▪ A N X I E T Y ▪
ความกังวล อาการจับสั่น มือเย็นเฉียบ ดวงตาสั่นระริก ทุกครั้งที่หลับตาลงยังคงสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง พื้นพรมและที่เดิม หลังรับรู้ว่าไม่ได้อยู่แค่คนเดียว โลกทั้งใบตอนนี้มันสั่นคลอนไปหมด

ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ผ่านมานานหลายชั่วโมงเพื่อรอพวกเขาเข้ามาวิจัยอะไรบางอย่าง ดวงตาของผมหลุบต่ำลง ห้องของผมแปรเปลี่ยนกลายเป็นห้องกระจกสี่เหลี่ยม 

สิ่งที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน

ผู้คนมากมายยืนล้อมรอบตัวผม พวกเขาไม่เพียงแค่จ้องมองเข้ามา แต่ปากของพวกเขายังขยับ และเสียงของการพูดคุยเริ่มดังขึ้นมา 

พวกเขาพูดเกี่ยวกับตัวผม ทั้งรูปร่าง หน้าตา หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ผมไม่เคยบอกใคร มันรู้สึกอึดอัด กังวลไปหมด

เรื่องที่ผมเคยทำ เรื่องที่ผมเคยเป็นใครมาก่อน หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับผมเลยแม้แต่นิด พวกเขาพูดและเสริมเติมแต่งเรื่องราวจนมันบานปลาย ทั้งที่เรื่องราวของผมไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย

ผมนั่งก้มหน้า ปิดใบหน้าของตัวเอง รู้สึกแย่ราวกับมีเหล็กขนาดหลายตันกำลังกดทับร่างกายให้จมลงไปกับพื้น

เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น จากห้องสี่เหลี่ยมกระจกที่กั้นผมกับผู้คนเหล่านั้นห่างจากกัน มันกลับเริ่มขยับแคบเข้ามา ทุกครั้งที่ร่างกายของผมสั่นเทา หัวใจเต้นระรัว ส่งเสียงหวาดกลัวออกมาราวกับหนูที่กำลังกลัวความตาย

พวกเขาหัวเราะเยาะ

จากคำนินทา เริ่มกลายเป็นคำด่าทอ และความคาดหวังจากพ่อแม่ที่โผล่มาจากพื้นร่างโคลนสีดำเหนียวหนืด กลายเป็นร่างของพวกเขา จ้องมองมาที่ผมอย่างคาดโทษและคาดหวัง ผมทำให้พวกเขาผิดหวัง ผมเคยถูกพวกเขาเรียกว่าตัวซวย

จากกำแพงแก้วที่ไกลตัว เริ่มใกล้เข้ามา ผมรีบยกขาขึ้นจากพื้น มันก็เริ่มขยับแคบเข้ามา พร้อมกับร่างกายของผู้คนภายนอกที่เริ่มอัดกันแน่นอย่างน่าหวาดกลัว 

ใบหน้าของพวกเขาบูดบี้ อัดกันราวกับดินน้ำมัน ดวงตาเหลือกโปน และจ้องมองมาที่ผม ร่างของผมถูกขังเอาไว้ด้วยกรงใสๆ ที่กันผู้คนออกห่างจากตัว

แม้ว่าปากของพวกเขาจะไม่ขยับแล้ว แต่เสียงมากมายก็ยังดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่กระจกรอบตัวของผม จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของผู้คนเหล่านั้น กระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

ท่ามกลางความสับสน ตกใจและหวาดกลัว ผมค่อยๆ ลุกขึ้น ร่างของพวกเขาไม่ขยับอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่า พื้นที่ผมเหยียบอยู่ ก็เริ่มหายไป 

เท้าของผมร่วงลงสู่เหวอากาศสีทมิฬ ก่อนจะปรากฏดวงตาขนาดใหญ่มากมายจ้องมองมาที่ผม 

ริมฝีปากสีแดงสดมากมาย พูดคำพูดมากมายเกี่ยวกับผมออกมาอย่างสนุกปาก สมองของผมแทบระเบิด สองมือพยายามอุดหูเพื่อป้องกันเสียเหล่านั้น 

จนกระทั่งผมเริ่มมองเห็นพื้นสีแดง ร่างของผม ก็ตกกระทบพื้นอย่างรุนแรง 

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าใบหน้าและศีรษะของตนเองแตกไปครึ่งซีกราวกับหัวของตุ๊กตากระเบื้อง แขนขาหลุด และลูกตาอีกข้าง ที่กลิ้งไปหยุดอยู่ที่เท้าของใครคนหนึ่ง

ใครคนนั้น คือเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวผมในวัยเด็ก ค่อยๆ หยิบลูกตาของผมขึ้น เขามองมันอยู่สักพัก ก่อนจะบีบมันแตกเป็นเสี่ยงๆ

พลันสมองของผมเริ่มดับลงกระพริบถี่ๆ ราวกับเครื่องประมวลผลของคอมพิวเตอร์ สะดุดและรวน 

ภาพทั้งหมด ก็กลายเป็นสีดำสนิท ผมคิดว่า... ตนเองจะได้หายไป

แต่แล้ว 

ผมก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในห้องนอนที่มีเจ้าแมวสกีเตอร์ จ้องมองกลับมา จากแสงสีแดงที่ส่องเข้ามาภายในห้อง ก็เปลี่ยนกลายเป็นสีน้ำเงิน ดวงตาของมันก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างในความมืดตัดกับแสงสีน้ำเงินที่ตกกระทบเตียงนอนของผม

เริ่มใหม่อีกครั้ง
SHARE

Comments