“ เราไม่กลับมาแล้วนะ เลิกรอได้แล้ว... ”  Part1
ฉันเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ที่ระเบียงห้อง มีเสียงรถยนต์ที่สัญจรกันเป็นระยะๆในยามราตรี มีแสงสว่างสไสวจากไฟข้างทาง คืนนี้มีดาวอยู่เต็มท้องฟ้าเป็นล้านๆดวง คืนนี้มืดดีจังนะ ท้องฟ้าตอนนี้เหมือนหลุุมดำที่กำลังดูดฉันเข้าไปในความอ้างว้าง มันเริ่มกัดกินหัวใจฉันเรื่อยๆ  ในใจตอนนี้ก็ว้าวุ่นอยูู่กับเรื่องของเขาแล่นอยู่ในหัวเต็มไปหมด หัวตอนนี้ตืื่อไปหมด  ปวดหัวจัง...

ฉันหลับตาพริ้ว... สูดอากาศเข้าลึกๆ กักเก็บเหมือนว่าอากาศในพื้นโลกจะหมดไปในอีกไม่กี่วินาทีนี้ เพื่อทำให้ฉันผ่อนคลายมากกว่านี้
ฉันได้แต่บอกตัวเองในใจว่ามันผ่านไปนานแล้ว

ฉันลืมขึ้นมาอีกที ก็พบว่ายืนอยู่พื้นที่โล่งมีเพียงทุ่งหญ้ายาวเหยียดสีเขียวอ่อนที่พััดปลิ้วตามแรงลม มีดอกไม้สีชมพูเคลื่่่อนไหวตาม ซึ่งฉันไม่รู้ว่ามันคือพันธุ์อะไร มองทอดยาวเข้าไปก็พบเพียงแต่่ความมืดกัับต้นไม้้ใหญ่มัันล้อมรอบตัวฉัน มันกำลังกลืนฉันเข้าไปงั้นหรอ? มีเพียงแสงของดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างในเพียงตอนนี้เท่านั้น บวกกัับความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงหััวใจตัวเองที่ร้องลั่นไปด้วยความหวาดกลัว จนฉันเองก็ไม่่่่่กล้าจะกระพริบตาเลยด้วยซ้ำ


ฉันรู้สึกว่ามีคนจ้องมองฉันจากความมืด ฉันไม่กล้าหันไปมองด้วยซ้ำ กลัวกลัวมากๆมันคืออะไร ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กระทบกับหญ้า


ฉันหลับตาปิ๋ ต้องตายแน่ๆ ฉันสั่นคลอนไปทั้งตัว น้ำตาเริ่มไหลหนักขึ้นตามแรงสั่นของตัวเอง ฉันเริ่มสะอื้น


เสียงเท้าเงียบลง มัันหยุุดแล้้ว แต่ฉันไม่สามารถบังคับตััวให้หยุดสั่นตามเสียงฝีเท้าที่หยุดลงได้เลย เพราะมันหยุุุดลงที่่ข้างหลัังฉัน มันกำลังขยับตัว มือมันจับที่แขนของฉัน ฉันสะอื้นหนักกว่าเดิม 

“ ชู่...ไม่ต้องกลัวนะ ”
เขาบอกให้ฉันเงียบงั้นหรอก ไอ้บ้า อยู่ๆเขาก็อยู่ที่นี่ มันทำให้ฉันสะอื้นกว่าเดิม เพราะฉันจำเสียงมันได้ เสียงที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีทีเดียว...

เขา... เขางั้นหรอ?
“ ไม่เป็นไรแล้วนะ ” เขาดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอด ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ ทำไม ” คำถามตีกันในหัวเหมือนสนามเด็กเล่่น ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ 

ฉันดีใจนะที่ได้เจอเขาตอนนี้ และ ฉันก็รู้ว่ากำลังฝันร้าย ฝันร้ายที่แปลกกว่าครั้งก่อน แปลกกว่าทุกครั้ง ทำไมฝันนี้เขาไม่นอนอยู่ข้างๆฉันเหมือนเดิมละ?
เขากอดฉันและก็กระซิบข้างหูฉันเบามากแทบจะไม่ได้ยิน แต่สำหรับฉันมันดังก้องชัดเจนอยู่ในหัวใจ...
“ เราไม่กลับมาแล้วนะ เลิกรอได้แล้ว... ”
ฉันร้องไห้ออกมาเหมือนคนเสียสติ เขาลูบหัวฉันอย่างเบามือเหมือนก่อนที่เคย ปลอบโยนฉันให้หยุดร้อง

“ อือ เราเข้าใจแล้ว ”
ฉันตอบก่อนจะกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิม ปล่อยโฮออกมาราวเหมือนคนเจียนจะตายแล้ว อยู่นะห้ามไป ฉันได้แต่ภาวนาอยู่อย่างนั้น ขอให้ลืมตามาแล้วเขายังอยู่ในอ้อมกอดฉัน


ฉันไม่รู้ว่าฉันยืนอยู่นานเท่าไร ไม่รู้ร้องไห้และร้องหยุดไปกี่รอบแล้ว

รู้เพียงว่าคนตรงหน้าได้หายไปสักพักแล้ว...
ฉันค่อยๆลืมตาขึ้น มัันลืมไม่ขึ้นมันปวดมากๆ
        

         และได้รูู้ว่าสิ่งที่ฉันคิดนั้นเป็นจริง 

เขาหายไปแล้ว หายไปตลอดการแล้วสินะ
   ฉันพบว่าฉันอยู่หน้าระเบียงหมดเหมือนเดิม 

ฝันบ้าอะไรวะ
 ฉันพรึมพรำเหมือนคนวิญญาณหลุดไปไกล เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์์์ดัััังขึ้นในมือฉัน
 
Line : Best friend “ มึงเป็นไงบ้าง ”


ฉันยิ้มให้กับข้อความแชทที่เพื่อนรักของฉันส่งมา ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง น้ำตาฉันไหลออกมาไม่รู้ตัวว่า ดีใจหรือเสียใจกันแน่ ฉันเปล่งเสียงออกมาอย่างติดๆขัดๆ

 “ ลาก่อนนะคุณ :) ”


—jellylybear— 
                  
ตอนนี้ฉันลืมเจ้าบ้านั้นได้แล้วนะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ สักวันคุณจะดีขึ้น รอหน่อยนะ :)



SHARE
Written in this book
𝐧𝐢𝐠𝐡𝐭𝐦𝐚𝐫𝐭
เจ้าฝันร้าย
Writer
sunnybear
writer
บทกวีที่สวยงาม มักมีคุณอยู่ในนั้น

Comments