Romantic scene



เราพบกันครั้งแรกในตอนค่ำของหน้าฝน
ฉันเดินเข้าไปทักทายเธอด้วยความไม่แน่ใจ
ตัวจริงเธอดูดีกว่าในรูปมากๆ
วันนั้นเธอพาไปเล่นปืนเลเซอร์
จากนั้นเราไปกินข้าว ปิดท้ายด้วยการดูหนังรอบดึก


คอนเสิร์ตแรกที่เราไปดูด้วยกันเกิดขึ้นในวันต่อมา
ฉันชวนเธอ และเธอบอกว่าจะตกลงเสมอ
เรายืนจับมือฟังเพลงด้วยกัน
เธอสอนฉันทำมือเป็นสัญลักษณ์
ก่อนวงสุดท้ายจะเริ่ม เราออกมานั่งคุยกันเงียบๆ
เธอบอกว่าเธอดีใจที่ได้เจอฉัน


ฟลิกซ์คือของขวัญวันเกิดที่เธอให้ฉัน
มันคือตัวละครหลักของอนิเมชั่นที่เราคุยกันวันก่อน
เธอดูแลฉันดีมาก
ในตอนนั้นเธอช่างเป็นสุภาพบุรุษที่เหมือนหลุดออกมาจากในนิยาย


เธอพาฉันไปขึ้นชิงช้าสวรรค์
ที่บนนั้น เธอจูบฉันเบาๆ แล้วเราก็คบกัน
กำลังจะหมดรอบแล้ว
เธอพูดว่า ไม่นะ
มันช่างเป็นคืนที่พิเศษในรอบหลายปี


เรานัดไปเจอเพื่อนๆของเธอด้วยกัน
เราทะเลาะกันเล็กน้อย
เมื่อความงี่เง่าของฉันผสมเข้ากับความจริงจังของเธอ
ทุกอย่างจึงกร่อยลงไป
แต่สุดท้ายก่อนจากกัน เธอก็กอดฉัน


วันอาทิตย์ที่สดใส ได้ตื่นมาพร้อมเธอ
เธอชวนฉันไปภูเขาทอง
แดดร้อนเหลือเกิน และทำให้แสบตา
เธอยื่นแว่นกันแดดมาให้ และเอากระเป๋าฉันไปถือ
เราเดินเล่นกันรอบเมือง
เมื่อขึ้นไปถึง ฉันสอนเธออธิฐานขอพร
เราไปต่อกันที่คาเฟ่สไตล์จีนซึ่งเป็นร้านโปรดของเธอ
อาหารอร่อย แม้เราจะเถียงกันนิดหน่อย
เราแยกย้ายกันกลับบ้าน
เป็นวันที่เหนื่อยแต่สนุก



บ่ายวันที่แดดจัด
เราปั่นจักรยานเล่นด้วยกันที่บางกระเจ้า
เราทะเลาะกันเรื่องฉันปั่นไม่รอเธอ
เธองอนเล็กน้อย
สงสัยเล็กๆว่าทำไมหมู่นี้เราถึงทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เป็นวันที่เหนื่อยและร้อน
แต่ไม่ทรมานเลยตอนนั้นเมื่อมีเธอ
เรานั่งรถเมล์กลับบ้าน ฉันเอาหัวพิงใหล่เธอแล้วหลับไปด้วยกัน



เธอเริ่มไม่จับมือกันเวลาเดินแล้ว
เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น
ฉันเริ่มร้องไห้เมื่อบางครั้งทนไม่ไหว
เธอดูเหมือนรับมือไม่ได้
เธอเอาแต่พูดเหตุผลของตัวเองเสียงดัง และไม่ค่อยฟังสิ่งที่ฉันอยากอธิบาย
ทำไมเธอถึงอีโก้จัดได้ขนาดนี้
ฉันเริ่มไม่มีความสุข ตามมาด้วยการตั้งคำถามในใจ
แต่ฉันจะอดทน เพราะฉันรักเธอ


