผมอยากเดินหนีออกมาไกลๆ
แต่ผมดันไม่มีขานี่สิ
พอได้มาอยู่ตรงนี้ที่มีเธออยู่ด้วย มันเลยรู้สึกดีมากๆ”

“เอ่อ เธอจีบฉันหรอ”
“ป่าว แค่บอกเฉยๆว่าฉันรู้สึกอย่างไร”
“…”
“อะไร”
“ฉันว่าเธอแปลก”
“ขอบคุณ”
“ฉันไม่ได้ชม”
“อ่าวหรอ”
“…”


ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ แต่ทุกสิ่งล้วนมีจุดจบกันทั้งนั้น
ตอนนี้กองไฟสว่างไสวกลับหดลงเหลือเพียงขนาดของลูกแอปเปิ้ลเพียงเท่านั้น ไฟที่เคยขยับเขยื้อนพร้ิวไหวอย่างสนุกสนาน ตอนนี้นิ่งสงบราวกับเด็กที่เพิ่งโดนต่อว่ามาอย่างไงอย่างงั้น ส่วนไอศกรีมก็ละลายไปมากพอสมควร ตอนนี้ไม้ไอศกรีมบางส่วนเริ่มโผล่ออกมาให้เห็นแล้ว เป็นการบอกเป็นนัยๆว่าอีกไม่นานฉันจะหายไป



“นี่ ฉันถามจริงๆ ทำไมเธอถึงไม่โกรธฉันเลยหล่ะ
ทั้งๆที่ฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอละลาย
จนตอนนี้จะละลายหมดแล้วเนี่ย
กรุณาตอบดีๆ”

“ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ว่าเธอทำให้ผมมีความสุข”
“แต่ฉันกำลังจะเป็นคนฆ่าเธอนะ”

“ถ้างั้นผมก็คงกำลังจะตายอย่างมีความสุขที่สุด
เท่าที่ผมจะตายได้แล้วหล่ะ”

“แต่ถ้าไม่มีฉันเธอเองอาจจะมีความสุขกว่านี้ก็ได้
เธออาจจะได้อยู่มองดูโลกนี้นานขึ้น
เธออาจจะเจออะไรที่ดีกว่านี้”

“แล้วถ้าไม่มีเธอแต่ทุกอย่างมันแย่ลงหล่ะ”
“ก็…”

“ฉันว่าเธออย่าไปคิดมากเลย
เราอยู่กับปัจจุบันดีกว่า
ตอนนี้ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิตของฉันแล้ว
เธอคือเหตุผล
เธอรับรู้แค่นี้ก็พอแล้ว”

“ไอบ้า”
“ทำไมต้องทำเสียงอย่างนั้นด้วย”
“นี่!”
“ฮ่าๆๆ”
“ตลกอะไรนักหนา”
“ป่าวซะหน่อย”
“ไอไอศกรีมปัญญาอ่อน”
“ขอบคุณ”
“ฉันไม่ได้ชม!”



หลังจากนั้นไม่นานเสียงสนทนาของทั้งสองก็ค่อยๆเบาลงจนหายไป
เหมือนกับแสงของกองไฟ
และความเป็นของแข็งของไอศกรีม





SHARE
Writer
colors
design student
deeply sad and depressed

Comments

bunnyp
18 days ago
To die by your side. Is such a heavenly way to die
Reply
colors
17 days ago
reference เพลงดีมากครับ