ฉันทำให้เธอเสียใจอีกแล้ว
ฉันไปกินข้าวกับเพื่อนผู้ชายที่สนิทกัน โดยที่รายงานเธอตลอด
แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เธอพอใจ
และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เราห่างกันครั้งแรก


ห้าวันที่ทรมาน เมื่อไม่มีเธอ
ฉันโทษตัวเอง ที่ไม่เข้าใจความเสียใจของเธอ
เธอไม่เคยผิดเลยตอนนั้น
เป็นฉันเองคนเดียวที่ดีไม่มากพอ


เรากลับมาคุยกันแล้ว
ครั้งนี้เธอดูเย็นชา และเริ่มให้เกียรติกันน้อยลง
ฉันเริ่มรู้สึกไม่มีค่ากับเธอเหมือนเดิม
นั่นทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่
เราทะเลาะกันแทบทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
ใจมันเหนื่อยไปหมดแล้ว
ทำไมเราถึงยังทนนะ


เราไปต่างประเทศด้วยกันเป็นครั้งแรก
และเป็นครั้งแรกของฉัน
เอาอีกแล้ว เราทะเลาะกันตั้งแต่เครื่องยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ
บางทีฉันตั้งคำถามว่า ทำไมเธอต้องจริงจังกับทุกอย่าง
ทำไมเธอถึงได้โกรธนานนัก
ฉันภาวนาให้ตลอดทริปไม่มีเรื่องทะเลาะกันอีก


แต่แล้วมันก็ไม่เป็นเหมือนที่ขอ
เราทะเลาะกันรุนแรงที่สุดที่สถานีรถไฟ
เธอบอกว่าให้เราแยกกันเดิน
ฉันได้แต่เก็บความเสียใจนั้นไว้
และสงสัยว่าเธอคนที่กล้าปล่อยฉันไว้คนเดียวในประเทศที่ฉันไม่รู้จัก
เป็นคนเดียวกับคนที่เคยบอกว่าจะไม่มีวันทิ้งฉันจริงๆใช่ไหม
ในตอนนั้นมันทรมานจนทนไม่ไหว
และฉันเริ่มตัดสินใจอะไรบางอย่างในใจ
 

ฉันบอกเลิกเธอไม่กี่วันหลังจากที่กลับมา
เพราะไม่อยากร้องไห้ให้เธอเห็นน้ำตาจึงเลือกส่งข้อความ
เธอดูเหมือนไม่แปลกใจ และบอกให้มาเก็บของที่ฉันทิ้งไว้ที่ห้อง
ฉันบอกว่าช่วงนี้ไม่ว่าง เอาไว้วันหลัง
ก็เพราะยังไม่พร้อมจะเจอเธอ



เรายังมาคุยและเจอกันบ้างในบางครา
อาจเพราะยังลืมเธอไม่ได้
ฉันจึงยังสนใจความเป็นไปของเธอ
เธอเล่าให้ฟังว่าคุยกับใครบ้างในเวลาต่อๆมา
ฉันแลกเปลี่ยนเรื่องราวในชีวิตประจำวันเล็กน้อย
ดูเหมือนเรายังคิดถึงกันอยู่



เราไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย
ดนตรีสนุกมาก
แต่น่าเสียดาย วันนั้นเธอชวนฉันทะเลาะอีกแล้ว
เธอบอกว่าจะไม่มาเจอฉันอีกนับจากนี้


ฉันเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
ไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยด
พร้อมกับบางอย่างในใจที่ได้เป็นอิสระอีกครั้ง
อิสระจากความสัมพันธ์ที่ปราศจากความเข้าใจนี้



.



SHARE
Writer
faiiside
Writer
เกร็ดความคิดจากภวังค์ที่ดูเหมือนว่างเปล่า ยังมีสิ่งที่รอวันตกตะกอน

Comments